ก.ล.ต.สั่งปรับ 160 ล้าน "พิชญ์" กับพวก ปมปั่นหุ้น MONO-JAS

ก.ล.ต.สั่งปรับ 160 ล้าน "พิชญ์" กับพวก ปมปั่นหุ้น MONO-JAS

ก.ล.ต.สั่งปรับ 160 ล้าน "พิชญ์" กับพวก ปมปั่นหุ้น MONO-JAS

รูปข่าว : ก.ล.ต.สั่งปรับ 160 ล้าน "พิชญ์" กับพวก ปมปั่นหุ้น MONO-JAS

ก.ล.ต.สั่งลงโทษทางแพ่ง "พิชญ์ โพธารามิก" กับพวก กรณีสร้างราคาหุ้น MONO และหุ้น JAS โดยเรียกให้ชำระค่าปรับทางแพ่งรวม 44,236,447 บาท และ 115,875,094 บาท

วันนี้ (22 ต.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตรวจสอบเพิ่มเติม พบการกระทำความผิดฐานสร้างราคาหุ้นบริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (MONO) และบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (JAS) โดยทั้ง 2 กรณีมีนายพิชญ์ โพธารามิก เป็นตัวการทำหน้าที่แหล่งเงินทุน เพื่อใช้ในการสร้างราคาหุ้นดังกล่าวร่วมกับผู้กระทำความผิดอื่น ดังนี้

1. กรณีสร้างราคาหุ้น MONO ช่วงระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม 2558 ถึงวันที่ 22 ธันวาคม 2558 นายพิชญ์ และบุคคลอื่นอีก 4 ราย ได้แก่ 1.นางเสาวนิตย์ ถนอมสุวรรณ์ 2.นางลลนา ธาราสุข 3.น.ส.พร้อมศิริ สหบุญธรรม และ 4.นายพิรศักดิ์ เพิ่มบุญญรักษ์ ได้ร่วมรู้เห็นตกลงกันใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของตนเอง และบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลอื่น จำนวน 1 บัญชี ซื้อขายหุ้น MONO ในลักษณะผลักดันราคา พยุงราคาและทำราคาปิด ซึ่งมีแนวโน้มลดต่ำลง ไม่ให้ลดลงไปมาก อันทำให้สภาพการซื้อขายหุ้น MONO ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด มีผลให้ราคาปิดหุ้น MONO ในแต่ละวันเพิ่มขึ้น 0.02 ถึง 0.74 บาท ตลอดช่วงดังกล่าว

2. กรณีสร้างราคาหุ้น JAS ระหว่างวันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 ถึงวันที่ 11 มีนาคม 2559 นายพิชญ์ และบุคคลอื่นอีกจำนวนอย่างน้อย 3 ราย* ได้แก่ 1.นายเกริกไกร ไตรบัญญัติกุล 2.นางเสาวนิตย์ และ 3.นายพิรศักดิ์ ได้ร่วมรู้เห็นตกลงกันใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของนายเกริกไกร นางเสาวนิตย์ นายพิรศักดิ์ รวมทั้งบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลอื่น จำนวน 1 บัญชี ซื้อขายหุ้น JAS ในลักษณะพยุงราคาและทำราคาปิด ซึ่งมีแนวโน้มลดต่ำลง ไม่ให้ลดลงไปมาก อันทำให้สภาพการซื้อขายหุ้น JAS ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด มีผลให้ราคาปิดหุ้น JAS ในแต่ละวันเพิ่มขึ้น 0.02 ถึง 1.57 บาท ตลอดช่วงดังกล่าว

 

พิชญ์ โพธารามิก

พิชญ์ โพธารามิก

 

การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามมาตรา 243(1) ประกอบมาตรา 244 และมาตรา 243(2) แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะกระทำความผิด ซึ่งปัจจุบันการกระทำดังกล่าวยังคงเป็นความผิดตามมาตรา 244/3 และมีระวางโทษตามมาตรา 296 มาตรา 296/1 และมาตรา 296/2 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. หลักทรัพย์ ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2559 ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญาคณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้ ก.ล.ต. นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้กับทั้ง 2 กรณีข้างต้น ดังนี้

ก. กรณีหุ้น MONO ให้นายพิชญ์ ชำระค่าปรับทางแพ่งจำนวน 42,236,447 บาท และให้นางเสาวนิตย์ นางลลนา น.ส.พร้อมศิริ และนายพิรศักดิ์ ชำระค่าปรับทางแพ่งรายละ 500,000 บาท

ข. กรณีหุ้น JAS ให้นายพิชญ์ ชำระค่าปรับทางแพ่งจำนวน 114,375,094 บาท และให้นายเกริกไกร นางเสาวนิตย์ และนายพิรศักดิ์ ชำระค่าปรับทางแพ่งรายละ 500,000 บาท

สำหรับผู้กระทำความผิดทั้ง 2 กรณีข้างต้น หากไม่ยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ก.ล.ต.จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องเป็นคดีต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้ชำระเงินค่าปรับทางแพ่งตามอัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนด

ทั้งนี้ การที่ ค.ม.พ.ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด* เป็นเหตุให้ผู้กระทำความผิดดังกล่าว เข้าข่ายเป็นผู้มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจในการเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียนด้วย ตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 3/2560** ซึ่งมีกรอบระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 3 ปี และ ก.ล.ต. จะพิจารณาเมื่อบุคคลดังกล่าวจะเข้าไปเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ก.ล.ต.ลงดาบ “พิชญ์-เกริกไกร” ฐานอินไซเดอร์ หุ้น JTS

 

กลับขึ้นด้านบน