เป็นธรรมหรือไม่ ! คำต่อคำ "ธนาธร" หลังพ้น ส.ส.

เป็นธรรมหรือไม่ ! คำต่อคำ "ธนาธร" หลังพ้น ส.ส.

เป็นธรรมหรือไม่ ! คำต่อคำ "ธนาธร" หลังพ้น ส.ส.

รูปข่าว : เป็นธรรมหรือไม่ ! คำต่อคำ "ธนาธร" หลังพ้น ส.ส.

"ธนาธร" เปิดใจ หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย สิ้นสุดการเป็น ส.ส.ตั้งข้อสังเกตกรณีถูกชี้ปมความเป็นหุ้นสื่อ เช็ค และการโอนหุ้น พร้อมขอให้ประชาชนตัดสินเองว่าความเป็นธรรมหรือไม่ พร้อมยืนยันจะยังคงทำหน้าที่ต่อ ลั่นยังเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

วันนี้ (20 พ.ย.2562) เมื่อเวลา 16.00 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยให้พ้นสมาชิกภาพ ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98(3) จากกรณีถือหุ้นสื่อบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ขณะลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส. 

โดยก่อนการแถลงข่าวครั้งนี้ บรรยากาศที่ด้านหน้าโถงอาคารศาลรัฐธรรมนูญ มีมวลชนจำนวนมากตะโกนให้กำลังใจว่า สู้ๆ  นายธนาธร กล่าวว่า คำพิพากษาทำให้สภาพ ส.ส.สิ้นสุดลง และขอขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจพวกเราทั้งทางบ้าน และที่ศูนย์ราชการแห่งนี้ ผมทราบซึ้ง และขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้เรา แต่ความคิดเห็นของผมที่มีต่อคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ ที่เป็นความคิดเห็นของผมอย่างสุจริตใจ ศาลรัฐธรรมนูญได้ให้เหตุผลถึงการเป็น ส.ส.ของผมไว้หลายข้อ ผมมีความคิดเห็นต่อคำวินิจฉัย ดังนี้

ศาลรัฐธรรมนูญ อ้างถึงพ.ร.บ.การพิมพ์ว่ามีใบอนุญาตอยู่ ยังไม่ได้ยกเลิก ดังนั้นบริษัทวี-ลัคจะเริ่มต้นการเป็นสื่ออีกครั้งเมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งศาลฯ เองก็ยอมรับไปแล้วว่าบริษัทวี-ลัคไม่มีรายได้ ไม่มีบุคคลากร และเป็นบริษัทที่ปิดตัวลงแล้ว

ความคิดเห็นของผมก็คือถ้าบริษัทวีลัคจะเป็นบริษัทสื่อจริงแล้วกลับมาทำอีกครั้ง ก็ค่อยไปตัดสินตอนนั้นสิครับ ทำไมถึงมาตัดสินตอนนี้ ทั้งๆ ที่ศาลเองก็ยอมรับแล้วว่าบริษัทนี้ไม่มีรายได้ ไม่มีพนักงาน และปิดตัวลงตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย.

 

นายธนาธร กล่าวว่า นอกจากนี้ศาลยังพูดถึงเจตนารมมาตรา 98 (3) ว่าไม่ให้นักการเมืองให้คุณกับตัวเอง ให้โทษกับผู้อื่น แต่ศาลไม่ได้พูดเลยว่าผมและบริษัทวี-ลัค ได้มีการทำผิดเจตนารมในมาตรา  98(3) หรือไม่ ในการพิจารณาว่าผิดกฎหมาย ผิดรัฐธรรมนูญว่าเป็นสื่อหรือไม่

ในคำพิพากษาของศาลฯ พูดถึงการจดแจ้งทะเบียนผู้ถือหุ้นใหม่ของบริษัทกับกระทรวงพาณิชย์ หรือ บอจ.5 ผมเรียนอย่างนี้ บอจ.5 ตามกฎหมายแล้ว 1 ปี จะแจ้งเมื่อไหร่ก็ได้ แจ้งช้าแจ้งเร็ว ไม่ผิดกฎหมาย บริษัทวีลัคในวันนั้นไม่มีพนักงานแล้ว เอางานไปฝากคนอื่นทำ

ตอนที่บริษัทวี-ลัคยังมีชีวิตอยู่ ยังประกอบกิจการอยู่ การแจ้งที่เกิน 2 เดือน 16 วัน ที่ใช้ในการจดแจ้ง บอจ.5 ว่ามีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นแล้วก็มีเหมือนกัน ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก สำคัญที่สุดหลังการประชุมผู้ถือหุ้นทุกคนเราถึงยื่น บอจ.5 ก็เป็นปกติเหมือนที่บริษัททำมาทุกครั้ง

