เสนอทางออก ป้องกันอุบัติเหตุจากการตากข้าวบนถนน

เสนอทางออก ป้องกันอุบัติเหตุจากการตากข้าวบนถนน

เสนอทางออก ป้องกันอุบัติเหตุจากการตากข้าวบนถนน

รูปข่าว : เสนอทางออก ป้องกันอุบัติเหตุจากการตากข้าวบนถนน

นักวิชาการด้านความปลอดภัยทางถนนเสนอหาพื้นที่ส่วนกลางตากข้าวหรือทำสัญลักษณ์เตือน ป้องกันอุบัติเหตุทางถนน

หลังเกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนกัน 3 คัน บนถนนในตำบลมะค่า อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2562 เพราะไม่ทันระวังข้าวเปลือกที่ชาวนาตากไว้ เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บสาหัสอีก 3 คน ทีมข่าวไทยพีบีเอสลงพื้นที่อีกครั้งหลังเกิดเหตุ พบว่า ยังมีการนำข้าวมาตากไว้อยู่

 

 

นพ.ธนะพงษ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน บอกว่า การตากข้าวบนถนน จะพบเฉพาะช่วงฤดูเก็บเกี่ยวบนถนนเขตชนบท เพราะเวลาข้าวแห้งก็สามารถนำไปสีได้ทันที โดยมีรถสีข้าวจอดเทียบได้ง่าย แต่ขณะเดียวกันก็เป็นความเสี่ยงของผู้ใช้รถใช้ถนน

แม้จะเห็นก็หยุดรถไม่ทัน

นพ.ธนะพงษ์ อธิบายความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับคนขับรถผ่านพื้นที่ที่มีการตากข้าวบนถนนว่า แม้คนขับจะขับมาด้วยความเร็วไม่มาก เช่น 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมองเห็นว่ามีข้าวเปลือกตากอยู่ การจะตัดสินใจหยุดรถก็ต้องใช้เวลาตัดสินใจประมาณ 2 วินาที ซึ่งในช่วงนั้นรถสามารถเคลื่อนไปได้อีก 32 เมตร ทำให้หยุดรถไม่ทัน

ส่วนกรณีที่เป็นการขับตามกันมาแบบกระชั้นชิด เมื่อรถคันหน้าหยุดหรือหลบกะทันหัน รถคันหลังก็ไม่มีระยะเวลาเพียงพอในการหยุดรถหรือหักหลบได้ทัน จึงเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทางหนึ่ง

 

 

และกรณีที่หักหลบข้าวเปลือกที่ตากบนถนน หรือ บางกรณีมีผ้ายางปูรอง ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้รถลื่นไถลหรือพลิกคว่ำได้ เพราะพื้นขาดแรงเสียดทาน และผ้าใบก็อาจจะม้วนไปอยู่ใต้ท้องรถ ทำให้พลิกคว่ำได้

นอกจากนี้ในช่วงฤดูหนาวมักจะมีหมอกเกิดขึ้นในตอนเช้า ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับการนำข้าวเปลือกมาตาก หมอกจะส่งผลต่อระยะการมองเห็น จนทำให้หยุดรถหรือหักหลบไม่ทัน

ตากข้าวบนถนนผิดกฎหมาย

หากกางกฎหมายมาดูจะพบว่า การนำข้าวเปลือกมาตากบนถนนเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย โดยพ.ร.บ.ทางหลวง 2535 มาตรา 39 และมาตรา 72 มีหลักว่า ห้ามนำสิ่งใดมาวางขวางหรือวางบนทางหลวง หรือกระทำด้วยประการใด ๆ บนทางหลวง ในลักษณะที่อาจเกิดอันตรายหรือเสียหายแก่ยานพาหนะหรือบุคคล หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พ.ร.บ จราจรทางบก 2522 มาตรา 114 มีหลักว่า ห้ามวางสิ่งใด หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ที่เป็นการกีดขวางทางจราจร เว้นแต่ได้รับอนุญาต ซึ่งตามมาตรา 148 หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท

และพ.ร.บ รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง 2535 มาตรา 19 มาตรา 57 มีหลักว่า ห้ามวางวัตถุใด ๆ บนถนน หากฝ่าฝืนปรับไม่เกิน 10,000 บาท

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 385 ผู้ใดกีดขวางทางสาธารณะจนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร โดยวางหรือทอดทิ้งสิ่งของหรือกระทำด้วยประการอื่นใด ถ้าการกระทำนั้นเป็นการกระทำโดยไม่จำเป็น ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

 

 

เสนอหาพื้นที่ส่วนกลางและทำสัญลักษณ์เตือนแก้ปัญหาอุบัติเหตุ

สำหรับทางออกในเรื่องนี้ นพ.ธนะพงษ์ เสนอให้ชุมชนจัดหาพื้นที่ส่วนกลางเพื่อมาตากข้าว เช่น ลานในวัด โรงเรียน หรือพื้นที่โล่งในชุมชน แต่กรณีจำเป็นต้องใช้พื้นที่ถนนก็ต้องเลือกเส้นทางที่สามารถปิดกั้นได้ชั่วคราว โดยทำสัญลักษณ์เตือน เช่น ป้ายเตือน กรวยสะท้อนแสง เพื่อให้รถลดความเร็วลง และหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีการตากข้าว

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน