เปิดคำให้การ นศ.เห็นหรือไม่เห็น "บิลลี่"หายตัวในแก่งกระจาน

เปิดคำให้การ นศ.เห็นหรือไม่เห็น "บิลลี่"หายตัวในแก่งกระจาน

เปิดคำให้การ นศ.เห็นหรือไม่เห็น "บิลลี่"หายตัวในแก่งกระจาน

รูปข่าว : เปิดคำให้การ นศ.เห็นหรือไม่เห็น "บิลลี่"หายตัวในแก่งกระจาน

วิเคราะห์คำให้การนักศึกษาฝึกงาน 2 คนในคดีการหายตัวของ "บิลลี่" แกนนำกะเหรี่ยงแก่งกระจานในช่วง 5 ปีก่อนที่จะเป็นจุดเปลี่ยนหลักฐานสำคัญที่ไม่พบว่า นายชัยวัฒน์ -เจ้าหน้าที่แก่งกระจาน ชุดจับกุมปล่อยตัวบิลลี่ ในวันที่ 17 เม.ย.57

ไทยพีบีเอส ย้อนเหตุการณ์ และคำให้การของนักศึกษาฝึกงาน 2 คนในคดีการหายตัวของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงแก่งกระจานในช่วงที่หายตัว 5 ปีก่อน กระทั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พบหลักฐานสำคัญ และยืนยันว่าเป็นการฆาตกรรม จนนำมาสู่การออกหมายจับนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และพวกรวม 4 คน

จุดหนึ่งที่เป็นหลักฐานสำคัญของ ดีเอสไอ ก็คือ คำให้การของนักศึกษาฝึกงาน 2 คน ที่ยืนยันในการสอบสวนครั้งสุดท้ายว่า เขาไม่เห็นบิลลี่ และอ้างว่าสิ่งที่เคยให้การว่าเห็นบิลลี่ในช่วงแรกๆ เพราะนายชัยวัฒน์ ได้ลำดับเหตุการณ์ให้ฟัง และพาไปชี้จุดก่อน ทั้งนี้จากการอ่านคำให้การของนักศึกษาฝึกงานทั้งหมด และพบจุดเปลี่ยนสำคัญ ดังนี้

1.ก่อนอื่นทำความเข้าใจกับผู้ต้องหากลุ่มนี้ก่อน วันเกิดเหตุ 17 เม.ย.2557 นายชัยวัฒน์ ให้บิลลี่ขึ้นรถกระบะของเขา และนำมอเตอร์ไซค์ขึ้นด้านหลัง

2.คนขับรถกระบะคันนี้คือ นายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ

3.นายชัยวัฒน์ นั่งหน้าด้านข้างคนขับ

4.เบาะหลังด้านหลังคนขับคือ นายบุญแทน บุษราคัม

5.เบาะหลังอีกฝั่งหนึ่งก็คือ บิลลี่  

 

6.ด้านหลังกระบะมีลูกน้องของนายชัยวัฒน์ นั่งประคองมอเตอร์ไซค์เอาไว้ชื่อนายไพฑูรย์ แช่มเทศ หรือปัจจุบัน ชื่อนายธนเสฏฐ์ แช่มเทศ  ซึ่งเป็นรถคันที่ควบคุมตัวบิลลี่

7.แต่มีรถอีกคันนึงขับตามมาห่างกันไม่นาน พยานที่อยู่ในรถคันนี้ คือจุดสำคัญที่จะชี้ว่า เห็นหรือไม่เห็น รถของนายชัยวัฒน์ ปล่อยบิลลี่

8.รถคันนี้มีคนขับชื่อ นายเกษม ลือฤทธิ์ หัวหน้าด่านเขามะเร็ว จุดที่บิลลี่ถูกจับ เขากำลังจะขับไปส่งนักศึกษาฝึกงาน 2 คน ซึ่งเขามามากับนายชัยวัฒน์

9.มีคนนั่งด้านข้างคนขับ ชื่อ นายอนุพงษ์ สะอาดจิตร์ เป็นเจ้าหน้าที่อีกคน

10 และเบาะหลังรถกระบะคันนี้มีนักศึกษาฝึกงานผู้หญิงหนึ่งคน

ข้อสังเกตคำให้การที่ไม่ตรงกัน 

11.อีกด้านหนึ่งเป็นนักศึกษาฝึกงานชาย ทั้งนักศึกษาหญิง และชายถูกสอบปากคำในฐานะพยานหลายครั้ง พูดไม่เหมือนกัน 

12.การให้การวันที่ 22 เม.ย.2557 หรือประมาณ 1 สัปดาห์หลังจากเกิดเหตุ 17 เม.ย.2557 ที่ สภ.แก่งกระจาน นักศึกษาฝึกงานชายบอกว่า ขณะนั้นฝนตกหนัก มองเห็นชัดในระยะ 5 เมตรได้สังเกตชายรูปร่างคล้ายนายพอละจี ขี่จักรยานยนต์ ตรงไหล่ทาง ความเร็วต่ำ แล่นไปในทิศทางเดียวกันแล้วรถยนต์ของเขาก็ขับแซงไป เขามั่นใจว่าชายที่ขี่จักรยานยนต์คือ นายพอละจี เพราะสังเกตจากการแต่งกายจักรยานยนต์ กระเป๋าเป้ และกระสอบถุงปุ๋ย

