ปลดล็อก ม.7 พ่นพิษ "ทสจ." เอี่ยวแก๊งตัดยางนาสวมส่งขายจีน

ปลดล็อก ม.7 พ่นพิษ "ทสจ." เอี่ยวแก๊งตัดยางนาสวมส่งขายจีน

ปลดล็อก ม.7 พ่นพิษ "ทสจ." เอี่ยวแก๊งตัดยางนาสวมส่งขายจีน

รูปข่าว : ปลดล็อก ม.7 พ่นพิษ "ทสจ." เอี่ยวแก๊งตัดยางนาสวมส่งขายจีน

ปลดล็อก ม.7 ตัดไม้ในที่ดินกรรมสิทธิ์พ่นพิษ เจอเจ้าหน้าที่ทสจ.เอี่ยวช่วยฟอกไม้หวงห้าม ต้นยางนาเข้าในที่ดินมีโฉนดของชาวบ้านในพื้นที่นครสวรรค์ หลังเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ทหาร เข้าตรวจสอบกองไม้ยางนา 87 ท่อนในโรงเลื่อย พบเป็นไม้ถูกนำมาสวม

วันนี้ (21 ต.ค.2562) ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์ความคืบหน้ากรณีกรมป่าไม้  โดยชุดพยัคฆ์ไพร ร่วมกับ พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพรเข้าตรวจสอบกองไม้ยางนาต้องสงสัย ภายในโรงงานแปรรูปไม้ของเอกชน ในต.หนองกรด อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ เจ้าหน้าที่พบชายชาวจีน 2 คน อ้างว่าเป็นผู้ดูแล 

จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบดวงตราจากทางราชการ ประทับบนไม้ยางนาต้องสงสัย 87 ท่อน เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบจากเอกสาร พบว่าต้นทางอยู่ในพื้นที่อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ ขอตัดทั้งหมด 20 ต้น แต่ได้ตัดเพียง 11 ต้น เมื่อนำพิกัดรูปแปลงมาตรวจสอบโดยละเอียด กลับพบว่าพื้นที่ที่ไม้ถูกตัดอยู่นอกแปลงโฉนดที่ดิน

ผู้ดูแลให้การว่า ได้รับซื้อไม้ยางนาจากชายคนหนึ่ง ในพื้นที่อ.แม่วงก์ โดยอ้างว่าเป็นไม้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ขึ้นในพื้นที่มีเอกสารสิทธิ์ และได้ขึ้นทะเบียนสวนป่าแล้ว นอกจากนี้ได้ตรวจสอบใบอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักร ใบอนุญาตค้าหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้า ซึ่งสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้ หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้าม และใบอนุญาตตั้งโรงค้าไม้แปรรูป ทั้งหมดถูกต้อง ได้รับอนุญาตเมื่อ 9 ก.ค.2562 ถึง 8 ก.ค.2563

ภาพ:สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้

ภาพ:สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้

ชาวบ้านอ้างแก๊งตัดไม้เคลียร์เจ้าหน้าที่ได้

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งความดำเนินคดี ฐานมีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบรรพตพิสัย ดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายต่อไป

เจ้าหน้าที่เดินทางไปยังพื้นที่ต้นทาง ในต.วังซ่าน อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ ขยายผลตรวจสอบต่อไม้ทั้ง 11 ต้นที่ถูกตัด พบว่าไม้ที่ถูกตัดอยู่ในบริเวณคลองวังม้า  และอยู่นอกแปลงโฉนดที่ดินโดยที่ดินที่ระบุในโฉนดมีเพียง 75 ตารางวา

จากการสอบถามเจ้าของที่ดินที่ระบุว่า เมื่อไม่นานมานี้มีชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นนายหน้าค้าไม้ มาติดต่อขอซื้อไม้ยางนา โดยเจ้าของที่ดินระบุว่า ไม้ไม่ได้อยู่ในที่ดินของตนเอง แต่นายหน้าได้แอบอ้างว่า สามารถเคลียร์กับเจ้าหน้าที่ได้ โดยขอเอกสารที่ดินและใบมอบอำนาจ เพื่อนำไปดำเนินการขออนุญาตจัดตั้งสวนป่า

ต่อมาได้มีชายกลุ่มหนึ่งเข้ามาตัดไม้ และมอบเงินให้กว่า 95,000 บาท เป็นค่าตอบแทน เจ้าหน้าที่ได้จัดทำบันทึกเรื่องราวทั้งหมด แจ้งความดำเนินคดีฐานร่วมกันทำไม้ห่วงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาตกับนายหน้าค้าไม้ และกลุ่มบุคคลที่เข้ามาตัดไม้ นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่วงก์ เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ภาพ:สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้

ภาพ:สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้

ตั้งกรรมการสอบ ทสจ.เอี่ยวอนุญาตสวมไม้

ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ขณะนี้ได้รายงานนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เพื่อขยายผลในประเด็นนี้แล้ว เนื่องจากมีการระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งอยู่ในสังกัดสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครสวรรค์ (ทสจ.) รวมทั้งบุคคลอื่นที่ปรากฎในรายชื่อที่เซ็นอนุญาตให้ตัดไม้จากกระบวนการสวมสิทธิในที่ดินโฉนดของชาวบ้านไปตัดไม้ยางนา 

ขณะที่นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ กล่าวว่า  เนื่องจากขณะนี้กรมป่าไม้ ได้ปลดล็อกมาตรา 7 ในพ.ร.บ.ป่าไม้ 2487 ให้สามารถทำไม้หวงห้ามในที่ดินที่มีเอกสารสิทธิของตัวเองได้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวบ้าน และจะส่งเสริมให้ปลูกไม้หวงห้ามในที่ดินของตัวเอง ซึ่งหลังจากปลดล็อกมีความต้องการกล้าไม้มีค่ามากกว่า 50 ล้านต้นไม่พอแจก 

ภาพ:สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้

ภาพ:สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้

ยอมรับว่าเริ่มมีการร้องเรียนเข้ามาว่ามีชาวบ้าน มีวัดบางแห่งหลายพื้นที่ต้องการตัดไม้มีค่าที่ปลูกมานานนับ 100 ปีออกไปขายเพื่อการค้า ซึ่งตรงนี้ถือว่าผิดวัตุถุประสงค์ เพราะแนวคิดถ้าต้นไม้มีความเสี่ยงต่อการล้ม หรือยืนต้นตาย และเสี่ยงเรื่องความปลอดภัย ก็ควรตัดออก 

นายชีวะภาพ กล่าวอีกว่า  นอกจากนี้ยังฝากเตือนผู้นำชุมชน ประชาชน ช่วยกันสอดส่องดูแลไม้มีค่าในชุมชน เพื่อไม่ให้กลุ่มขบวนการฟอกไม้อาศัยช่องทางมาลับลอบตัด โดยเฉพาะในพื้นที่สาธารณะ ไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ดิน และหากพบผู้ใดมาแอบอ้างว่าสามารถช่วยเครียร์กับเจ้าหน้าที่ ในการช่วยเหลือให้สามารถตัดไม้นอกแปลงที่ดินกรรมสิทธิ์ให้แจ้งเจ้าหน้าที่  

กระบวนนี้มีการว่าจ้างกลุ่มคนไทยเป็นเอเย่นต์ แบ่งงาน มีทีมวิ่งหาไม้ ถ้าเห็นต้นยางนา และตามหัวไร่ ปลายนา ริมน้ำ วัด เข้าไปติดต่อเจ้าของที่ดินข้างเคียง ขอยืมเอกสารที่ดิน บัตรประชาชน และเมื่อได้รับใบมอบอำนาจจะให้เงินค่าดูแล จากนั้นเอเย่นต์นำเอกสารไปฟอกไม้เข้าไปในแปลงเอกสารสิทธิ มีเจ้าหน้าที่รัฐไปแนะนำ ออกเป็นเอกสารปลอมขึ้นมา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ร่อนหนังสือด่วน! พศ.ระงับวัดตัดไม้ตาม ม.7 ปมถูกตัดขาย

ภาพ:สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้

ภาพ:สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้

กลับขึ้นด้านบน