"ประยุทธ์" เดือด โต้กล่าวหาแสวงประโยชน์ในพื้นที่ภาคใต้

"ประยุทธ์" เดือด โต้กล่าวหาแสวงประโยชน์ในพื้นที่ภาคใต้

"ประยุทธ์" เดือด โต้กล่าวหาแสวงประโยชน์ในพื้นที่ภาคใต้

รูปข่าว : "ประยุทธ์" เดือด โต้กล่าวหาแสวงประโยชน์ในพื้นที่ภาคใต้

"พล.อ.ประยุทธ์" เดือดโต้กล่าวหาแสวงประโยชน์ในพื้นที่ภาคใต้ ระบุ "ผมไม่เอาชีวิตคนทุกคนมาเพื่อประโยชน์ของผม หรือของใครก็แล้วแต่โดยเด็ดขาด"

วันนี้ (17 ต.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 19.20 น. ในประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ ว่า สถานการณ์ภาพรวมความรุนแรงลดลง แต่เป็นการก่อเหตุทางการเมืองเพิ่มขึ้น โดยการก่อเหตุความรุนแรงลดลงอย่างเห็นได้ชัดในปี 2562

ปัจจุบันประเด็นการเมืองมีการเคลื่อนไหว ภาครัฐมีแนวทางพัฒนาแก้ไขให้มีประสิทธิภาพ กำหนดยุทธศาสตร์ชาติ แก้ไขงบประมาณให้ความมั่นคง ไม่ใช่งบฯ ฝ่ายทหารอย่างเดียว ไม่ใช่การทหารนำการเมือง ส่วนงบฯ ที่ใช้ทางการทหารใช้เรื่องเบี้ยเลี้ยงกำลังพลเท่านั้น

ปัญหาที่น่ากังวลคือ ยาเสพติดในภาคใต้ ที่รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงปัญหาการใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่สร้างข้อมูลบิดเบือนความจริง ยุยงให้เกิดความแตกแยกในพื้นที่โดยใช้ศาสนาและวัฒนธรรม

รัฐบาลได้จัดทำแผนแก้ไขปัญหา ทั้งหลักวิชาการ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพิจารณาสาเหตุปัญหาทุกวัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาใหม่

 

พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า ขบวนการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ที่เคลื่อนไหวเสรีทั้งในและต่างประเทศ ไม่เผยตัวตน ไม่ยึดพื้นที่ มีแนวทางแบ่งแยกดินแดน ประกาศเอกราช แยกรัฐไทย รัฐบาลพยายามแก้ไขโดยการบ่มเพาะชุมชน สร้างแนวร่วม แสวงหาเงินทุน ขับเคลื่อนทางการเมือง ยุติความรุนแรง ให้สังคมอยู่อย่างสันติสุข

แนวคิดบิดเบือนหลักศาสนาต้องหมดไป ต้องขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ลดขีดความสามารถ ทำลายแนวร่วมทุกระดับ ยุติการขยายแนวคิด ใช้งานข่าว งานวิชาการ ร่วมมือกับต่างประเทศและเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเงื่อนไขใหม่ มันไม่ใช่การใช้สำหรับการทหารอย่างเดียว มี 3 กลยุทธ์หลัก 12 กลยุทธ์ย่อย

ผมต้องดูแลทั้งประชาชน ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ เขาทำงานในพื้นที่ เขาบาดเจ็บ เขาตาย ดังนั้นต้องมีการเยียวยาทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่

พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า แนวโน้มการก่อเหตุรุนแรงในจังหวัดภาคใต้ลดลง แต่ผมยังไม่พอใจ เพราะไม่อยากให้สูญเสียใครสักคน ชีวิตใคร ใครก็รัก เราจึงต้องเดินหน้าตามสามเหลี่ยมมั่นคง สนับสนุนเขตพัฒนาเศรษฐกิจ เชื่อมโยงรัฐกลันตัน ผ่านการจัดสร้างสนามบินเบตง เชื่อมต่อรถไฟสุไหงโกลก และการคมนาคมไปถึงมาเลเซีย

วันนี้จัดหาพื้นที่ได้แล้ว เหลือเพียงนักลงทุน แต่สิ่งสำคัญคือต้องสงบ เขาถึงลงทุน เจ้าหน้าที่รัฐไม่เคยใช้อาวุธก่อน จนทำให้บางครั้งตัวเองต้องเสียชีวิต เพราะฉะนั้นเวลาพูดคุยเรื่อง 3 จังหวัดชายแดนใต้ขอให้ระวังด้วย

ต้องใช้จ่ายงบประมาณจำนวนมาก ในขณะที่งบฯ มีจำกัด เราจึงต้องมีการจัดสรรงบฯ เพื่อดูแลประชาชน อย่างบัตรต่างๆ แค่ส่วนน้อยเท่านั้น ไม่ได้มากมายอะไร แต่ก็ทำให้ประชาชนมีกินมีใช้

 

ส่วนการสร้างความเข้มแข็ง แก้ความยากจน พัฒนาแบบประเทศจีน ผมอ่านมาหมดแล้ว 11 เล่ม แต่เราทำไม่ได้ เพราะไม่ใช่สังคมนิยมประชาธิปไตย เพราะเขาสั่งได้ทั้งหมด ขัดขวางอะไรไม่ได้เลย เอาข้าราชการลงไป 1 คนต่อ 5 ครอบครัว จี้ไปเลยว่าให้ทำนั่น ทำนี่ เอาไหม

ขอมติที่ประชุมด้วย ถ้าทำได้ เราก็ทำได้แบบเขา การแก้ไขปัญหามันไม่เหมือนที่อื่น ประเทศอื่นมีการยึดพื้นที่ การพัฒนาเข้าไม่ได้ แต่เราเข้าได้ทุกที่ เพราะฉะนั้นอย่าทำให้มีปัญหาการขับเคลื่อนรัฐบาล

มีคนพูดว่าแสวงประโยชน์จากภาคใต้ ผมไม่เอาชีวิตทุกคนมาเป็นผลประโยชน์ของผมโดยเด็ดขาด ผมรับผิดชอบทหาร รับผิดชอบภรรยาเขา รับผิดชอบลูกเขา คิดอย่างนี้ได้อย่างไร ชีวิตคนใครก็รัก

พล.อ.ประยุทธ์ ระบุอีกว่า ผมเป็นทหารเก่า พาเขาไปรบ ใครจะรับผิดชอบชีวิตเขา ผมต้องรับผิดชอบ ผมถามว่าแล้วใครจะไป ถ้าไม่มีทหารแล้วใครจะไปรบ ภาคใต้เป็นแบบนี้ ผมถามใครจะรบ แต่ทหารถึงรู้ว่าจะตาย เขาก็กล้าไป เพราะรู้ว่ามีผู้บังคับบัญชาจะดูแลและเยียวยาเขาได้

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โปลิโอ หัวโต ขาลีบ! ฉายางบฯ 63 ฉบับ "เทพไท"

เลขาฯ ครป. ชวนร่วมจับตารัฐบาลใช้งบกลางจัดซื้ออาวุธ

เพจ "ลุงตู่ตูน" โต้กลับเม็ดเงินกลาโหม น้อยกว่าทุกรัฐบาล

"นายกรัฐมนตรี" ชี้แจงความจำเป็นของบฯ 3.2 ล้านล้านบาท

 

กลับขึ้นด้านบน