นายกฯ ยืนยัน รัฐบาลจัดสรรงบประมาณตามความจำเป็น

นายกฯ ยืนยัน รัฐบาลจัดสรรงบประมาณตามความจำเป็น

นายกฯ ยืนยัน รัฐบาลจัดสรรงบประมาณตามความจำเป็น

รูปข่าว : นายกฯ ยืนยัน รัฐบาลจัดสรรงบประมาณตามความจำเป็น

นายกฯ ยืนยัน รัฐบาลจัดสรรงบประมาณตามความจำเป็นของแต่ละกระทรวง และการหารายได้ โดยไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ในทุนรายใดเป็นพิเศษ พร้อมย้ำกระทรวงกลาโหมจำเป็นต้องจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย เพื่อรองรับภารกิจงานด้านความมั่นคง

วันนี้ (19 ต.ค.2562) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุถึงความพอใจในการอภิปรายงบประมาณรายจ่ายปี 2563 ว่า โดยส่วนตัวมีความพอใจ เพราะมีการพูดคุยในเรื่องที่เป็นประโยชน์ และพร้อมรับฟังทั้งหมด หลังจากนี้ก็จะนำไปบูรณาการ ทั้งนี้งบประมาณแต่ละกระทรวงมากน้อยแตกต่างกัน

ขณะเดียวกันก็ต้องให้หน่วยราชการอื่น ๆ สนับสนุนการทำงาน เพื่อให้สอดคล้องกับงบประมาณของแต่ละกระทรวงด้วย เช่น การแก้ปัญหาฝุ่นละออง ซึ่งไม่ได้เป็นเรื่องของกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่ต้องบูรณาการงบประมาณของหลายหน่วยงานประกอบกัน และหากมีปัญหาเร่งด่วนก็สามารถใช้งบฯกลางสนับสนุนได้พอสมควร ซึ่งงบฯกลาง 400,000 กว่าล้านบาท แม้ว่าจะเป็นตัวเลขที่มากแต่เมื่อพิจารณาจากการทำงานแล้ว ก็มีภาระหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกมากเช่นกัน เช่น การช่วยเหลือน้ำท่วม

พล.อ.ประยุทธ์ ยังระบุถึงงบประมาณของกระทรวงกลาโหมว่า อาจมีบางคนไม่ทราบว่าทหารทำหน้าที่อะไรบ้าง อย่างเช่นกองทัพบก ซึ่งมีกองกำลังต่าง ๆ รับผิดชอบชายแดนหลายพื้นที่ และใช้กำลังพลหลายหมื่นนายแต่ละวัน รวมทั้งยังทำหน้าที่แทนกระทรวงอื่น ๆ ด้วย เช่น การบังคับใช้กฎหมายตามแนวชายแดน

ส่วนงบประมาณแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้จำเป็นต้องแยกออกมาจาก จังหวัดอื่น ๆ ในภาคใต้กว่า 10 จังหวัด และนายกรัฐมนตรีต้องสั่งการโดยตรง เนื่ิองจากมีสถานการณ์ที่ต้องดูแลและแก้ปัญหาเป็นพิเศษ เช่นเดียวกับการแก้ไขปัญหาในพื้นที่อื่น ๆ ที่คำนึงถึงความเร่งด่วน เช่น จังหวัดที่ประสบอุทกภัยในภาคอีสาน

หลายฝ่ายอาจมองว่า ตัวเลขงบประมาณปี 2563 เป็นตัวเลขจำนวนมาก แต่ก็มีภาระหน้าที่ต้องแก้ปัญหามากเช่นเดียวกัน รวมทั้งเงื่อนไขจากปัจจัยภายใน ภายนอกและเศรษฐกิจต่าง ๆ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการหาเงินเข้าประเทศด้วย เช่น การสร้างพื้นที่การลงทุนใหม่ๆ เพื่อดึงนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศไทย

แม้ว่าจะมีบางคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุน แต่บางกรณีก็จำเป็นต้องอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุน เช่นกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่ก็จะต้องมีการดำเนินการตามขั้นตอนโปร่งใส ขณะเดียวกันก็ต้องดูแลทุกภาคส่วนให้ทั่วถึง และมีระบบสาธารณูปโภค เส้นทางคมนาคมรองรับ เช่น รถไฟฟ้าความเร็วสูงและรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ ซึ่งจะต้องร่วมมือกับภาคเอกชน

ส่วนปัญหาเรื่องหนี้สาธารณะยังไม่น่ากังวล เพราะว่าตัวเลขที่สูงเป็นไปตามค่าเงินของแต่ละปี พร้อมย้ำว่าหนี้ระยะยาวก็ต้องค่อย ๆ ผ่อน แต่หนี้ระยะสั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย และจะต้องสร้างความเชื่อมั่นใจประสิทธิภาพของการหาเงินมารองรับหนี้สาธารณะ เช่นเดียวกับประเทศที่เจริญแล้ว แต่ต้องใช้เวลา และยืนยันว่าไม่ได้ขัดแย้งกับใครหรือพรรคการเมืองใดแต่ต้องการชี้แจงว่า รัฐบาลมีแนวทางรองรับไว้แล้ว ไม่ใช่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญต้องสร้างความร่วมมือของทุกฝ่าย รวมทั้งรัฐบาลได้นำหลักการของต่างประเทศมาศึกษาและปรับใช้ แต่ปัญหาหลักๆคือเรื่องงบประมาณและการสร้างความเข้าใจกับประชาชน เช่น กรณีการเวนคืนที่ดินที่อาจจะส่งผลกระทบกับประชาชนในบางพื้นที่ จึงจำเป็นต้องชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจและยืนยันว่าไม่ได้ทิ้งประชาชน

ยกตัวอย่างโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบินเพื่อรองรับการขนส่งของประชาชนจากต่างจังหวัดเข้ามาในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเรื่องของการแข่งขันของภาคเอกชนในการประมูลโครงการก่อสร้างและรัฐบาลไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ใครเพราะต้องยึดตามกฎหมาย

พร้อมระบุถึงเอกสารที่นำไปให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีดูระหว่างการประชุมสภาเมื่อวานนี้ (18 ต.ค.62) ว่า เป็นรายงานการจับกุมยาเสพติด 1,500 กก.ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดได้ดำเนินการมาโดยตลอด เนื่องจากมีการผลิตมากขึ้นจึงจับกุมได้ในปริมาณที่มากขึ้น แต่ไม่ใช่การละเลยให้มีการค้ายาเสพติด

ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าเจ้าหน้าที่ต้องดูแลตามแนวชายแดนและลาดตระเวนติดตามขบวนการยาเสพติดทั้งทางบกทางเรือ ทั้งนี้อย่าคิดว่าเครื่องมือของเจ้าหน้าที่มีจำนวนมากเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงเรื่องความทันสมัยและทันสถานการณ์ปัจจุบันด้วย จึงสะท้อนถึงความจำเป็นในการจัดจึงสะท้อนถึงความจำเป็นในการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ของกระทรวงกลาโหม และเป็นการจัดซื้อโดยงบประมาณของกระทรวงกลาโหมไม่ได้ใช้งบกลาง โดยคำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงสถานการณ์โลก และประเทศเพื่อนบ้านก็มีการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์เช่นกัน จึงต้องสร้างศักยภาพให้เท่าเทียมกัน เพราะจะเกี่ยวเนื่องกับการพูดคุยเจรจาการรักษาความมั่นคง เช่นการคุ้มครองเรือประมงที่จำเป็นต้องมีเรือที่ทันสมัยในการดูแล

กลับขึ้นด้านบน