ไทม์ไลน์สู่เส้นทางแบน 3 สารเคมีเกษตร

ไทม์ไลน์สู่เส้นทางแบน 3 สารเคมีเกษตร

ไทม์ไลน์สู่เส้นทางแบน 3 สารเคมีเกษตร

รูปข่าว : ไทม์ไลน์สู่เส้นทางแบน 3 สารเคมีเกษตร

ข้อถกเถียงการยกเลิกสารเคมีเกษตร 3 ชนิดไม่ใช่เรื่องใหม่ ในช่วงรัฐบาล คสช.มีการเคลื่อนไหวให้ภาครัฐแก้ปัญหานี้ต่อเนื่อง แต่ไม่สำเร็จ กระทั่งเข้าสู่การเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาล ประเด็นนี้ถูกจุดกระแสอีกครั้งหลังรัฐมนตรีหญิงพรรคภูมิใจไทยเดินหน้าสานต่อนโยบายนี้

ไทยพีบีเอส ทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนถึงวันชี้ชะตาแบนสารเคมี 3 ชนิด ซึ่งประเด็นร้อนที่ถูกจับตาในขณะนี้คือการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ในวันพรุ่งนี้ (22 ต.ค.) ว่าจะมีการพิจารณายกเลิกการใช้สารเคมีที่มีความเสี่ยงสูง 3 ชนิด ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แจ้งมติของคณะทำงาน 4 ฝ่ายที่นายกรัฐมนตรีสั่งการหรือไม่

4 วันหลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จากพรรคประชาธิปัตย์ เซ็นคำสั่งมอบหมายภารกิจให้ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำกับดูแล “กรมวิชาการเกษตร” สัญญาณการเดินหน้าแก้ปัญหาสารเคมีเกษตร 3 ชนิดคือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง

พวกสารเคมีต่างๆ เราคิดว่าจะต้องทบทวนเรื่องนี้เป็นพิเศษและเป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะมันเป็นนโยบายที่ตัวเราเองที่เข้ามาทำตรงนี้ ก็คิดเรื่องนี้อยู่แล้ว อยากให้มีการงดใช้ถาวร

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 6 ส.ค.2562

 

ตอกย้ำทิศทางและจุดยืนที่ชัดเจน ด้วยการสั่งให้กรมวิชาการเกษตรชะลอร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการอนุญาตหรือต่อทะเบียนสาร ก่อนจะมีคำสั่งยุติการต่อทะเบียนและนำเข้าสารเคมีทั้ง 3 ชนิดในเวลาต่อมา

แม้การผลักดันให้ ลด ละ เลิก สารเคมีเกษตรที่เป็นอันตรายจะบรรจุอยู่ในนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา อีกทั้งยังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของความร่วมมือระหว่าง ส.ส.รัฐบาลและฝ่ายค้าน ในการโหวตเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาและแก้ปัญหานี้

 

แต่เส้นตายที่ขีดไว้ปลายปี 2562 ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมใหญ่ที่พุ่งตรงไปยังรัฐมนตรีในพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงต่างๆ ที่นั่งอยู่ในคณะกรรมการวัตถุอันตราย ว่า จะสามารถกำกับข้าราชการประจำให้โหวตตามนโยบายได้หรือไม่

ความล่าช้าของกลไกภาครัฐ เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ถูกพูดถึง หลังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บุกไปขอข้อมูลที่สำนักงานในกำกับของตัวเอง เมื่อวันที่ 16 ก.ย.2562 เรื่องนี้ร้อนไปถึงนายกรัฐมนตรีที่ต้องออกมากำชับให้ดำเนินการตามที่ตนเคยสั่งไป

รัฐมนตรีช่วยฯ จะไปตรวจสอบจากกรมวิชาการเกษตร แต่ไม่ได้ ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ได้ยังไง ผมถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องทำให้เปิดเผย การยกเลิกสารเคมีทั้ง 3 ชนิด ผมคิดว่าน่าจะได้ความชัดเจนในวันพรุ่งนี้ เพราะจะมีการประชุมของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ จะแสดงรายละเอียด เหตุจำเป็นต่างๆ ในการพิจารณาสารทดแทนสารเคมีทั้ง 3 ชนิดต่อไป

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แถลงเมื่อวันที่ 17 ก.ย.2562


18 ก.ย. 1 วันหลังจากนายกรัฐมนตรีออกมาแถลง ที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีวาระเร่งด่วน พิจารณาข้อเสนอจากนายกรัฐมนตรีให้มีการหารือเพื่อสร้างความเข้าใจ 4 ฝ่าย ประกอบด้วย รัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค เพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้โดยมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงาน

 

7 ต.ค. ที่ประชุม 4 ฝ่ายมีข้อสรุปให้ "ยกเลิกการใช้" และยกระดับสารเคมีเกษตรทั้ง 3 ชนิดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2562

มติดังกล่าว ผนวกกับกระแสเรียกร้องจากสังคม ทำให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหลายคนต้องออกมาแสดงจุดยืนและสนับสนุนให้คณะกรรมการวัตถุอันตราย โหวตแบบเปิดเผย มตินี้ยังส่งผลสะเทือนไปถึงกลุ่มคนที่เห็นด้วยและคัดค้าน ที่ต่างฝ่ายต่างออกมาแสดงจุดยืนและเคลื่อนไหวอย่างเข้มข้น

 

ล่าสุด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ทำหนังสือแจ้งมติคณะทำงาน 4 ฝ่ายที่เสนอให้ยกเลิกการใช้ หรือให้สารเคมีทั้ง 3 ชนิดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ต่อคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งมีการบรรจุวาระนี้ไว้ในการประชุมวันที่ 22 ต.ค.นี้

 

กลับขึ้นด้านบน