"พล.อ.ชัยชาญ" แจงงบฯ กลาโหม 2.3 แสนล้าน ไม่ได้สูงผิดปกติ

"พล.อ.ชัยชาญ" แจงงบฯ กลาโหม 2.3 แสนล้าน ไม่ได้สูงผิดปกติ

"พล.อ.ชัยชาญ" แจงงบฯ กลาโหม 2.3 แสนล้าน ไม่ได้สูงผิดปกติ

รูปข่าว : "พล.อ.ชัยชาญ" แจงงบฯ กลาโหม 2.3 แสนล้าน ไม่ได้สูงผิดปกติ

"พล.อ.ชัยชาญ" แจงงบฯ กลาโหม จัดตามจีดีพี ส่วนเงบเพิ่ม 6 พันล้าน เพื่อปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัยข้าราชการ จัดหายุทโธปกรณ์

วันนี้ (18 ต.ค.2562) พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาถึงการจัดสรรงบประมาณให้กับกระทรวงกลาโหม วงเงิน 2.33 แสนล้านบาท ว่า ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ หากพิจารณาตามระดับจีดีพี ที่ปี 2563 ได้รับงบประมาณเท่ากับ 7.29 ต่อจีดีพี ขณะที่ค่าเฉลี่ยต่องบประมาณ อยู่ที่ร้อยละ 1.3 และเมื่อพิจารณาตามอัตราการได้รับงบประมาณเฉลี่ยของกองทัพ ปี 2540 ได้รับงบ อยู่ที่ 2.2 ของระดับจีดีพี หรือคิดเป็นร้อยละ 12 ของวงเงินงบประมาณ แต่หลังจากที่มีภาวะปัญหาเศรษฐกิจกระทรวงกลาโหมได้รับงบประมาณลดลงตามลำดับ และต่ำสุดเมื่อปี 2549 ที่ได้รับเพียง 1.1 ของจีดีพี และเมื่อเปรียบเทียบกับงบทหาร, งบความมั่นคงและกลาโหมของกลุ่มประเทศอาเซียนพบว่า จะมีค่าเฉลี่ยสากล อยู่ที่ 2.2 ของจีดีพี แต่ของไทยอยู่ที่ 1.3 ต่อจีดีพี เท่านั้น

ช่วงที่ผ่านมากระทรวงกลาโหม ไม่ได้รับงบประมาณที่สูงผิดปกติ ส่วนงบประมาณที่เพิ่มขึ้นปีนี้ กว่า 6,000 ล้านบาท เพื่อใช้ดูแลสวัสดิการของข้าราชการ ปรับปรุงที่อยู่อาศัย และซ่อมแซม รวมถึงจัดหาเครื่องมือช่วยเหลือประชาชน ขณะที่งบประมาณเพื่อซ่อมปรับปรุงยุทโธปกรณ์มีเฉพาะที่ปรับปรุงส่วนที่ล้าสมัย ขณะที่การซื้อทดแทนยุทโธปกรณ์ที่ไม่สามารถหาชิ้นส่วนหรือซ่อมแซมได้ เป็นไปตามแผนพัฒนากองทัพ และเพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ 

พล.อ.ชัยชาญ กล่าวอีกว่า ยุทโธปกรณ์ของกองทัพในอดีตได้รับสนับสนุนจากมิตรประเทศและจัดหาบางส่วน มีอายุ 40-50 ปี ขึ้นไป เช่น เฮลิคอปเตอร์ รถถังบางชนิด อายุการใช้งาน 40-50 ปี รถเกราะที่ใช้ ปัจจุบันมีอายุการใช้งาน 40 ปี เครื่องบินขับไล่ เอฟ 5 มีอายุ 41 ปี เครื่องบินลำเลียง ซี 130 มีอายุใช้งาน 40 ปี เป็นต้น

ยุทโธปกรณ์ที่มีอายุที่ใช้งานเกิน 50 ปี มียอดรวมคิดเป็นร้อยละ 58 ดังนั้นการจัดซื้อ 1 ใน 3 จึงเป็นการหามาทดแทนที่ชำรุด ไม่สามารถซ่อมแซมได้ ที่ผ่านมากลาโหมจะตั้งงบฯ เพื่อปรับปรุงให้ใช้งานได้ก่อน

 

พล.อ.ชัยชาญ กล่าว กองทัพมีการจัดหางบประมาณตามขั้นตอน เพื่อให้สอดรับกับภารกิจหลัก คือ การป้องกันประเทศ การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ การรักษาความมั่นคงภายใน และการพัฒนาประเทศที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ

เรื่องการป้องกันประเทศ ยามปกติคือเรื่องสำคัญ กองทัพและกลาโหมจัดกองกำลัง 8 กองกำลังตามชายแดนอยู่ทั่วประเทศ กองกำลังเหล่านั้นนอกจากดูแลความมั่นคง ยังดูภารกิจอื่นๆ เช่น สกัดกั้นยาเสพติด, ลักลอบขนสินค้าหนีภาษี, การค้ามนุษย์ ฯลฯ เพื่อไม่ให้มีสิ่งไม่ดีเข้ามาทำให้บ้านเมืองไม่สงบเรียบร้อย นั่นคือความไม่ปกติสุขของประชาชนคนไทยด้วย

กองทัพทำหน้าที่ 2 ประการ คือ การเตรียมกำลังและการใช้กำลัง คนอาจสงสัยว่าปัจจุบันไม่มีการใช้กำลัง แต่ถ้าดูพื้นที่ของไทยจะเห็นว่ามีเขตแดนทางบกกว่า 5,600 กิโลเมตร มีน่านน้ำตามแนวชายแดนกว่า 1,600 ไมค์ทะเล มีพื้นที่น่านน้ำมากกว่า 3.2 แสนตารางกิโลเมตร นอกจากนั้นยังมีเศรษฐกิจจำเพาะที่ซับซ้อน พื้นที่เหล่านี้ไม่อาจมั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดความขัดแย้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เขาสั่งได้เหรอ? "ประยุทธ์"ถามกลับ "สมพงษ์" สั่งร่างงบฯใหม่

"จารึก ศรีอ่อน" เปิดใจโหวตสวนมติพรรค กรณี พ.ร.ก.โอนกำลังพลฯ

"ณัฏฐพล" รับจัดงบฯ ศธ.ยังไม่เหมาะสม

 

 

กลับขึ้นด้านบน