ร้องศูนย์ดำรงธรรม "ทวงคืน" ไม้ศักดิ์สิทธิ์ วัดท่าทราย

ร้องศูนย์ดำรงธรรม "ทวงคืน" ไม้ศักดิ์สิทธิ์ วัดท่าทราย

ร้องศูนย์ดำรงธรรม "ทวงคืน" ไม้ศักดิ์สิทธิ์ วัดท่าทราย

รูปข่าว : ร้องศูนย์ดำรงธรรม "ทวงคืน" ไม้ศักดิ์สิทธิ์ วัดท่าทราย

ชาวบ้านรอบวัดท่าทราย ร้องศูนย์ดำรงธรรมนครนายก ช่วยตรวจสอบ 4 ประเด็น หาคนสั่งตัดไม้ยางนา และต้นตะเคียนอายุ 100-200 ปี วัดท่าทราย จ.นครนายก พร้อมทวงคืนไม้ที่หายไป ขีดเส้น 2 สัปดาห์ขอความชัดเจน

กรณีการร้องเรียนปัญหาการตัดไม้ในเขตวัดท่าทราย อ.เมือง จ.นครนายก ผ่านทางชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ซึ่งเข้าตรวจสอบพบไม้ยางนา ไม้ตะเคียนอายุ 200 ปีที่เป็นศูนย์รวมจิตใจและความศรัทธาของชาวบ้านถูกตัดโค่นและแปรรูปบางส่วนสร้างความไม่พอใจกับชาวบ้านในพื้นที่ 

วันนี้ (13 พ.ย.2562) ไทยพีบีเอสออนไลน์ ลงพื้นที่ตรวจสอบยังคงพบร่องรอยไม้ของต้นตะเคียนขนาดใหญ่ บริเวณข้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.ท่าทราย ถูกเลื่อยออกเป็นท่อนๆ ขนาดใหญ่มากกว่า 5 เมตร บางท่อนยังมีรอยเลื่อยตัดค้างไว้ ชาวบ้านบอกตรงกันว่าตะเคียนที่วัดท่าทราย เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ศูนย์รวมจิตใจของชุมชนท่าทรายมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่  จึงไม่น่าแปลกใจที่ชาวบ้านบ้านนำผ้าสามสีมาผูกไว้  

เมื่อเดินสำรวจที่ด้านหลังวัดท่าทราย รากไม้ขนาดใหญ่ขนาด 2 คนโอบที่หลงเหลือจากการถูกตัดโค่นลง บ่งชี้ถึงอายุตามคำบอกเล่าของชาวบ้านว่ามีอายุมากกว่า 100 ปี ไม้แปรรูปบางส่วน ยังถูกกองรวมปะปนกับต้นยางนา ต้นตะเคียน ที่ยังไม่ถูกโค่นลงเกือบ 30 ต้นสูงลิ่วเสียดฟ้า

เขาอ้างว่าตัดไม้ ยืนต้นตาย และบางจุดใกล้กับเขื่อนริมตลิ่ง ต้องตัดออก และจะขายนำเงินไปสร้างศาลาวัด แต่ชาวบ้านที่นี่ไม่ได้เห็นชอบ ไม่เห็นความจำเป็นต้นตัดต้นไม้อายุเป็นร้อยปีออกไป ป้าเห็นมาตั้งแต่เล็กมาวิ่งเล่นที่นี่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง จี้หาคนผิด ปมลอบตัดไม้หวงห้ามวัดท่าทราย 

นางรัตนา อ่อนตา ชาวบ้าน ต.ท่าทราย จ.นครนายก บอกระหว่างพาลงพื้นที่ พร้อมเล่าต่อว่า หลังจากเมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้เข้าตรวจสอบพื้นที่วัดท่าทราย ตามที่ชาวบ้านร้องเรียนไปว่าทางวัดตัดไม้ ชาวบ้านยังคงต้องการคำตอบจากกรรมการวัด และผู้มีอิทธิพลบางคน

โดยเรียกร้องให้หาคนรับผิดชอบกับการตัดไม้วัดออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต และนำไม้ที่หายไปมาคืน และจัดการไม้ที่ถูกตัดและไม้ที่เหลืออยู่ โดยเฉพาะต้นคะเคียนที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านมานานมาก

เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ มีคนมาเคลียร์ขอให้เรื่องนี้จบ แต่ชาวบ้านมองว่ายังไม่มีการรับผิดชอบอะไรเลย แล้วจะจบได้อย่างไร

เมื่อเร็วๆนี้ กำนันเรียกชาวบ้านที่มาร้องเรียน แต่ไม่ได้เรียกกรรมการวัดที่ดำเนินการตัดไม้ ซึ่งกำนันบอกว่าไม่อยากเกิดการเผชิญหน้าของทั้งสองส่วน

