3 วัน อภิปรายร่างงบฯ 63 "ใครพูดอะไร"

3 วัน อภิปรายร่างงบฯ 63 "ใครพูดอะไร"

3 วัน อภิปรายร่างงบฯ 63 "ใครพูดอะไร"

รูปข่าว : 3 วัน อภิปรายร่างงบฯ 63 "ใครพูดอะไร"

ตลอด 3 วัน หลังเปิดประชุมรัฐสภา ให้พรรคฝ่ายค้าน และพรรคร่วมรัฐบาล อภิปราย ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ 63 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท

วันนี้ (19 ต.ค.62) พรรคร่วมฝ่ายค้าน และพรรคร่วมรัฐบาล ใครอภิปรายอะไรกันบ้าง นับตั้งแต่เปิดประชุมรัฐสภา แม้จะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กันอย่างเคร่งเครียด แต่รัฐมนตรีและ ส.ส. ต่างหยิบยกวลีเด็ด ขึ้นมาอภิปรายให้ได้ติดตามกันอย่างเข้มข้น
 

โปลิโอ หัวโต ขาลีบ! ฉายางบฯ 63 

เริ่มจาก นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ได้พิจารณารายละเอียดของการจัดงบด้านโลจิสติกส์ ของกรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบโลจิสติกส์ เช่น กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท เป็นต้น รวมถึงการจัดงบของรัฐวิสาหกิจต่างๆ มีการจัดงบฯน้อยมาก โดยเฉพาะการพัฒนาศูนย์โลจิสติกส์ของภาคใต้ ที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช สามารถเชื่อมต่อการขนส่งทางน้ำลงสู่อ่าวไทย และทะเลอันดามันได้

การคมนาคมทางถนนเป็นศูนย์กลางการขนส่งเชื่อมต่อกับกรุงเทพฯ และมาเลเซียได้ แต่รัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญในการจัดงบประมาณรองรับเลย

 

นายเทพไท กล่าวช่วงหนึ่ง ว่า อยากจะบอกกับรัฐบาลว่า กรุงเทพฯ ไม่ใช่ประเทศไทย และประเทศไทย ก็ไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพฯเท่านั้น

ถ้ารัฐบาลจัดงบฯ กระจุกตัวเฉพาะในเมืองหลวงแบบนี้ ก็จะตั้งฉายางบฯ ปีนี้ว่า งบโปลิโอ หัวโต ขาลีบ ขอเสนอให้นำไปปรับปรุงแก้ไขในการพิจารณาวาระที่ 2 ถ้าทำในปีงบฯนี้ไม่ได้ ก็ขอให้จัดงบฯในปีหน้า 

เปรียบร่างงบฯ "ผลไม้พิษ"  

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เปิดประโยคในการอภิปราย ว่า ประเด็นที่จะอภิปรายจะไม่เข้าเรื่องเนื้อหาร่างงบฯ 63 เพราะเห็นว่าเป็นรัฐบาลที่ไม่มีอำนาจ รัฐบาลยังไม่สามารถรับหน้าที่ เพราะถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ถูกต้อง ในความคิดของพรรคเสรีรวมไทย รัฐบาลยังปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ตนและส.ส.พรรคเสรีรวมไทย ไม่ยอมร่วมพิจารณา พ.ร.บ.ดังกล่าวโดยเด็ดขาด หากสภาฯ ยังเดินหน้าจะพิจารณา ก็ไม่ขอเข้าร่วม​

 

ในขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อภิปราย รองประธานสภาฯ ได้ขอให้พูดเข้าเรื่องถึง 2 ครั้ง แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยืนยันจะไม่อภิปรายเนื้อหา พ.ร.บ.ดังกล่าว

ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 63 ถือเป็น "ผลไม้พิษ" ที่มาจาก รัฐบาล และ ครม. ที่ไม่มีอำนาจหน้าที่ 

