"ทางหลวง" นำร่องสายเอเชียใช้ความเร็ว 120 กม. ต่อ ชม.

"ทางหลวง" นำร่องสายเอเชียใช้ความเร็ว 120 กม. ต่อ ชม.

"ทางหลวง" นำร่องสายเอเชียใช้ความเร็ว 120 กม. ต่อ ชม.

รูปข่าว : "ทางหลวง" นำร่องสายเอเชียใช้ความเร็ว 120 กม. ต่อ ชม.

"ทางหลวง" เตรียมนำร่องถนนที่กำหนดอัตราความเร็วถนน 4 ช่องจราจรขึ้น ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 120 กม.ต่อชม. เบื้องต้นเป็น ถนนสายเอเชีย บางปะอิน-นครสวรรค์ คาดใช้ได้ก่อน 50 กม.แรกในปี 2563

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (20 พ.ย. 2562) นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการกำหนดอัตราความเร็วถนน 4 ช่องจราจรขึ้นไป โดยให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 120 กม.ต่อชม.ว่า เบื้องต้น จากการลงพื้นที่สำรวจการใช้ความเร็วบนถนนสายหลัก พบว่า ถนน 4 ช่องขึ้นไปกว่าร้อยละ 60 ใช้ความเร็วเกิน 90 กม.ต่อ ชม.

 

 

เบื้องต้น กรมทางหลวงได้คัดเลือกเส้นทางนำร่องเป็นถนน ทล.หมายเลข 32 (สายเอเชีย) ช่วงบางปะอิน-นครสวรรค์ ระยะทาง 150 กม. เนื่องจากเป็นถนนที่มีเกาะกลางหลายรูปแบบ ทั้งแบบร่องกลาง แบบแบริเออร์ตลอดแนวเส้นทางแบ่งช่องจราจรชัดเจน และรถใช้ความเร็วค่อนข้างสูง เพราะกว่าร้อยละ 85 ของความเร็วรถเฉลี่ยทั้งหมดอยู่ที่ 110-125 กม.ต่อชม. โดยเฉพาะช่องจราจรขวาสุด

นอกจากนี้ ยังพบว่าการใช้ความเร็วดังกล่าวต้องปรับปรุงจุดกลับรถประมาณ 44 แห่ง ซึ่งบางแห่งอาจต้องปิดจุดกลับรถ 35 แห่ง ที่เหลือจะปรับเป็นทางลอดสำหรับรถขนาดเล็ก ซึ่งรถขนาดใหญ่จะกำหนดให้ไปใช้สะพานกลับรถ หรือสะพานบก ที่ด้านล่างจะมีช่องลอดใต้สะพานได้ เบื้องต้นจะใช้งบประมาณปรับปรุงทั้งหมดไม่เกิน 600 ล้านบาท 

 

 

นายสราวุธ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันถนนเส้นทางดังกล่าวได้ปรับปรุงขยายเป็น 6 ช่อง ไป 3 ช่อง กลับ 3 ช่อง โดยใช้แบริเออร์แบ่งช่องชัดเจน โดยแบ่งการดำเนินการเป็น 2 ระยะ คือ ระยะแรก ช่วง 50 กม. แรก จะดำเนินการให้แล้วเสร็จในปีงบประมาณ 63 หลังจากนั้นระยะที่ 2 อีก 100 กม. แล้วเสร็จในปีงบประมาณ 64

ส่วนรูปแบบดำเนินการจะแบ่งการใช้ความเร็วเป็น 3 ระดับ คือ ช่องซ้ายสุด ไม่เกิน 80 กม.ต่อชม. ช่องกลางไม่เกิน 100 กม.ต่อชม. และ ช่องขวาไม่เกิน 120 กม.ต่อชม. เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายสำหรับผู้ขับขี่ เดินรถได้อย่างสมดุลกัน และมีความปลอดภัย 100%

อย่างไรก็ตามหากดำเนินการนำร่องใช้ความเร็ว 120 กม. ในถนนเส้นทางนี้ได้สำเร็จทำให้อนาคตถนนสายเอเชียจะไม่มีจุดกลับรถระดับพื้นราบทำให้มีความปลอดภัยที่ดีมาก และสามารถใช้เป็นต้นแบบปรับจุดกลับรถตามสภาพภูมิประเทศได้

 

 

สำหรับการขยายผลนำร่องความเร็ว 120 กม. ต่อ ชม. กับเส้นทางอื่นๆ เช่น ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน, 2 ถนนมิตรภาพ, 3 ถนนสุขุมวิท และ 4 ถนนเพชรเกษม ขณะนี้มอบหมายให้สำนักงานสำรวจและออกแบบ, เขตทางหลวง และแขวงทางหลวงที่รับผิดชอบพื้นที่ สำรวจถนนเพื่อนำข้อมูลมาพยายามปรับปรุงบางจุดที่ทำได้ก่อน

แต่บางจุดที่ทำไม่ได้ เช่น ถนนสุขุมวิทมีหลายเส้นทาง โดยเฉพาะพื้นที่ จ.ระยอง ประชาชนต้องใช้พื้นที่สองข้างทางจำนวนมาก และถนนเพชรเกษมดังนั้นอาจต้องต้องปรับสภาพถนนก่อน ขณะที่เส้นทางสายพหลโยธินและถนนมิตรภาพต้องสำรวจและหาแนวดำเนินการต่อไป

กลับขึ้นด้านบน