ชี้แจงขึ้นเช็คช้า-ยันตัวจริงกกต.เห็น

ส่วนการขึ้นเช็คช้ากว่าปกติ คุณรวิพรรณ ได้ชี้แจงชัดเจนแล้วว่าปกติคุณรวิพรรณ ได้ขึ้นเช็คให้กับผม วันนั้นลูกยังอ่อนอยู่ ศาลบอกว่าสามารถให้คนอื่นไปได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในครอบครัว ผมให้ใครไปเป็นเรื่องของผม ที่ผ่านมาผมให้ภรรยาไปทุกคน ธรรมเนียมปฏิบัติของครอบครัว เราเอาเช็คตัวจริงไปให้ กกต.ดูด้วย คุณรวิพรรณ พอรู้เรื่องว่าเรื่องนี้ใหญ่โต ก็ไม่กล้าไปขึ้นเช็ค เก็บเช็คไว้กับตัววันที่ผมไปให้การในชั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง 30 เม.ย.ที่ผ่านมา คุณรวิพรรณ ก็ให้ทนายความของพรรคถือเช็คนี้ไปให้กกต.ไปให้ดูด้วยเป็นเช็คตัวจริง แต่เราส่งสำเนาไปในเอกสารแนบคดี แต่เจ้าหน้าที่ กกต.เห็นเช็คจริงในวันที่ 30 เม.ย.ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมไปถึงช้า

ดังนั้นทุกท่านครับ ที่ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่ามีแต่สำเนาเรื่องเช็ค ตัวจริงก็มี กกต.ก็เห็น นอกจากนี้ กกต.ยังไม่ได้โต้แย้งเรื่องนี้ แปลว่าเขาเห็นจริง

 

แจงหุ้นขาดหลักฐาน

เรื่องต่อไปศาลพิพากษา เรื่องการตัดสินใจการลงทุน ผู้พิพากษาศาลทุกท่านไม่เคยเป็นนักธุรจกิจ จะใช้ว่าโครงการไหนน่าลงทุนหรือไม่คงจะไม่ถูกต้องนัก บุคคลแต่ละบุคคลมีรสนิยม การลงทุนต่างกัน ผู้เชี่ยวชาญ 100 คน มาตัดสินใจการลงทุนแบบเดียวกันไม่เหมือนกัน จะใช้มาตรฐานศาลมาตัดสินว่าคุณสมพร จะลงทุนในเรื่องใด เป็นเรื่องที่ผิดฝาผิดตัว การที่คุณสมพรโอนหุ้นกลับไปกลับมาให้กับคุณทวี มันไม่เกี่ยวอะไรกับความสมบูรณ์กับการโอนหุ้นในวันที่ 8 ม.ค. มันเสร็จสมบูรณ์ด้วยตัวของมันเอง

ข้อสันนิษฐานที่ศาลยกขึ้นมาพิพากษา ทั้งหมดตั้งอยู่ในข้อสันนิษฐาน ไม่มีข้อเท็จจริงมาหักล้าง ศาลให้น้ำหนักกับข้อสันนิษฐานมากกว่าข้อเท็จจริง ศาลให้น้ำหนัก กับข้อสันนิษฐานของตัวเอง มากกว่าพยานหลักฐาน ข้อสังเกตุข้อสุดท้าย ไม่มีการบอกมติของการบอกองค์คณะตุลาการแต่อย่างใด นั่นคือความคิดเห็นของผมเกี่ยวกับการวินิฉัย

พรรคอนาคตใหม่คือการเดินทาง การเดินทางไม่ได้สิ้นสุดลง ผมยังเป็นหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ขอบคุณทุกท่านอีกครั้งที่มาให้กำลังใจในวันนี้

ข้อสังเกตของผม การอ่านคำวินิจฉัยวันนี้ไม่มีการบอกมติขององค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด แตกต่างจากคำวินิจฉัยคดีอื่นของศาลฯ แต่ละคดีที่ผ่านมา ความคิดเห็นของผมเกี่ยวกับคำวินิจฉัย ผมอยากเรียนประชาชนว่าพรรคอนาคตใหม่คือการเดินทาง การเดินทางยังไม่สิ้นสุด ผมยังเป็นหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พรรคอนาคตใหม่คือผู้คนที่สนับสนุน ที่มีความฝัน ความตั้งใจเหมือนกัน และจะก้าวเดินเหมือนกัน ขอบคุณทุกท่านอีกครั้งที่มาให้กำลังใจ

เป็นธรรมหรือไม่ประชาชนตัดสิน

เรื่องความเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรม ผมคิดว่าให้ประชาชนตัดสินใจเองจะดีที่สุด ลองฟังความแถลงความคิดเห็นของผมกับคำที่ศาลแถลง แล้วให้ประชาชนตัดสินเองดีกว่า จากนี้ผมก็ทำงานต่อ ยังเป็นหัวหน้าพรรค ยังต้องทำงาน การรณรงค์ต่างๆ การเลือกตั้ง 24 มีนาคม ไม่ใช่สมรภูมิเดียว พรรคอนาคตใหม่คือการเดินทาง ยังต้องผ่านการเลือกตั้งอีกเยอะ ที่สำคัญผมยังเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอยู่

ส่วนการยุบพรรค ผมคิดว่าอย่าไปกังวลเรื่องการยุบพรรค เรามีความจำเป็นที่ต้องทำงานที่เป็นผลประโยชน์กับประชาชน สนใจกับงานที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ให้พี่น้องประชาชนตัดสินเองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีความเป็นธรรมกับเราหรือไม่

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ "ธนาธร" พ้น ส.ส.ปมถือหุ้นสื่อ

มติเอกฉันท์! กกต.สั่ง "อนาคตใหม่" แจงปมกู้ยืมเงิน

"ธนาธร" พบเพื่อน ส.ส.มั่นใจได้กลับมาสภา

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน