ครัวเรือน "กทม.-ปริมณฑล" 8.5% ชี้มีสัญญาณเลิกจ้างในองค์กร

ครัวเรือน "กทม.-ปริมณฑล" 8.5% ชี้มีสัญญาณเลิกจ้างในองค์กร

ครัวเรือน "กทม.-ปริมณฑล" 8.5% ชี้มีสัญญาณเลิกจ้างในองค์กร

รูปข่าว : ครัวเรือน "กทม.-ปริมณฑล" 8.5% ชี้มีสัญญาณเลิกจ้างในองค์กร

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยครัวเรือนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 8.5% ชี้สถานการณ์การจ้างงานในองค์กรของตนมีการส่งสัญญาณการเลิกจ้าง ขณะที่ 17.4% ระบุมีการลดเวลาการทำงานล่วงเวลา ส่วนอีก 12.5% ระบุชะลอจ้างพนักงานใหม่ ขณะที่ 38.8% ระบุไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

วันนี้ (13 พ.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย (KR-ECI) ในเดือน ต.ค.2562 อยู่ที่ระดับ 41.9 ปรับตัวแย่ลงจากระดับ 42.3 ในเดือน ก.ย.2562 โดยครัวเรือนไทยที่ทำการสำรวจในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด มีความกังวลมากขึ้นต่อประเด็นเรื่องรายได้และการมีงานทำ ภาระค่าใช้จ่าย (ไม่รวมหนี้สิน) ระดับราคาสินค้าและบริการในประเทศ เงินออม รวมถึงรายได้และการมีงานทำ ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ทำการสำรวจเพิ่มเติมในประเด็นเรื่องสถานการณ์การจ้างงานในองค์กร/บริษัท/หน่วยงานที่ครัวเรือนสังกัดหรือเป็นเจ้าของกิจการ พบว่าร้อยละ 8.5 ของครัวเรือนที่ทำการสำรวจในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ชี้ว่าสถานการณ์การจ้างงานในองค์กรของตนมีการส่งสัญญาณการเลิกจ้าง โดยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3.8 ในการทำสำรวจช่วงเดือน ก.ค.2562

สอดคล้องไปกับข้อมูลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากรของสำนักงานสถิติแห่งชาติที่ในเดือน ต.ค.2562 จำนวนผู้ว่างงานจากสาเหตุนายจ้างเลิก/หยุด/ปิดกิจการอยู่ที่ 26,100 คน เพิ่มขึ้น 5,000 คน จากเดือนก่อนหน้าและเพิ่มขึ้น 17,600 คน จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ อีกร้อยละ 17.4 ของครัวเรือนที่ทำการสำรวจในเดือน ต.ค.2562 ถูกลดชั่วโมงการทำงานล่วงเวลา (OT) เพื่อประหยัดต้นทุนทางด้านแรงงานและควบคุมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในสถานประกอบการ/บริษัท

ครัวเรือนห่วงภาระค่าใช้จ่าย เหตุใกล้เทศกาล-ภาษีสินค้า

ขณะที่ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทยในอีก 3 เดือนข้างหน้า ปรับตัวลดลง เป็นไปในทิศทางเดียวกับดัชนีภาวะเศรษฐกิจฯ ในปัจจุบัน จากระดับ 44.4 ในการสำรวจช่วงเดือน ก.ย.2562 สู่ระดับ 43.5 ในการสำรวจช่วงเดือน ต.ค.2562 โดยครัวเรือนไทยมีความกังวลเพิ่มขึ้นต่อประเด็นเรื่องภาระค่าใช้จ่าย (ไม่รวมหนี้สิน) เงินออม รวมถึงระดับราคาสินค้าและบริการภายในประเทศในช่วงระยะ 3 เดือนข้างหน้า (เดือน พ.ย.2562-เดือน ม.ค.2563) ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยฤดูกาลที่เข้าสู่ช่วงเทศกาล ทำให้ครัวเรือนมีการจับจ่ายใช้สอยในรายการพิเศษต่างๆ เช่น ท่องเที่ยว ซื้อหาของขวัญ เป็นต้น

นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ยังมีประเด็นข่าวความคืบหน้าเรื่องการจัดเก็บภาษีความเค็มในอาหารแช่แข็ง อาหารกระป๋อง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โดยกังวลว่าสินค้าที่ถูกจัดเก็บภาษีจะมีราคาสูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อภาระค่าครองชีพของตนเอง

โดยสรุปแล้ว ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทยในปัจจุบัน และในอีก 3 เดือนข้างหน้า ปรับตัวลดลง แสดงให้เห็นถึงความกังวลของครัวเรือนต่อสภาวะเศรษฐกิจทั้งในปัจจุบันและในอีก 3 เดือนข้างหน้า (เดือน พ.ย.2562-เดือน ม.ค.2563) โดยในการสำรวจเดือน ต.ค.2562 พบสัญญาณการเลิกจ้างในองค์กร/บริษัทที่ครัวเรือนสังกัดหรือเป็นเจ้าของปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก เมื่อเปรียบเทียบกับการสำรวจในช่วงเดือน ก.ค.2562 ชี้ให้เห็นว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยเป็นระยะเวลาติดต่อกัน เริ่มส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและตลาดแรงงานในประเทศ

แบงก์ลดดอกเบี้ยช่วยบรรเทาภาระหนี้สิน-ต้นทุนการเงิน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทยในช่วงที่เหลือของปี 2562 จะได้รับแรงกดดันมากขึ้นจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องรายได้และการมีงานทำ ซึ่งจะส่งผลให้กำลังซื้อของครัวเรือนอ่อนแรงลงในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ดี การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง.น่าจะมีส่วนช่วยบรรเทาภาระหนี้สินของครัวเรือนและต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจได้ในระดับหนึ่ง

ส่วนประเด็นในเรื่องค่าครองชีพ ภาครัฐมีความพยายามที่จะช่วยประคับประคองภาระค่าครองชีพของครัวเรือนไม่ให้เพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ เช่น ขอความร่วมมือจากผู็ปลิตให้ชะลอการปรับขึ้นราคาสินค้าไปจนถึงสิ้นปี 2562 โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นที่ได้รับผลกระทบจากการจัดเก็บภาษีความหวาน และผ่อนผันการขึ้นราคายาสูบออกไปอีก 1 ปี (จาก 1 ต.ค.2562 เป็น 1 ต.ค.2563)

ทั้งนี้ ยังต้องติดตามผลของมาตรการรัฐที่ออกมาในช่วงก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะมาตรการชิมช้อปใช้ เฟส 1 และเฟส 2 รวมถึงมาตรการที่กำลังจะออกมาในระยะข้างหน้า อย่างมาตรการชิมช้อปใช้ เฟส 3 ที่คาดว่าจะมีขึ้นในเร็วๆ นี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิกฤตเลิกจ้างส่อลุกลาม หลังเศรษฐกิจชะลอตัว

เครือสหพัฒน์ยืนยันไม่ได้ปลดพนักงานต่างชาติกว่า 1,000 คน 

โรงงานดังจากญี่ปุ่น สั่งหยุดงานวันเดียว 9 พ.ย.นี้

 

กลับขึ้นด้านบน