แม่ทัพภาค 4 สั่งปรับแผน ชรบ.ไม่ให้เป็นเป้านิ่ง

แม่ทัพภาค 4 สั่งปรับแผน ชรบ.ไม่ให้เป็นเป้านิ่ง

แม่ทัพภาค 4 สั่งปรับแผน ชรบ.ไม่ให้เป็นเป้านิ่ง

รูปข่าว : แม่ทัพภาค 4 สั่งปรับแผน ชรบ.ไม่ให้เป็นเป้านิ่ง

แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งปรับแผนชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน (ชรบ) ซึ่งถือเป็นเป้าหมายอ่อนแอ ไม่ให้เป็นเป้าถูกโจมตี ขณะที่ทางการเชื่อว่าการก่อเหตุครั้งนี้เพื่อต้องการอาวุธและสร้างสถานการณ์

พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ หลังเกิดเหตุยิงถล่มจุดตรวจชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้านทุ่งสะเดา และชุดคุ้มครองตำบลลำพะยา หมู่ที่ 5 ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา พร้อมสั่งปรับแผนเพื่อป้องกัน ชรบ.ตกเป็นเป้านิ่งการโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม

ด้วยทำเลที่ตั้ง ต้องปรับอย่างเร็วเลย แล้วควรจะต้องจรยุทธ์แล้ว ไม่ใช่นอนในป่า แต่นอนใต้ถุนบ้านใครบ้านมัน ผมว่าต้องปรับ ถ้าแบบนี้ไม่ได้ เป็นป้อมให้เขาดึง เขาเขียนแผนเตรียมการเป็นเดือนก็เสร็จ มีเท่าไหร่ก็สูญเสีย

 

จากการสังเกตพบว่า บังเกอร์จุดตรวจชุดคุ้มครองตำบลลำพะยา เต็มไปด้วยร่องรอยกระสุนปืนจากการโจมตีด้วยอาวุธสงครามหลายชนิดของผู้ก่อเหตุความไม่สงบ ส่วนภายในข้าวของกระจัดกระจาย ปะปนกับรอยเลือดของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

ผู้นำท้องถิ่น เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุมีชุด ชรบ.และอาสาสมัครไม่ต่ำกว่า 20 คน มาพูดคุยวางแผนการทำงานกันทุกๆ วันอังคาร จากนั้นผู้ก่อเหตุซึ่งมีมากกว่า 10 คน พร้อมอาวุธสงครามครบมือได้เปิดฉากโจมตี ซึ่งฝ่าย ชรบ.พยายามยิงตอบโต้ แต่ศักยภาพของอาวุธน้อยกว่า จึงตกอยู่ในวงล้อมการสังหารหมู่

 

ขณะที่นายทนง ไหมทอง นายก อบต.ลำพะยา ในฐานะหัวหน้าชุด ชรบ. เชื่อว่า ผู้ก่อเหตุโจมตีเพราะต้องการอาวุธ ซึ่งที่ป้อมมีอยู่หลายกระบอก และคาดว่าการก่อเหตุครั้งนี้ ตั้งแต่เผายาง จนกระทั่งโจมตีจุดตรวจ มีผู้ร่วมก่อเหตุไม่ต่ำกว่า 30 คน พร้อมกันนี้ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ ชรบ.ไม่ได้ประมาท

ไทยพีบีเอส ตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าผู้ก่อเหตุในปฏิบัติการนี้อาจจะมีไม่ต่ำกว่า 30-40 คน แยกย้ายกันโจมตีชุด ชรบ. รวมถึงเผายางรถยนต์และโปรยตะปูเรือใบเพื่อสกัดการติดตาม กองกำลังนี้ส่วนหนึ่งเป็นคนในพื้นที่ที่ชี้จุดและวางแผนหลบหนี อีกส่วนเป็นกองกำลังนอกพื้นที่ก่อเหตุโจมตี

จ.ยะลา เยียวยาทายาทผู้เสียชีวิตคนละ 5 แสนบาท

นายเจษฏา จิตรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ฝ่ายความมั่นคง เปิดเผยว่า จ.ยะลา ได้หารือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางการให้ความช่วยเหลือเยียวทายาทของผู้เสียชีวิต โดยในเบื้องต้นจะได้รับตามสิทธิ์ของระเบียบทางราชการคนละ 500,000 บาท

ขณะที่ครอบครัวยอดแก้ว ซึ่งเป็นหนึ่งใน 15 ครอบครัวที่ต้องสูญเสียทั้งนายสุนทรและนางรัชนก ยอดแก้ว สองสามีภรรยาไปจากเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่ผู้เป็นบุตรสาวบอกว่าจะสานต่อปฎิณิธานของพ่อแม่ ด้วยการทำหน้าที่ ชรบ.เพื่อดูแลความปลอดภัยของผู้คนในชุมชนต่อไป

ส่วนร่างของ ชรบ.ที่เสียชีวิต เพื่อนบ้านและผู้นำศาสนาได้ประกอบพิธีฝังศพแล้วตามหลักศาสนาอิสลาม ขณะที่ผู้นำท้องถิ่นเรียกร้องให้รัฐช่วยเหลือเยียวยาครอบครัว ชรบ.ผู้เสียสละทุกครอบครัวอย่างเต็มที่

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกิดเหตุยิงถล่มป้อม ชรบ.ยะลา มีรายงานผู้เสียชีวิต 14 คน

"ประยุทธ์" ประณามเหตุยิงป้อม ชรบ.ยะลา สั่งเร่งติดตามผู้ก่อเหตุ

กสม.ออกแถลงการณ์ประณามเหตุโจมตีป้อมยาม ชรบ.ยะลา

 

กลับขึ้นด้านบน