ตร.ไม่รับแจ้งความ-เจ้าทุกข์ไม่ชัดพึ่งศูนย์ดำรงธรรม

นางรัตนา กล่าวว่า จากการประชุมร่วมกับชาวบ้านเมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา และมีข้อสรุปว่าจะเข้าแจ้งความ เพื่อหาคนรับผิดชอบ แต่ทางตำรวจแนะนำว่าชาวบ้านไม่ใช่ผู้เสียหาย ต้องเป็นทางวัด และแนะนำให้ไปแจ้งร้องเรียนที่มีศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครนายก ซึ่งสอดคล้องกับคำแนะนำจากนักกฎหมายที่ยืน ยันว่ากรณีนี้ ไม่อยู่ในอำนาจของชาวบ้าน อาจต้องสอบถามกับทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)เพราะไม้เป็นสมบัติของชาติ ไม่ใช่ส่วนบุคคล แม้ชาวบ้านจะเป็นผู้เสียหายทางจิตใจ ประชาชนร้องเรียนได้ แต่ผู้เสียหายเป็นวัด

ตอนนี้แจ้งศูนย์ดำรงธรรมนครนายก ขอให้ตรวจสอบ 4 ประเด็นคือใครเป็นผู้ที่สั่งตัดไม้ตะเคียน ไม้บางส่วนขายให้ใคร ผู้ที่ตัดไม้ต้องทำสถานที่เก็บไม้ตะเคียน และบูรณะศาลที่เสียหายในช่วงตัดต้นตะเคียน และคนที่สั่งตัดรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

 

เจ้าหน้าที่รับปากว่าจะติดตามเรื่องนี้ภายใน 2 สัปดาห์ ขณะเดียวกันยังได้ติดตามกับกำนัน เพื่อขอให้เชิญกรรมการวัดที่อนุญาตให้ตัดต้นไม้ มาพูดคุยปัญหา และทำความเข้าใจกับชาวบ้าน

นางรัตนา กล่าวอีกว่า ตอนนี้ชาวบ้านติดใจเรื่องแม่ตะเคียน ที่ถูกตัดจะมาและนำไปขาย ขอแค่เรื่องนี้ และจะมาปลดเจ้าอาวาส และต้องรอให้หนังสือมาก่อน และไม่ใช่มาฟัง และเป็นพระ มาเป็นเจ้าบ้าน ทำไมห้ามไม่ได้ ในเมื่อคนที่และพระจะรู้รือไม่ ว่าจะมาตัดแล้วแต่นี่ตัดจนต้นไม้ล้มลบงมาแล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ร่อนหนังสือด่วน! พศ.ระงับวัดตัดไม้ตาม ม.7 ปมถูกตัดขาย

ไม้ศักดิ์สิทธิ์ศูนย์รวมจิตใจ 

ชาวบ้านแถวนี้เคารพกราบไหว้แม่ตะเคียนที่มีอายุเกินกว่า 200 ปี คนรุ่นหลังไม่ควรมาทำแบบนี้ บางคนมาเห็นถึงกับร้องไห้ น้ำตาร่วง เพราะมาเห็นลม และเป็นพี่พึ่งของทุกคนที่นี่

ชัยรุ่ง ปรีดิ์เปรม ชาวบ้านท่าทราย บอกว่า ข้ออ้างที่บอกว่าต้นตะเคียนยืนต้นตาย จริงๆ แค่ลานกิ่ง ก้านที่ไม่ร่วงทำอันตรายกับเด็กเล็กก็พอแล้ว ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพของชาวบ้าน มาเห็นแล้วเกิดความสะเทือนใจ มาเห็นตอนที่ถูกโค่นลงมาแล้ว 

ไม้บางส่วนที่เสียหาย ชาวบ้านอนยากให้เก็บอนุสรณ์ช่วยกันดูแล และนำมาซ่อมแซม และอยากให้รับผิดชอบทำให้ดี และอยู่ในพื้นที่ ชาวบ้านจะได้มาเคารพกราบไหว้

 

ส่วนชาวบ้านอีกคน ยืนยันว่า ตอนที่เขามาตัดไม้ในป่าช้า หลวงพ่อไม่ได้เกี่ยวอะไร กระทั่งลามมาตัดไม้ตะเคียนที่หน้าวัด เกิดมา 67 ปี ก็เกิดมาก็เห็นแล้ว พอตัดมาก็เป็นเรื่อง เขาแนะนำให้ไปแจ้งความ เพราะกรรมการมีเพียงบางคนที่เห็นด้วย และชาวบ้านไม่ยอมให้ตัด ส่วนหลวงพ่อไม่เกี่ยวกับการสั่งตัด

เกิดมาก็เห็นตะเคียนสูงใหญ่ ยืนต้นตระหง่านอยู่ เราจะไปหาต้นไม้ขนาดใหญ่แบบนี้ที่ไหน ต้นตะเคียนกับต้นยางนาถูกตัดโค่นลง มันรู้สึกรับไม่ได้ และมันเสียควมรู้สึก มันไม่ได้ตาย และตอนนี้เป็นเรื่องของกฎหมาย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมป่าไม้ ไม่ทบทวน ม.7 ปลดล็อกตัดไม้หวงห้าม

วัดท่าทราย แจ้งความ กก.วัดลักทรัพย์ตัดไม้หวงห้าม

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศพ.ร.บ.ป่าไม้ ปลดล็อกปลูกไม้หวงห้าม 

 

กลับขึ้นด้านบน