“ศักดิ์สยาม” ยันไม่ยุบท่าอากาศยาน “หาดใหญ่-เชียงราย”

“ศักดิ์สยาม” ยันไม่ยุบท่าอากาศยาน “หาดใหญ่-เชียงราย”

“ศักดิ์สยาม” ยันไม่ยุบท่าอากาศยาน “หาดใหญ่-เชียงราย”

รูปข่าว : “ศักดิ์สยาม” ยันไม่ยุบท่าอากาศยาน “หาดใหญ่-เชียงราย”

รมว.คมนาคม ยืนยันไม่มีการยุบท่าอากาศยานหาดใหญ่และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย หลังมีกระแสข่าววว่า ผู้บริหาร ทอท. จะยุบเนื่องจากประสบภาวะขาดทุน

วันนี้ (28 ต.ค.2562) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวภายหลังการมอบนโยบายแก่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ว่า ขณะนี้ ทอท.มีผลประกอบการการดำเนินการที่ดี มีประสิทธิภาพ และมีความชัดเจนโดยเฉพาะแผนการพัฒนาท่าอากาศยานในความดูแลทั้ง 6 แห่ง โดยทุกแห่งมีผู้โดยสารที่เกินกว่าความสามารถสนามบินรองรับได้ ยกเว้นท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

ซึ่ง ทอท.มีการวางแผนพัฒนาสนามบินในระยะ 20 ปี เพื่อขยายความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว ให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล โดยตั้งเป้าว่าในอนาคตจะมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 150 ล้านคน และนักท่องเที่ยวในประเทศ 30 ล้านคน พร้อมยืนยันว่า ทอท.ไม่มีแผนที่จะยกเลิกหรือยุบท่าอากาศยานเชียงรายและท่าอากาศยานหาดใหญ่ตามที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้

 

ปัจจุบัน ทอท.ต้องบริหารงานด้วยความสุ่มเสี่ยง เพราะปริมาณผู้โดยสารเกินขีดการรองรับไปแล้วร้อยละ 40 จากขีดการรองรับ 101 ล้านคนต่อปี แต่พบว่ามีผู้โดยสารถึง 141 ล้านคนต่อปี แบ่งเป็นสนามบินเชียงใหม่ รองรับผู้โดยสาร 8 ล้านคน แต่มีผู้โดยสาร 11.32 ล้านคน

ท่าอากาศยานภูเก็ตรองรับผู้โดยสาร 12.5 ล้านคน แต่มีผู้โดยสาร 17.85 ล้านคน ท่าอากาศยานหาดใหญ่รองรับผู้โดยสาร 2.5 ล้านคน แต่มีผู้โดยสารกว่า 4 ล้านคน ท่าอากาศสุวรรณภูมิ รองรับผู้โดยสาร 45 ล้านคน แต่มีผู้โดยสารกว่า 64 ล้านคน

ท่าอากาศยานดอนเมืองรองรับผู้โดยสาร 30 ล้านคน แต่มีผู้โดยสารกว่า 41 ล้านคน ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย รองรับผู้โดยสาร 3 ล้านคน แต่มีผู้โดยสาร 2.95 ล้านคน

 

ส่วนเรื่องการสนับสนุนการท่องเที่ยว ตามนโยบายรัฐบาลนั้น ได้สั่งการให้ ทอท.ไปลดค่าจอดเครื่องบินและใช้สนามบิน (Landing &​Parking Fare) ให้กับสายการบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight) ในช่วงฤดูการท่องเที่ยวไฮซีซั่น 3 เดือนนับจากนี้ เพื่อกระตุ้นจำนวนนักท่องเที่ยวในภาพรวม

หากพบว่าสามารถเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวได้จะขยายเวลามาตรการดังกล่าวออกไปอีก อย่างไรก็ตาม ด้านสล็อตการบินที่หนาแน่นในสนามบินหลักนั้นจะหารือกับสายการบินที่สนใจให้นำเครื่องไปลงจอดที่สนามบินภูมิภาค ซึ่งใกล้เคียงกับสนามบินหลักของประเทศ ได้แก่ ดอนเมือง สุวรรณภูมิ เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ และเชียงราย จากนั้น ทอท.จะจัดรถชัตเติ้ลบัส หรือรถทัวร์เข้าไปรับส่งผู้โดยสารระหว่างสนามบินปลายทาง-สนามบินหลัก

ดังนั้น การลดราคาร้อยละ 50 ในครั้งนี้จะครอบคลุมทุกสนามบินในประเทศไทย ถือเป็นอีกแนวทางที่จะช่วยเพิ่มยอดการท่องเที่ยวในเมืองรองของประเทศได้อีกด้วย เพราะมีโอกาสที่ผู้โดยสารจะแวะท่องเที่ยวระหว่างทางมากขึ้นไม่ไปกระจุกตัวแค่ที่สนามบินหลัก

ขณะเดียวกัน สั่งการให้นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เข้าไปดำเนินการดูแลเรื่องของตารางบิน เพื่อเร่งแก้ไขปัญหากรณีสายการบินได้ขอตารางบิน (Slot) ในประเทศไทย แต่เมื่อได้รับการจัดสรรเวลาแล้ว กลับไม่ทำการบินตามตาราง ซึ่งเกินมาตรฐานที่กำหนดไว้ถึงร้อยละ 20 ของตารางบิน โดยให้พิจารณาเรื่องของค่าปรับ เช่น เครื่องบิน 1 ลำ มีค่าธรรมเนียมที่ ทอท.จะได้ประมาณ 40,000 บาท หากไม่ดำเนินการตามตารางบินจะต้องเสียค่ามัดจำร้อยละ 50 เพื่อให้มีการบริหารจัดการเที่ยวบิน และ ทอท.ไม่เสียโอกาสเพราะขณะนี้มีหลายสายการบินมีความต้องการที่จะบินในประเทศ

 

นอกจากนี้ยังให้ ทอท.ดูเรื่องประสิทธิภาพในการให้บริการ โดยให้นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อสร้างความสะดวกให้แก่ผู้โดยสาร โดยเฉพาะเรื่องมาตรการยกเว้นออกวีซ่าขอรับการตรวจลงตราณช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองหรือ Visa on Arrival (VOA) ให้ทอท.ทำหน้าที่ประสานให้เป็นอีวีซ่า e-Visa ระบบตรวจตราคนต่างด้าวที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศไทยทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ และตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวได้รวดเร็วและมีความปลอดภัย โดยให้ประสานเรื่องข้อมูลด้านความมั่นคงและข้อมูลด้านอาชญากรรม รวมถึงการให้บริการของท่าอากาศยานทั้งหมด เช่น โถงคอย, ห้องน้ำและร้านอาหาร ที่ต้องมีทางเลือกให้กับผู้โดยสาร

พร้อมสั่งการให้ ทอท.เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้รับบริการและนำความคิดเห็นมาประเมินผลเป็นเอกสารไว้ในจุดต่างๆ เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถแสดงความคิดเห็นและนำมาประเมินผลโดยขณะนี้มีแอปพลิเคชั่นที่ควรนำมาใช้ในการเปิดรับฟังความคิดเห็น

ขณะที่การพัฒนาขยายท่าอากาศยานได้สั่งการให้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมีความเข้าใจ ในการพัฒนาโดยให้ ทอท.ทำสื่อหลายรูปแบบและเน้นย้ำให้ ทอท.ต้องมีความกล้าตัดสินใจที่จะดำเนินการ หากมีความจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ

 

กลับขึ้นด้านบน