13.นักศึกษาฝึกงานให้การอีกครั้งวันที่ 6 พ.ค. 2557 ที่ สภ.แก่งกระจาน ครั้งนี้ เขาขอแก้ไข้เพิ่มเติมว่า ไม่มั่นใจว่าชายที่ขี่จักรยานยนต์ตรงไหล่ทางด้านซ้ายเป็นนายพอละจี เพราะเพิ่งเห็นนายพอละจีครั้งแรก แต่เชื่อว่าแต่งกายคล้ายกัน จึงเข้าใจว่าเป็นคนเดียวกัน แต่ไม่ยืนยันว่าเป็นนายพอละจี เพราะไม่เห็นหน้า ประกอบกับฝนตกหนัก

14.ในการให้การวันเดียวกัน เมื่อพนักงานสอบสวนนำรูปของบิลลี่ให้นักศึกษาฝึกงานดู เขาบอกว่า เขายืนยันภาพถ่ายที่ให้ดูเป็นบุคคลที่พบเห็นที่ด่านเขามะเร็ว คือนายพอละจี โดยพบครั้งแรกในชีวิต แต่ไม่ยืนยันว่าชายที่ขี่จักรยานยนต์คือนายพอละจี เนื่องจากไม่เห็นหน้า ไม่สนใจหันไปดูเพียงแต่มองผ่านๆ

15.จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่การให้การวันที่ 20 ส.ค. 2557 ที่ สภ.คูคต จังหวัดปทุมธานี ลองสังเกตว่า นี่เป็นการให้การนอกพื้นที่ครั้งแรก นักศึกษาฝึกงานชายบอกว่า เขาไม่ยืนยันว่าเป็นเส้นทางเดินรถเดียวกับรถยนต์ของนายชัยวัฒน์หรือไม่ และบอกว่าไม่เห็นรถยนต์หรือจักรยานยนต์คันใดทั้งทางที่วิ่งสวนและไปในทางเดียวกัน

16.พนักงานสอบสวนถามต่อว่า ทำไมก่อนหน้านี้ เขาถึงให้การไปในทิศทางที่ยืนยันว่าเห็นบิลลี่ นักศึกษาฝึกงานตอบว่าหลังจากเกิดเหตุนายชัยวัฒน์ กับพวกได้ลำดับเหตุการณ์ให้เขาฟัง และพาไปชี้จุดที่อ้างว่าพบนายพอละจี จึงเกิดอาการคล้อยตาม ประกอบกับในช่วงนั้นฝึกงานอยู่ เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ดูแลอย่างดีจึงเกิดความเกรงใจแต่เมื่อได้ปรึกษากับ บิดา อาจารย์ แล้ว บิดาและอาจารย์ให้คำแนะนำให้เขาให้การด้วยความสัตย์จริง

เปิดคำให้การนักศึกษาฝึกงานยืนยันไม่เห็น "บิลลี่"

นักศึกษาฝึกงานชาย บอกว่า วันที่ 21 เม.ย.2557 เขาต้องร่างลำดับเหตุการณ์ให้นายชัยวัฒน์ดูที่ร้านกาแฟ นายชัยวัฒน์ใช้ดินสอปรับแก้ในกระดาษ ก่อนจะมีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ นำไปพิมพ์มาให้ลงชื่อในเอกสาร

จุดนี้สอดคล้องกับคำให้การของนักศึกษาฝึกงานหญิงที่บอกว่า หลังเกิดเหตุนายชัยวัฒน์กับพวก ได้เข้ามาลำดับเหตุการณ์ต่างให้ฟัง ทั้งที่เขาไม่ได้เห็นเหตุการณ์มาก่อน และนักศึกษาหญิงบอกว่า มีเจ้าหน้า ที่อุทยานฯ คนหนึ่ง มาพูดว่า ให้การไปตามนั้นเรื่องจะได้จบและไม่ต้องไปศาลอีก จะได้กลับไปเรียน

ผ่านมา 4 ปี ดีเอสไอ เรียกสอบพยานอีกครั้งหนึ่ง วันที่ 9 ส.ค.2561 ดีเอสไอ เอาคำให้การที่นักศึกษาเคยให้ไว้มาถามว่ายืนยันคำให้การไหน ปรากฎว่า นักศึกษาชายยังคงยืนยันคำให้การของวันที่ 20 ส.ค.ที่บอกว่า ไม่ยืนยันว่ารถของเขาใช้เส้นทางเดียวกับรถของชัยวัฒน์หรือไม่ และบอกว่าไม่เห็นจักรยานยนต์คันใด

โดยสรุปคือ นักศึกษาฝึกงาน ไม่เห็นเหตุการณ์ที่นายชัยวัฒน์ อ้างว่า ปล่อยตัวบิลลี่ แล้ว การให้การช่วงแรก เกิดจากการที่นายชัยวัฒน์บอกให้นักศึกษาพูดไปแบบนั้น 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลให้ประกัน "ชัยวัฒน์-พวก" หลักทรัพย์คนละ 8 แสนบาท

ไม่เครียด! "ชัยวัฒน์" โผล่กาญจนบุรี รับนโยบาย "ประวิตร"

ย้อน 5 ปีคดี "บิลลี่" ถึงวันที่ "ชัยวัฒน์" มอบตัว

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน