เฝ้าระวังอุบัติภัยวันลอยกระทง

เฝ้าระวังอุบัติภัยวันลอยกระทง

เฝ้าระวังอุบัติภัยวันลอยกระทง

รูปข่าว : เฝ้าระวังอุบัติภัยวันลอยกระทง

ในช่วงเทศกาลลอยกระทงตลอด 5 ปีที่ผ่านมา พบเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปี เสี่ยงอุบัติเหตุจมน้ำสูง และยังมีความเสี่ยงจากพลุ ดอกไม้ไฟ เตือนประชาชนระมัดระวังความเสี่ยงอุบัติภัย

ปีนี้จึงมีหลายพื้นที่ เน้นคุมเข้มความปลอดภัยจากอุบัติภัยในวันลอยกระทงมากขึ้น เช่นที่ เทศบาลนครเชียงใหม่ที่มีการจัดงานประเพณียี่เป็ง หรือ ลอยกระทง มีการคุมเข้มความปลอดภัยด้านอุบัติภัย จัดงานแบบไร้แอลกฮอลล์ ลดความเสี่ยงจากอุบัติภัย โดยได้รับความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติที่มาร่วมงานบริเวณข่วงประตูท่าแพ ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (10 พ.ย.62)

 

 

โดยในวันนี้ (11พ.ย.62)จุดลอยกระทงบริเวณริมแม่น้ำปิงใน เทศบาลนครเชียงใหม่ มีการจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัย ตั้งแต่บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลนครเชียงใหม่ ไปถึงบริเวณตลาดวโรรส ทำงานร่วมกับฝ่ายปกครอง และตำรวจ

ขณะเดียวกัน ยังมีการรณรงค์งดจำหน่ายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในงาน และห้ามจำหน่ายประทัด รวมถึงไม่อนุญาตให้ปล่อยโคมในพื้นที่ ขณะที่ เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่รณรงค์การจุดผางประทีป เป็นปีที่ 8 เพื่อฟื้นฟูวัฒนธรรมและถวายเป็นพุทธบูชา และยืนยันการปล่อยโคมลอยไม่ใช่วัฒนธรรมเดิมของชาวล้านนา

ส่วนท่าอากาศยานเชียงใหม่ ขอให้ผู้โดยสาร เผื่อเวลาให้มากขึ้น และวันที่ 10 - 12 พฤศจิกายนนี้ จะมีการยกลิกเที่ยวบินและเปลี่ยนแปลงเวลาการบินมากกว่า 151 เที่ยว ทั้งในและต่างประเทศ

ด้านกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผย ในช่วงเทศกาลวันลอยกระทงของไทย พบสถิติย้อนหลัง 5 ปี ตั้งแต่ ปี 2557 ถึง 2561 ช่วงเทศกาลวันลอยกระทง 3 วัน ในคืนก่อนวันลอยกระทง วันลอยกระทง และหลังวันลอยกระทง มีคนจมน้ำเสียชีวิตรวม 166 คน เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี 29 คน โดยปี 2561 เพียง หนึ่งปี มีคนเสียชีวิต 26 คน และเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จำนวน 5 คน

 

 

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระบุว่า ในช่วงเทศกาลลอยกระทง เด็กไทยมีอัตราการจมน้ำเสียชีวิตมากที่สุด โดยเพิ่มเป็น 3 เท่าของช่วงปกติ ซึ่งกว่าร้อยละ 40 มีสาเหตุจากการลงไปเก็บเงินในกระทงและพลัดตกน้ำจากการลอยกระทง เพื่อลดความเสี่ยง้องกันเด็กจมน้ำ ควรหลีกเลี่ยงการลอยกระทงบริเวณตลิ่งดินเพราะเสี่ยงต่อการทรุดตัวและพลัดตกน้ำได้ ไม่ก้มลงหย่อนกระทงลงน้ำจนต่ำเกินไปเพราะเด็กอาจเสียหลักพลัดตกน้ำ ที่สำคัญแนะนำไม่ควรให้เด็กลงไปเก็บเงินในกระทงเพราะอาจจมน้ำเสียชีวิตได้

 

 

ส่วนการป้องกันเด็กจมน้ำวันลอยกระทง ควรพาเด็กไปลอยกระทงในสถานที่ปลอดภัย เช่น เลือกลอยกระทงบริเวณท่าน้ำหรือโป๊ะเรือที่มั่นคงแข็งแรง ควรดูแลเอาใจใส่เด็กอย่างใกล้ชิดเมื่ออยู่ใกล้แหล่งน้ำหรือขอบสระ ไม่ให้เด็กนำกระทงไปลอยด้วยตัวเอง หากนั่งเรือไปลอยกลางน้ำ ไม่ควรลงเรือหรือโป๊ะเรือที่บรรทุกหนักเกินไปเพราะเสี่ยง และควรใส่ชูชีพตลอดเวลา

 

 

ส่วนวิธีป้องกันอุบัติภัยจากพลุ ดอกไม้ไฟ ที่อันตราย หากเล่นอย่างถูกวิธี คือ ต้องอยู่ห่างจากที่จุดพลุ และดอกไม้ไฟ ไม่ต่ำกว่า 10 เมตร ไม่เล่นพลุใกล้แนวสายไฟ แหล่งชุมชน และบริเวณที่มีวัตถุไวไฟ และไม่ดัดแปลงให้พลุให้มีเสียงดังหรือแรงอัดสูง ไม่จุดพลุในกระป๋องโลหะ ท่อพีวีซี ขวดแก้ว เพราะเสี่ยงอันตราย

 

 

ส่วนอุบัติภัยจากโคมลอย เกิดขึ้นได้เสมอเพราะโคมลอยไปได้ทุกที่ตามทิศทางลม แต่ถ้าจุดโคมลอยต้องเลือกโคมลอยที่ถูกต้องตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ทำจากวัสดุธรรมชาติ และเผาไหม้ไม่เกิน 8 นาทีและปล่อยโคมลอยในที่ปลอดภัย พื้นที่โล่งแจ้ง ห่างจากแหล่งชุมชน และไม่อยู่บริเวณโดยรอบสนามบิน

 

 

ในช่วงเทศกาลวันลอยกระทง เด็กเป็นกลุ่มที่เปาะบางมากที่สุดหากไม่มีผู้ปกครองดูแลก็อาจมีความเสี่ยงต่อความไม่ปลอดภัยได้ ดังนั้นก่อนไปเที่ยวคืนลอยกระทงในวันนี้ ต้องใส่ใจบุตรหลายอย่างใกล้ชิด

กลับขึ้นด้านบน