“อลงกรณ์” เร่งทุกฝ่ายหาสารชีวภัณฑ์ทดแทนสารเคมีช่วยเกษตรกร

“อลงกรณ์” เร่งทุกฝ่ายหาสารชีวภัณฑ์ทดแทนสารเคมีช่วยเกษตรกร

“อลงกรณ์” เร่งทุกฝ่ายหาสารชีวภัณฑ์ทดแทนสารเคมีช่วยเกษตรกร

รูปข่าว : “อลงกรณ์” เร่งทุกฝ่ายหาสารชีวภัณฑ์ทดแทนสารเคมีช่วยเกษตรกร

ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นห่วงเกษตรกร ให้กระทรวงเกษตรฯ และทุกภาคส่วนเร่งหาสารชีวภัณฑ์มาทดแทน หลังมติยกเลิกการใช้ 3 สารเคมีเกษตร จะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ธ.ค.

วันนี้ (16 พ.ย.2562) นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โพสต์เฟซบุ๊ก “อลงกรณ์ พลบุตร" ว่า เรื่องสารชีวภัณฑ์กำจัดวัชพืชแทน 3 สารอันตราย กรมวิชาการเกษตรรายงานต่อคณะทำงานพิจารณาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกใช้สารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิดว่า ยังไม่มีสารชีวภัณฑ์กำจัดวัชพืชที่ได้รับการรับรองจากกรมฯ แม้แต่รายเดียว มีเพียงสารชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืชซึ่งขึ้นทะเบียนแล้ว 73 รายการ แสดงว่า แม้มีการแบน 3 สารเคมี แต่ก็จะใช้สารเคมีตัวอื่นที่แพงกว่าแทน 3 สาร ซึ่งอธิบายต่อสังคมยากมากว่า ทำไมแบน 3 สารเคมี แต่ก็ใช้สารเคมีชนิดอื่นแทน

กระทรวงเกษตรฯ และทุกภาคส่วน จึงต้องเร่งหาสารชีวภัณฑ์มาทดแทนให้เร็วที่สุดเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีสารทางเลือกที่ราคาไม่แพงและใช้น้อยรอบ เพื่อลดต้นทุนการปลูกพืชของเกษตรกรทั่วประเทศโดยเฉพาะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและสุขภาพของเกษตรกรผู้ใช้และผู้บริโภคเป็นสำคัญ ตามเหตุผลของคณะกรรมการวัตถุอันตราย

เรื่องสารชีวภัณฑ์เป็นประเด็นอ่อนไหวมากมีบวกลบตลอด ผมไปดูมาที่สุพรรณบุรียังโดนวิจารณ์ ซึ่งก็ชี้แจงไปแล้วจึงเข้าใจว่าอ่อนไหวมากแค่ไหน รวมทั้งมีการโยงไปถึงบริษัทผู้ผลิตกับตระกูลนักการเมืองใหญ่ในภาคอีสาน เป็นประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งถ้าพูดอย่างแฟร์คือถ้ามีอิทธิพลการเมืองเกี่ยวข้องจริงคงได้ขึ้นทะเบียนไปแล้ว เพราะทดสอบใช้มานานถึง 7 ปี และแม้ว่าวันนี้จะขึ้นทะเบียน ก็ต้องใช้เวลาทดสอบด้านพิษวิทยาและหลักเกณฑ์อื่นๆ ของกรมวิชาการเกษตร เป็นเวลานาน 1-3 ปี และคณะทำงานฯ ให้เปิดกว้างเต็มที่ในการขอขึ้นทะเบียนห้ามล็อคสเปคเป็นอันขาด

สำคัญที่สุดคือการจัดการเรื่องนี้ ต้องโปร่งใสไร้ผลประโยชน์ตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ ใครก็ตามคิดแสวงหาประโยชน์จากความเดือนร้อนของเกษตรกรไม่ได้โดยเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม ผมถามนักวิจัยอิสระและลุงสุรินทร์ว่า สารชีวภัณฑ์ที่บรรจุในขวดใช้จุลินทรีย์อะไร เขาบอกว่าจุลินทรีย์อนุพันธ์ ผมจึงบอกชาวไร่กับสื่อมวลชนที่ไปด้วยเมื่อมีการเอาขวดบรรจุสารชีวภัณฑ์มาให้ดูที่สุพรรณบุรีว่า สารชีวภัณฑ์นี้ขึ้นทะเบียนไม่ได้เพราะใช้จุลินทรีย์อนุพันธ์และห้ามโฆษณาถ้าไม่ได้ขึ้นทะเบียน แต่ถ้าเป็นชีวภัณฑ์ที่ติดป้ายว่ากำจัดศัตรูพืชและผ่านการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร ก็ไม่มีปัญหาในการขายหรือโฆษณ ส่วนการทดลองใช้มา 7 ปี ของลุงสุรินทร์ชาวไร่อ้อยก็เป็นเรื่องดี แต่ต้องเข้าใจว่าถ้าจะทำให้ถูกต้อง ก็ต้องไปขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรต่อไป

หลังกลับจากสุพรรณบุรีก็มีสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยนำปราชญ์ชาวบ้านมาพบผมและเอาสารชีวภัณฑ์จุลินทรีย์เชิงเดี่ยว เรียกว่าจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงมาให้ดู พร้อมรายงานการทดสอบ ซึ่งเป็นจุลินทรีย์เชิงเดี่ยวประเภทเดียวกับที่กรมพัฒนาที่ดินรายงานว่า กำลังวิจัยแต่ต้องใช้เวลา 3 ปี จึงจะสรุปผลได้

นอกจากเรื่องสารทางเลือกทดแทน 3 สารอันตราย ทางคณะทำงานกำหนดแนวทางเบื้องต้นในการช่วยเหลือเกษตรกรหลายมาตรการเช่น การช่วยเหลือเรื่องต้นทุนการผลิต การใช้เครื่องจักรกลและเทคโนโลยีทันสมัยมาจัดการแปลงเพาะปลูก การส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ เป็นต้นและจะสรุปเป็นมาตรการในการประขุมครั้งหน้า วันที่ 22 พ.ย. ก็ต้องช่วยกันทุกฝ่ายนะครับ เพราะคณะกรรมการวัตถุอันตราย มีมติเมื่อ 22 ตุลาคม แบน 3 สาร ตั้งแต่ 1 ธันวาคมนี้ โดยทันที

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตั้งคณะทำงานหาสารชีวภัณฑ์ ทดแทนสารเคมีเกษตร

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน