กระทรวงพลังงาน เตรียมตั้งคณะทำงานปรับราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น

กระทรวงพลังงาน เตรียมตั้งคณะทำงานปรับราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น

กระทรวงพลังงาน เตรียมตั้งคณะทำงานปรับราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น

รูปข่าว : กระทรวงพลังงาน เตรียมตั้งคณะทำงานปรับราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น

กลุ่มผีเสื้อกระพือปีก และเครือข่ายที่สนับสนุน 17 เครือข่าย ทวงถามการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันและราคาแก๊สให้เท่าเทียมกับประเทศมาเลเซีย

วันนี้ (13 พ.ย.62) กลุ่มผีเสื้อกระพือปีก และเครือข่ายที่สนับสนุน 17 เครือข่าย กว่า 30 คน พร้อมด้วยหม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยนโยบายพลังงานและทรัพยากร มหาวิทยาลัยรังสิต และนักเคลื่อนไหวด้านการปฎิรูปพลังงานไทย น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา ร่วมชุมนุมอยู่ที่บริเวณข้างทำเนียบรัฐบาล เพื่อทวงถามความคืบหน้าหลังจากที่ได้ยื่นเรื่องการปฏิรูปพลังงาน

ในการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันและราคาแก๊สให้เท่าเทียมกับประเทศมาเลเซีย หลังจากที่ได้ยื่นหนังสือไปแล้วเมื่อ 45 วันที่ผ่านมา ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เเละ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ช่วยแก้ปัญหาให้ประเทศไทยใช้ราคาน้ำมันถูกลงเหมือนช่วงที่ผ่านมา ซึ่งราคาน้ำมันในประเทศไทยถูกกว่ามาเลเซียเกือบครึ่งหนึ่ง

ม.ล.กรกสิวัฒน์ ระบุว่า ปัจจุบันโครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศไทยยังมีความบิดเบือน โดยเฉพาะการกำหนดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น ที่ยังไม่มีความเป็นธรรม เนื่องจากไทยไม่ได้นำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป แต่มีการส่งออกน้ำมันมีการกำหนดราคาส่งออกต่ำกว่าหน้าโรงกลั่น ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศแพงกว่าประเทศมาเลเซีย

ขณะที่การใช้เงินเพื่อดูแลเอทานอลไม่มีความโปร่งใส เพราะปัจจุบันต้นทุนในการผลิตเอทานอลต่ำกว่าราคาเบนซินร้อยละ 30 เพราะค่าความร้อนที่ต่ำกว่า แต่ปัจจุบันราคาเอทานอลสูงกว่าเบนซินมากและสูงกว่าสหรัฐอเมริกา 100 เปอร์เซ็นต์

รวมถึงการกำหนดราคาก๊าซหุงต้มที่ไม่เป็นธรรมเพราะไปอ้างอิงกับราคานำเข้าที่ซาอุดีอาระเบีย ทั้ง ๆ ที่ปัจจุบันไทยสามารถผลิตก๊าซฯจากในประเทศ เช่น แหล่งบงกชและเอราวัณ ลานกระบือ

 

นายสนธิรัตน์ ระบุว่า ภายในวันที่ 15 พ.ย.จะตั้งคณะทำงานร่วมกันทุกฝ่าย โดยมีทั้งภาครัฐและเอกชนรวมถึงเครือข่ายเข้ามาร่วมในการวางโครงสร้างราคาพลังงานใหม่ โดยมีปลัดกระทรวงพลังงานเป็นประธาน และจะเริ่มประชุมหารือในวันจันทร์หน้า (18 พ.ย.) เพื่อพิจารณาว่าเรื่องใดจะสามารถดำเนินการได้ โดยยอมรับว่าในเรื่องแรกที่จะดำเนินการคือการพิจารณาราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นว่า ดำเนินการอย่างไรได้บ้าง

น.ส.รสนา ระบุว่า พร้อมจะเข้าร่วมเป็นหนึ่งในคณะทำงานเพื่อปรับโครงสร้างพลังงานไทยให้เหมาะสมและเป็นธรรมโดยมองว่าการปรับราคาหน้าโรงกลั่นกระทรวงพลังงานสามารถดำเนินการได้เนื่องจากที่ผ่านมา รัฐบาลในอดีตได้วาง สร้างแรงจูงใจให้มีการสร้างโรงกลั่นน้ำมันด้วยการ ให้ค่าขนส่ง ค่าสูญเสียระหว่างทาง แต่ปัจจุบันมีโรงกลั่นเกิดขึ้นหลายโรง หากสามารถตัดค่าใช้จ่ายส่วนที่ไม่จำเป็นออก ก็จะทำให้ราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นลดลง

และยังมองว่า ปัญหาราคาพลังงานที่สูงขึ้นมาจากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงโดยปี 2561 รัฐบาลมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน 230,000 ล้านบาท แต่มีรายได้การจัดเก็บค่าภาคหลวงกับเอกชนลดลง และยิ่งมีการจัดกำหนดในการแบ่งปันผลผลิตจากการสำรวจผลิตปิโตรเลียมจะต้องจำหน่ายให้รัฐบาลราคาต่ำ ยิ่งกระทบต่อรายได้ค่าภาคหลวงให้ลดลงอีก

ดังนั้นจึงต้องมีการปรับโครงสร้างโดยลดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตลงเพื่อดูแลประชาชนและราคาน้ำมันในประเทศแต่มีการจัดเก็บค่าภาคหลวงที่สูงขึ้น เพื่อนำรายได้มาพัฒนาประเทศ

กลับขึ้นด้านบน