ไทยพร้อมสนับสนุน "เวียดนาม" ประธานอาเซียนในปีหน้า

ไทยพร้อมสนับสนุน "เวียดนาม" ประธานอาเซียนในปีหน้า

ไทยพร้อมสนับสนุน "เวียดนาม" ประธานอาเซียนในปีหน้า

รูปข่าว : ไทยพร้อมสนับสนุน "เวียดนาม" ประธานอาเซียนในปีหน้า

ไทยพร้อมสนับสนุนการเป็นประธานอาเซียนของเวียดนามในปี 2563 และขอบคุณที่เวียดนามสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพของไทยในปีนี้

เมื่อวานนี้ (2 พ.ย.2562) เวลา 19.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้พบหารือกับนายเหวียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ณ ห้อง Sappire 108 ชั้น 1 อาคารอิมแพค ฟอรั่ม


นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญของการประชุมว่า นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันความพร้อมของไทยที่จะสนับสนุนการเป็นประธานอาเซียนของเวียดนามในปี 2563 และขอบคุณที่เวียดนามสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพของไทยในปีนี้ ซึ่งไทยได้พยายามผลักดันประเด็นที่เป็นประโยชน์หลายประเด็น แต่หากมีเรื่องใดที่ไม่สามารถบรรลุฉันทามติได้ขอรับการสนับสนุนของเวียดนามในปีหน้า

 

 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเวียดนามชื่นชมบทบาทการเป็นประธานอาเซียนของไทย ซึ่งส่งผลให้อาเซียนมีพัฒนาการในเชิงสร้างสรรค์ ขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญกับเวทีในภูมิภาคมาโดยตลอด และขอบคุณที่ดูแลแรงงานเวียดนามในไทยเป็นอย่างดี และยินดีที่ภายใต้การสนับสนุนของนายกรัฐมนตรี ทำให้มูลค่าการค้าระหว่างทั้ง 2 ประเทศเพิ่มมากขึ้น และไทยหวังที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนในอนุภูมิภาค ผ่านกรอบคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission) และกรอบแม่โขง-ล้านช้าง

"ไทย-เวียดนาม" ยกระดับเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์เข้มแข็ง


ทั้ง 2 ฝ่ายชื่นชมความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-เวียดนาม ที่มีพลวัตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเห็นพ้องที่จะยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่เข้มแข็ง นายกรัฐมนตรีแสดงความห่วงกังวลต่อประเด็นความท้าทายเกี่ยวกับสภาพอากาศ อาทิ สถานการณ์ไฟป่าและมลพิษหมอกควันข้ามแดนซึ่งไทยและเวียดนามได้รับผลกระทบ จึงเห็นว่าอาเซียนควรร่วมมือกันมากขึ้น แลกเปลี่ยนข้อมูล และร่วมมือกับบริหารจัดการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

 

 

นอกจากนี้ ไทยและเวียดนามหวังว่ามูลค่าการค้าจะบรรลุเป้าหมาย 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี ค.ศ.2020 โดยผู้นำทั้งสองยินดีและพร้อมอำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีขอให้เวียดนามพิจารณาขยายระยะเวลาข้อกำหนดการนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการนำเข้าชิ้นส่วนจากไทย และยืนยันกับเวียดนามว่าไทยยินดีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาการประมง IUU เพื่อเป็นผลดีต่อการยกระดับมาตรฐานการประมงเวียดนามด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง


"มหาธีร์" หนุนไทยใช้สันติวิธีแก้ปัญหาชายแดนใต้

ชงมติสังคม-วัฒนธรรม เข้ารับรองผลเวที ASEAN Summit 

เปิดฉาก! ประชุมสุดยอดผู้นำ "ประยุทธ์" ชู "พลังอาเซียน 4.0"

กลับขึ้นด้านบน