กลุ่มหนุนแบนสารพิษ เปิดเวทีเสนอทางเลือกทดแทน 3 สาร

กลุ่มหนุนแบนสารพิษ เปิดเวทีเสนอทางเลือกทดแทน 3 สาร

กลุ่มหนุนแบนสารพิษ เปิดเวทีเสนอทางเลือกทดแทน 3 สาร

รูปข่าว : กลุ่มหนุนแบนสารพิษ เปิดเวทีเสนอทางเลือกทดแทน 3 สาร

1 ธ.ค.นี้ การยกเลิกสารเคมีเกษตร 3 ชนิด พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส จะมีผลบังคับใช้ เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารฯ เปิดเวทีเสนอทางเลือก พร้อมแถลงข่าวสนับสนุนรัฐบาลเดินหน้า เพื่อสุขภาพเกษตรกร - ปชช. ย้ำ! สนับสนุนแนวทางปราชญ์ชาวบ้านตามหลักวิชาการ

วันนี้ (19 พ.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายภาคประชาชนที่สนับสนุนการทำเกษตรกรรมยั่งยืนและไม่ใช้สารเคมีเกษตร จัดเวทีนำเสนอทางเลือกและมาตรการสนับสนุนเกษตรกร หลังยกเลิก 3 สารเคมีเกษตร ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ โดยภายในเวทีดังกล่าว นอกจากมีการยืนยันและย้ำถึงการสนับสนุนรัฐบาล ในการเดินหน้ายกเลิกใช้สารเคมีเกษตร ยังได้รวบรวมข้อเสนอทางเลือกการจัดการวัชพืช และข้อเสนอต่อรัฐบาล ในการสนับสนุนเกษตรกรเพื่อปรับเปลี่ยน โดยเกษตรกรต้องไม่เป็นผู้รับภาระหากมีต้นทุนสูงขึ้น

โดยมีการแถลงข่าว เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่เป็นอันตรายร้ายแรง 686 องค์กร ทางเลือกเกษตรกรรมไทยหลังแบน พาราควอต ไกลโฟเซต และ คลอร์ไพริฟอส นำโดยนายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ที่ได้แถลงข้อเสนอทางเลือกและมาตรการสนับสนุนหลังยกเลิกสารเคมีเกษตร โดยเริ่มต้นจากการย้ำความสำคัญและการสนับสนุนรัฐบาลเดินหน้ายกเลิกการใช้สารเคมีเกษตร 3 ชนิด เพื่อสุขภาพเกษตรกร ประชาชน ผู้บริโภค ที่มีงานวิจัยรองรับ พวกเขายืนยัน ไม่ควรเลื่อนออกไป หรือ ทบทวนตามที่บางฝ่ายเรียกร้อง เนื่องจากมีทางเลือกที่ชัดเจน


โดยได้นำเสนอการจัดการวัชพืชในพืชเศรษฐกิจนิเวศภาคกลาง และภูมิภาคต่าง ๆ ทั้งในไม้ผล และยางพารา ด้วยแนวทางสวนยางยั่งยืน การจัดการวัชพืชในสวนปาล์ม การปลูกมันสำปะหลัง อ้อยอินทรีย์ ที่ใช้วิธีธรรมชาติ รวมถึงเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการแทนการใช้สารเคมีเกษตร โดยเกษตรกรและปราชญ์ชาวบ้าน ที่จัดการวัชพืช ศัตรูพืชโดยไม่ใช้สารเคมีแล้วเห็นผล ได้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนนำเสนอเป็นทางเลือกทางออกให้กับเกษตรกรอย่างชัดเจน

2 ปีครึ่งที่ผ่านมา นับแต่เสนอยกเลิกใช้ในรัฐบาลที่แล้ว เราไม่เห็นกระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการอย่างเพียงพอ เราไม่โทษรัฐบาลใหม่ ซึ่งเพิ่งทำหน้าที่ แต่ช่วงเวลาที่เหลืออยู่น้อย มีความจำเป็นต้องแถลงให้ประชาชนทราบว่า พืช 6 กลุ่ม มีวิธีการควบคุมวัชพืช แบบไหน อย่างไรบ้าง เป็นสิ่งที่ต้องทำโดยด่วน

นอกจากนี้ ยังมีการเสนอมาตรการทางนโยบาย ที่ไม่ใช่แค่มาตรการรองรับในช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่เป็นการแก้ปัญหาสารเคมีทั้งระบบ สู่การทำเกษตรกรรมยั่งยืน ในรูปแบบกองทุนเกษตรกรรมยั่งยืน


นายชนวน รัตนวราหะ อดีตรองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ระบุว่า การกำจัดวัชพืชโดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพ เป็นแนวทางสำคัญที่สามารถกำจัดวัชพืชได้ผล และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสุขภาพเช่นสารเคมี และเชื่อมั่นว่าหน่วยงานต่าง ๆ ทั้ง กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมพัฒนาที่ดิน มีศักยภาพในการวิจัยศึกษาแนวทางกำจัดวัชพืชโดยวิธีธรรมชาติและเทคโนโลยีรวบรวมไว้มากมาย แต่สิ่งสำคัญ คือ ต้องนำมาเสนอและขยายต่อเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกร โดยเฉพาะการเดินหน้าปลดล็อกรับรองสารชีวภัณฑ์หรือสารธรรมชาติ ของปราชญ์ชาวบ้านที่ทำแล้วเห็นผล

อะไรที่เป็นการคิดค้นของคนไทย เราต้องมีข้อที่จะให้สิทธิพิเศษบ้าง แต่ว่าก็อยู่ในกรอบของวิชาการ เราอย่าไปกำหนดกฎเกณฑ์จนคนไทยทำอะไรไม่ได้ ที่ควรจะเป็นก็คือ อะไรที่เป็นความคิดประดิษฐ์ของคนไทย โดยเฉพาะสามารถพึ่งตนเองได้ ใช้ทรัพยากรภายในประเทศ เราต้องสนับสนุน


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์ไม่ใช้สารเคมีในจังหวัดต่าง ๆ จากทุกภูมิภาค ที่มาร่วมงานวันนี้ ยังได้ร่วมกันปักหมุดในแผนที่ เพื่อแสดงพื้นที่ไม่ใช้สารเคมีเกษตร และต้องการสะท้อนให้เห็นว่า การทำเกษตรอินทรีย์ เกษตรยั่งยืน ไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีเกษตรนั้น สามารถทำได้ และต้องขยายพื้นที่อาหารปลอดภัยให้ตัวเองและผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ วันที่ 22 พ.ย.2562 คณะทำงานช่วยเหลือเกษตรกรหลังยกเลิกสารเคมี 3 ชนิด ที่มีปลัดกระทรวงเกษตรเป็นประธาน จะมีการแถลงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งต้องติดตามกันว่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับข้อเสนอของภาคประชาชนหรือไม่

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ราชกิจจาฯ แพร่คำสั่งแจ้งครอบครอง-ส่งมอบ 3 สารเคมีในสิ้นปีนี้

ด่วน! ศาลปกครองไม่รับคำฟ้องคดีแบน 3 สารเคมี

ผู้นำเข้า 3 สารเคมีเกษตร ขอเลื่อนแบนออกไป 6 เดือน

 

กลับขึ้นด้านบน