ปางช้างแม่สา จ.เชียงใหม่ ชี้แจง หลังสื่อนอกโจมตีทารุณช้าง

ปางช้างแม่สา จ.เชียงใหม่ ชี้แจง หลังสื่อนอกโจมตีทารุณช้าง

ปางช้างแม่สา จ.เชียงใหม่ ชี้แจง หลังสื่อนอกโจมตีทารุณช้าง

รูปข่าว : ปางช้างแม่สา จ.เชียงใหม่ ชี้แจง หลังสื่อนอกโจมตีทารุณช้าง

ปางช้างแม่สา จ.เชียงใหม่ ขอเวลาปรับเปลี่ยนรูปแบบบริการปางช้าง และยืนยันดูแลช้างอย่างดี หลังองค์กรพิทักษ์สัตว์ต่างชาติเผยแพร่ภาพพฤติกรรมของควาญช้าง กระทำกับช้างอย่างไม่เหมาะสม และ เรียกร้องให้นักท่องเที่ยวยกเลิกใช้บริการ

วันนี้ (9 พ.ย.2562) รายงานของเดลี่เมล์ ระบุว่า องค์กรพิทักษ์สัตว์นานาชาติที่มีชื่อว่า มูฟวิ่ง แอนิม่อลส์ จากประเทศอังกฤษ เป็นผู้ออกมาเปิดเผยคลิปวิดีโอนี้ ซึ่งถูกบันทึกไว้ได้จากปางช้างแม่สา ที่ ต.แม่แรม อ.แม่ริม ในจ.เชียงใหม่ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านช้างที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของไทย โดยภาพจากคลิปวิดีโอเผยให้เห็นเจ้าหน้าที่ของปางช้างใช้ขอเหล็กแหลมสับที่หัวและลำตัวของช้าง อีกทั้งยังฉุดดึงหูของลูกช้าง ที่ไม่ทำตามคำสั่ง

 

 

องค์กร มูฟวิ่ง แอนิม่อลส์ กล่าวหาว่า ปางช้างแห่งนี้ของไทยยังทำการพรากลูกช้างที่มีอายุเพียง 2 ปี มาจากแม่ช้าง และพบว่าช้างจำนวนมากในปางช้างแห่งนี้มีอาการเครียด และได้รับความบอบช้ำทางจิตใจ รวมถึงถูกบังคับให้ฝึกทำการแสดงต่าง ๆ ที่ขัดต่อธรรมชาติของช้างทั้งการเตะฟุตบอล วาดภาพ และปาลูกดอก

 

 

เดลี่เมล์ระบุว่า ขณะนี้กลุ่มพิทักษ์สัตว์แห่งนี้ได้เรียกร้องให้มีการสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงเรียกร้องให้นักท่องเที่ยว ยกเลิกการใช้บริการ ขี่ช้างนำเที่ยว เพื่อตัดแหล่งรายได้ของปางช้าง และลดจำนวนช้างที่ต้องถูกนำมาบังคับฝึกเพื่อรองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ทั้งนี้ ข้อมูลจากสื่ออังกฤษระบุว่า ปางช้างแม่สาของไทยเปิดดำเนินงานมาแล้วกว่า 40 ปี และในขณะนี้มีช้างในความดูแล 77 ตัว

 

 

ด้านนางอัญชลี กัลมาพิจิตร เจ้าของปางช้างแม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ บอกว่า กรณีข่าวที่สื่อต่างประเทศมีการนำเสนอนั้น ตัวเองทราบแล้ว ซึ่งในฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่ของปางช้างแม่สา ยอมรับว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ตนเองมุ่งเน้นในการแก้ไขปัญหา มีการพูดคุยกับประธานมูลนิธิช้างและสิ่งแวดล้อม ได้ขอคำแนะนำในการปรับเปลี่ยนกิจกรรมให้เหมาะสม กับสถาณการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากปางช้างแม่สา ดำเนินกิจกรรม มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ปี 2519 การเปลี่ยนกิจกรรม อาจมุ่งเน้นเรื่องป้อนอาหารช้าง อาบน้ำช้าง เปลี่ยนให้เข้ากับสถาณการณ์ปัจจุบัน มุ่งเน้นเรื่องการอนุรักษ์ ซึ่งต้องขอความเมตตา เพราะอาจจะต้องใช้เวลา ตนเองเพิ่งเข้ามาบริหาร เมื่อประมาณกลางเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา

 

 

อย่างไรก็ตามในส่วนของกรณีที่เป็นข่าวนั้น ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด และยอมรับว่าในอนาคตอาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ ของกิจกรรมต่าง ๆ ในปางช้างโดย อาจจะต้องยกเลิกการแสดงช้าง หรือการขี่ช้าง เพียงแต่ว่าอาจจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง ยอมรับว่าข่าวที่ออกไปกระทบกับธุรกิจปางช้างพอสมควร โดยเฉพาะปางช้างที่ยังมีกิจกรรมในรูปแบบเดิม ๆ เรื่องนี้ไม่ได้ถือเป็นเรื่องใหม่แต่อย่างใด และจะต้องมีการปรับตัวในส่วนของปางช้างแม่สา อย่างแน่นอน

 

 

ส่วนประเด็นที่ว่าการฝึกช้าง หรือ การแสดงช้าง ทำให้ช้างเกิดความเครียดหรือไม่นั้น เจ้าของปางช้างแม่สายืนยันว่า ต้องทะนุถนอมช้างอย่างเต็มที่แน่นอน ไม่ว่าจะให้ทำกิจกรรมใด ๆ เพราะปัจจุบันจำนวนช้างเหลือน้อยและยังมีมูลค่าสูงมาก ขณะที่ช้างแต่ละเชือกมีความชอบไม่เหมือนกัน บางเชือกอาจจะชอบที่ได้ฝึก หรือ ใกล้ชิดกับคน แต่ช้างบางตัวอาจจะไม่ชอบ จึงเป็นเรื่องที่บอกได้ยากว่าช้างเครียตเพราะการฝึกช้างหรือไม่

 


ปางช้างแม่สา เป็นหนึ่งในสถานประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวแห่งสำคัญของ จ.เชียงใหม่ เปิดดำเนินงานมาแล้วกว่า 40 ปี ขณะนี้มีช้างในความดูแล 77 เชือก

 

กลับขึ้นด้านบน