"ปิยบุตร" ย้ำ "ธนาธร" คือผู้นำหนึ่งเดียว ไม่ว่าคำตัดสินศาลเป็นบวกหรือลบ

"ปิยบุตร" ย้ำ "ธนาธร" คือผู้นำหนึ่งเดียว ไม่ว่าคำตัดสินศาลเป็นบวกหรือลบ

"ปิยบุตร" ย้ำ "ธนาธร" คือผู้นำหนึ่งเดียว ไม่ว่าคำตัดสินศาลเป็นบวกหรือลบ

รูปข่าว : "ปิยบุตร" ย้ำ "ธนาธร" คือผู้นำหนึ่งเดียว ไม่ว่าคำตัดสินศาลเป็นบวกหรือลบ

"ปิยบุตร" เชื่อมั่นคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดีหุ้นสื่อ "ธนาธร" ไม่กระทบพรรค เผยหาก "ธนาธร" หลุดคดี เตรียมดันเป็นผู้นำทีมอภิปรายไม่ไว้วางใจ

วันนี้ ( 12 พ.ย.2562 ) รศ.ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการ พรรคอนาคตใหม่ ระบุถึง คำร้องของนายณฐพร โตประยูร ยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมยุบพรรคอนาคตใหม่ด้วยข้อกล่าวหาล้มล้างการปกครองว่า ได้ต่อสู้คดีและรอนัดกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พรรคพร้อมชี้แจงทุกอย่าง โดยเตรียมเปิดเผยเอกสารคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในส่วนของพรรคต่อสาธารณะรับทราบในเร็ว ๆ นี้

ส่วนกรณีการวินิยฉัยของศาลวันที่ 20 พ.ย.นี้เป็นเรื่องของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โดยย้ำว่า ผลออกมาตามข้อกฎหมายและรัฐธรรมนูญก็เฉพาะตัวนายธนาธรที่จะสิ้นสุดสถานะ ส.ส.หรือไม่ โดยไม่ถึงขั้นยุบพรรคได้ หากผลเป็นบวกต่อนายธนาธรก็จะได้ทำหน้าที่ ส.ส.นำทีมอภิปรายไม่ไว้วางใจส่วนของพรรคต่อไป หากผลออกเป็นลบก็ยังมีสถานะหัวหน้าพรรคที่จะนำทีมทำงานเช่นเดิม ทั้งกรรมาธิการวิสามัญและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ เลขาฯพรรคอนาคตใหม่ เตรียมนำหลักฐานเกี่ยวกับเพจต่าง ๆ ที่เป็นเฟคนิวส์ซึ่งเป็นข่าวใส้ร้ายป้ายสีสร้างความเสียหายแก่พรรคอนาคตใหม่ ยื่นต่อนายพุทธิพงษ์ ปุณณกัณต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ด้วยตัวเองในสัปดาห์หน้า ตามที่รัฐมนตรีได้ตั้งศูนย์ต่อต้านเฟคนิวส์ และเตรียมใช้ช่องทางตามกระบวนการกฎหมายฟ้องร้องสื่อบางสำนักที่ใส่ร้ายพรรค เพราะมีหลายเรื่องเข้าข่ายองค์ประกอบดูหมิ่นและหมิ่นประมาท หลังเคยใช้ช่องทางในดำเนินคดีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น  แม้จะอดทนอย่างถึงที่สุดแล้วแต่ยังคงมีการสร้างข่าวเท็จต่อพรรคอยู่ ยืนยันเคารพเสรีภาพการทำงานของสื่อมวลชน

ขณะเดียวกันยอมรับมีโอกาสสูงญัตติที่ยื่นไว้ 2 เรื่อง ในการตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 60 และตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบการใช้ ม.44 ของ คสช.อาจยังไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากมีวาระก่อนหน้าในการประชุมจำนวนมาก ซึ่งพรรคฝ่ายค้านเตรียมเสนอแก้ไขปัญหาต่อประธานสภาไว้ 3 แนวทาง

ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น ได้เตรียมการโดยหัวหน้าทีมคือนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งไม่เพียงเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันอย่างอดีตที่เคยอภิปราย แต่ยังมีเรื่องการไม่มีความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดินบริหารประเทศ หรือบกพร่องผิดพลาดในการบริหารตามนโยบาย เช่น การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ นโยบายบริหารประเทศที่ยังไม่ได้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบประชาธิปไตย โดยเฉพาะการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่พรรคอนาคตใหม่ถือว่าเป็นมิติใหม่ที่พรรคจะนำมาอภิปรายครั้งนี้ ซึ่งตัวบุคคลที่จะอภิปรายต้องพิจารณาร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยืนยันก่อนสิ้นปีมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่นอน

กลับขึ้นด้านบน