"ชัยวัฒน์" ยันไม่ได้ฆ่าบิลลี่ ท้าสาบานที่แก่งกระจาน 16 พ.ย.นี้

"ชัยวัฒน์" ยันไม่ได้ฆ่าบิลลี่ ท้าสาบานที่แก่งกระจาน 16 พ.ย.นี้

"ชัยวัฒน์" ยันไม่ได้ฆ่าบิลลี่ ท้าสาบานที่แก่งกระจาน 16 พ.ย.นี้

รูปข่าว : "ชัยวัฒน์" ยันไม่ได้ฆ่าบิลลี่ ท้าสาบานที่แก่งกระจาน 16 พ.ย.นี้

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร เตรียมไปสาบานไม่ได้ฆ่า "บิลลี่" ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ในวันที่ 16 พ.ย.นี้ พร้อมยืนยันว่า เหตุการณ์นี้มีกลุ่มคนมีสีที่เสียผลประโยชน์อยู่เบื้องหลังและต้องการให้ตัวเองพ้นจากหน้าที่ราชการ

วันนี้ (13 พ.ย.2562) นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยภายหลังได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในคดีที่ถูกพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ แจ้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และข้อหาอื่นรวม 6 ข้อหา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกลุ่มกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึกบางกลอย

นายชัยวัฒน์ ขอบคุณศาลที่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวตามหลักทรัพย์ที่ยื่นไปเป็นเงินสด 800,000 บาท พร้อมยืนยันว่า ตัวเองและลูกน้องอีก 3 คน ไม่ได้ก่อเหตุและกระทำการตามข้อกล่าวหาที่ดีเอสไอได้แจ้งไว้ ซึ่งในวันเกิดเหตุที่จับตัวนายบิลลี่ขณะที่กำลังนำน้ำผึ้งป่าไปขาย นายชัยวัฒน์ ยืนยันว่า ปล่อยตัวนายบิลลี่ไปแล้ว และยังต่อว่านายบิลลี่ไปเพราะพยายามติดสินบนด้วยการให้น้ำผึ้งป่า 5 ขวด แทนคำขอบคุณที่ปล่อยตัว แต่ไม่ได้รับไว้ และเห็นว่าเหตุการณ์นี้มีขบวนการที่พยายามจะดำเนินคดีกับตัวเอง เพราะหลังจากนายบิลลี่หายตัวไป ก็มีซีดีชีวิตของนายบิลลี่ออกมาวางขาย

นอกจากนี้ นายชัยวัฒน์ ยังระบุว่า ในวันที่ 16 พ.ย.นี้ ทั้ง 4 คน จะเดินทางไปสาบานว่าไม่ได้กระทำความผิด ที่สะพานแขวน ภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จุดที่พบถังน้ำมันและชิ้นส่วนกระดูก และเปิดให้คนส่งข้อความที่ต้องการให้สาบานมาให้ได้ พร้อมย้ำว่าเหตุการณ์ทั้งหมดมีการสร้างหลักฐานขึ้นมา โดยมีกลุ่มคนมีสีอยู่เบื้องหลังเพื่อต้องการให้ออกจากข้าราชการที่ปกป้องผืนป่าอย่างตรงไปตรงมา พร้อมยืนยันว่าหลังจากนี้ก็จะทำหน้าที่แบบนี้ต่อไป โดยที่จะเปิดโปงขบวนการเบื้องหลังที่กระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่กำลังถูกคุกคาม

ส่วนการสอบปากคำพยานในคดี ก็เห็นว่าไม่ได้กลับคำให้การ แต่เป็นการเค้นสอบเป็นเวลานานจนทำให้พยานจำเป็นต้องยอมบอกสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และก็ไม่เชื่อมั่นการทำงานในคดีนี้ของดีเอสไออีกต่อไป

 

กลับขึ้นด้านบน