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวอีกว่า หากสภาฯ พิจารณาไป จะยอมรับความเสี่ยงเหล่านี้ได้หรือไม่ คือ ยอมรับหรือไม่ว่า การถวายสัตย์ปฏิญาณของนายกฯ เป็นเพียงพิธีกรรม เพราะจะกล่าวคำอย่างไรก็ได้ ไม่ต้องยึดถือตามรัฐธรรมนูญ  หากสภาฯ พิจารณาไป จะยอมรับความเสี่ยงเหล่านี้ได้หรือไม่ คือ ยอมรับหรือไม่ว่า การถวายสัตย์ปฏิญาณของนายกฯ เป็นเพียงพิธีกรรม นอกจากนั้น ยังยอมรับรัฐธรรมนูญ​มาตรา 161 ไม่มีความสำคัญ ยอมรับสิ่งที่ทำผิดกฎหมายร่วมกับรัฐบาลด้วย ประธานสภาฯ อาจเข้าข่ายผู้ปฏิบัติที่ขัดรัฐธรรมนูญ และการปล่อยให้มีการละเลยไปเรื่อยๆ ละเว้นไม่ดำเนินการใดๆ ให้รัฐบาลหรือรัฐมนตรียุติการปฏิบัติหน้าที่จนสร้างความเสียหาย ประธานสภาฯ ต้องรับผิดชอบร่วมร่วมกับรัฐบาลด้วย

 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ สรุปในช่วงท้ายว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ นี้ ถ้าออกไม่ทันก็ใช้ของเดิมได้ ไม่ได้เสียหายอะไร 

 

เปรียบประเทศ "แก่ จน ป่วย" 

ในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 63 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายพร้อมระบุชัดเจนว่า จะไม่รับหลักการร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ โดยระบุว่า สมาชิกส่วนใหญ่เห็นว่าว่าร่างงบประมาณฉบับนี้ มีข้อบกพร่องเยอะ และไม่แก้วิกฤตประเทศ

ทุกคนไม่เห็นชอบไม่สอดคล้องกับปัญหาของประเทศ เพราะขณะนี้ประเทศไทยเป็นประเทศที่แก่ และจน แต่อยู่ได้เพราะใช้เครื่องเทียมเข้าไปในร่างกาย ทั้ง หัวใจ ปอด สมองเทียม อยู่ได้เพราะเครื่องเทียมเหล่านั้นทรงอิทธิพล แต่โครงสร้างเศรษฐกิจผุพังไปหมดแล้ว แต่รัฐบาลกลับจัดงบประมาณนำเรื่องเทียมใส่ไว้ทั้งหมด ถ้าถอดสิ่งเทียมออกเข้าโลงแน่นอน

นพ.ชลน่าน กล่าวอีกว่า สมาชิกส่วนใหญ่ไม่เห็นชอบในหลักการ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ แต่อาจจะแพ้เสียงข้างมาก และขอให้ปรับงบฯ และเอางบฯ 5 แสนล้านบาทของปีก่อนที่ต้องนำมาใช้ ปรับลดทุกรายการ เพื่อได้ใช้ในโครงการที่เป็นประโยชน์

 

จวกรัฐบาลใช้เงินไม่เป็น จัดสรรงบฯเอื้อเจ้าสัว

ในการอภิปรายเนื้อหา พ.ร.บ. งบประมาณเข้มข้นขึ้นอีกครั้ง หลัง นายศรันย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน พร้อมเนื้อหาในการอภิปรายที่ทำให้นายกฯ ต้องลุกขึ้นขี้แจงทันที

โดยช่วงหนึ่งนายศรันย์วุฒิ ได้กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ไปพูดที่สหประชาชาติ ประเด็นนี้ 

พล.อ.ประยุทธ์ ได้ลุกขึ้นเพื่อชี้แจงว่า ตนไม่ต้องการโต้ตอบใครและรับฟังทุกท่าน แต่กรณีที่ตนไปพูดที่ยูเอ็น มีการพูดถึงระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าซึ่งเป็นการทำต่อจากนโยบายครั้งที่แล้ว ต้องถามว่าแล้วรัฐบาลไหนที่ทำเสียหาย ผมเข้ามาแล้วจำได้ว่านำเงินไปให้โรงพยาบาลที่ค้างจ่ายค่าหมอ ค่าพยาบาล หลายหมื่นล้านบาท

 

นอกจากนี้ นายศรันย์วุฒิ ยังได้พูดถึง ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 63 ว่า การตั้งงบฯ ผิดรัฐธรรมนูญ ไม่มีในนโยบายหาเสียง และไม่สอดรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี งบที่จัดตั้งมา นำไปซื้ออาวุธ งบกลาง 5 แสนล้านบาท ใช้ซื้อรถถัง 2,000 กว่าล้านบาท แต่ต้องรับบริจาคเงินทางโทรศัพท์เพื่อช่วยน้ำท่วม 

อยากให้ตัดหนี้ เติมเงินทั้งระบบ เพราะวันนี้เศรษฐกิจพัง รวมทั้งปฏิรูปโครงสร้างระบบงบประมาณแผ่นดิน ใช้ GNP รวมการซื้อทั้งในและต่างประเทศ ไม่ใช่แค่ GDP เพราะรัฐบาลใช้เงินไม่เป็น ทุกวันนี้บริษัทยักษ์ใหญ่ บริษัทออนไลน์ข้ามชาติเติบโต แต่ไทยได้ 0 บาท

การจัดสรรงบต่าง ๆ วันนี้กลับเอื้อเจ้าสัวรายใหญ่   EEC พัฒนาประเทศยุคใหม่ แต่ความจริงมีเจ้าสัวไม่กี่คน รวมตัวกันหารือกว้านซื้อที่ เปลี่ยนผังเมืองสีเขียวเป็นสีม่วง โดยใช้ ม.44 เอื้อประโยชน์

นอกจากนี้ การกระตุ้นเศรษฐกิจวันนี้ เครื่องยนต์ 4 ตัวดับสนิท คือ การนำเข้าส่งออก การลงทุนภาครัฐ ท่องเที่ยว และการลงทุนภาคเอกชน

ขณะที่ งบประมาณปี 2563 ไม่มีมาตรการแก้หนี้เกษตรกร พักหนี้ เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพราะ 5 ปีที่ยึดอำนาจมีคนจนจำนวนมาก รัฐบาลต้องปรับหนี้ทั้งระบบ โดยหนี้ครัวเรือนเกิน 84% เฉลี่ยต่อคนเป็นหนี้ 5.2 แสนบาท เกินเส้นอันตราย

 

เจ็บแทนกองทัพ 

ในการอภิปราย ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 63 ในครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลุกขึ้นชี้แจงหลายประเด็น โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เป็นไปอย่างดุเดือด หลังถูก ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ พาดพิง โดยยกคำพูดว่า "ผมไม่เอาชีวิตคนทุกคนมาเพื่อประโยชน์ของผม หรือของใครก็แล้วแต่โดยเด็ดขาด" 

 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สถานการณ์ภาพรวมของจังหวัดชายแดนภาคใต้ การก่อเหตุรุนแรงลดลง แปรเปลี่ยนไปในทางการเมืองมากขึ้น แม้จะมีการก่อเหตุรุนแรงต่อเนื่อง แต่สถิติลดลง โดยตั้งแต่ปี 57-62 ถือว่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการทำงานเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง

มีขบวนการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ที่เคลื่อนไหวเสรีทั้งในและต่างประเทศ ไม่เผยตัวตน ไม่ยึดพื้นที่ มีแนวทางแบ่งแยกดินแดน ประกาศเอกราช แยกรัฐไทย รัฐบาลพยายามแก้ไขโดยการบ่มเพาะชุมชน สร้างแนวร่วม แสวงหาเงินทุน ขับเคลื่อนทางการเมือง ยุติความรุนแรง ให้สังคมอยู่อย่างสันติสุข

มีคนพูดว่าแสวงประโยชน์จากภาคใต้ ผมไม่เอาชีวิตทุกคนมาเป็นผลประโยชน์ของผมโดยเด็ดขาด ผมรับผิดชอบทหาร รับผิดชอบภรรยาเขา รับผิดชอบลูกเขา คิดอย่างนี้ได้อย่างไร ชีวิตคนใครก็รัก

ภาครัฐก็มีแนวทางพัฒนาการแก้ไขปัญหาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งชึ้น มีการปรับระบบภาครัฐ จัดทำยุทธศาสตร์ชาติ กำหนดแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ครอบคลุมทั้งงานความมั่นคงและงานพัฒนา หมายถึงทุกกระทรวงทบวงกรมจะมีงบประมาณในส่วนนี้อยู่ด้วย ไม่ใช่มีงบแต่ฝ่ายทหารฝ่ายเดียว

ไม่เหมือนอย่างที่สมาชิกบางคนกล่าวว่า "การทหารนำการเมือง" เพราะการบริหารราชการโดยหน่วยงานภาครัฐที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนใต้นั้น อยู่ภายใต้การอำนวยการ แต่งบอยู่ในกระทรวงต่างๆ ทั้งหมด ส่วนงานความมั่นคงใช้ในส่วนของทหาร จำพวกเบี้ยเลี้ยงกำลังพลเท่านั้น

ผมเป็นทหารเก่า พาเขาไปรบ ใครจะรับผิดชอบชีวิตเขา ผมต้องรับผิดชอบ ผมถามว่าแล้วใครจะไป ถ้าไม่มีทหารแล้วใครจะไปรบ ภาคใต้เป็นแบบนี้ ผมถามใครจะรบ แต่ทหารถึงรู้ว่าจะตาย เขาก็กล้าไป เพราะรู้ว่ามีผู้บังคับบัญชาจะดูแลและเยียวยาเขาได้

 

ชงเก็บภาษีพริตตี้-เด็กเอนฯ สร้างรายได้ 1.35 หมื่นล้าน

ในการอภิปราย เนื้อหางบประมาณในครั้งนี้ ไม่ได้มีเพียงวลีเด็ด แต่ยังมีหลายประเด็นที่ทำให้เกิดการพูดถึงกันในสังคม โดยเฉพาะในสื่อโซเซียล 

 

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ลุกขึ้นอภิปราย โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า หลายปีที่ผ่านมา เราบริหารประเทศแบบข้าราชการประจำ เช้าชามเย็นชาม บางช่วงมีนักธุรกิจเข้ามาบริหารประเทศเหมือนจะดี สุดท้ายก็ทำให้ครอบครัวกำไร แต่ประเทศขาดทุน

นายมงคลกิตติ์ กล่าวอีกว่า ขอเสนอให้รัฐบาลวางแผนการจัดหารายได้เพิ่มเติม คือ 1.บังคับใช้กฎหมายเก็บภาษีเดิมที่มีอยู่ เพิ่มอัตรากำลังคน ในส่วน กรมศุลกากร กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต เพิ่อให้จัดเก็บภาษีเพิ่ม ให้ได้ปีละ 3 แสนล้านบาท และให้โบนัสปีละ 5 พันล้านบาทต่อปี เป็นต้น  เพื่อไม่ต้องให้ข้าราชการไปทุจริต 2. เปิดคาสิโนแบบถูกกฎหมาย ทั้งเล่นจริงและออนไลน์ ให้นักท่องเที่ยวเล่น รายได้ไม่น้อยกว่า 500,000 ล้านบาท/ปี

3.เก็บภาษีพริตตี้, เด็กเอนเตอร์เทน, ขายบริการใช้สาธิตโมเดล สร้างรายได้ 100,000 - 150,000 บาท/เดือน/คน หรือ 1.2-1.8 ล้านบาท/คน/ปี เก็บได้ 300,000 คน ฐาน 25% ก็ 90,000 - 135,000 ล้านบาท/ปี ถ้าเข้าระบบภาษีผู้ประกอบอาชีพดังกล่าวจะสามารถ ซื้อบ้าน ซื้อที่ดิน ซื้อรถ แบบผ่อนชำระได้โดยกู้เงินจากธนาคารหรือไฟแนนซ์ได้ ตามระบบปกติได้ ไม่จำเป็นต้องซื้อเงินสด

และ 4.เก็บภาษีเงินทุจริต ซึ่งต่างประเทศหากมีการรับสินบน 1 ร้อยล้าน จะโดนเก็บภาษี 35% หากหลบภาษีจะโดนปรับมากถึง 4 เท่า เขาจ่ายภาษีกันเต็มหน่วย

 

 ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เฉลยแล้ว! ผังปริศนาในมือ "ประวิตร" ที่แท้ขบวนการค้ายาเสพติด

"ฝ่ายค้าน" นัดถกรอบสุดท้ายก่อนลงมติ พ.รบ.งบฯ 63

"ประวิตร" ไม่รู้ข่าววางตัว "พล.อ.อภิรัชต์" เป็นนายกฯ คนต่อไป

 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน