ร่างกฎหมาย "แบนสารเคมี" ไม่เสร็จ หลังจ่อบังคับใช้ 1 ธ.ค.

ร่างกฎหมาย "แบนสารเคมี" ไม่เสร็จ หลังจ่อบังคับใช้ 1 ธ.ค.

ร่างกฎหมาย "แบนสารเคมี" ไม่เสร็จ หลังจ่อบังคับใช้ 1 ธ.ค.

รูปข่าว : ร่างกฎหมาย "แบนสารเคมี" ไม่เสร็จ หลังจ่อบังคับใช้ 1 ธ.ค.

จากกรณีที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติยกเลิกการใช้ 3 สารเคมีเกษตร ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ แต่จนถึงปัจจุบัน พบว่าร่างประกาศกฎกระทรวงฯ และรายงานรับฟังความเห็นยังไม่แล้วเสร็จ

เมื่อวานนี้ (20 พ.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติยกเลิกการใช้ 3 สารเคมี ประกอบไปด้วย พาราควอต ครอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต เมื่อวันที่ 22 ต.ค.2562 ซึ่งคณะกรรมการฯ เห็นชอบให้เปลี่ยนสารเคมีเกษตรทั้ง 3 ชนิด จากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 และมีมติยกเลิกการใช้ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2562

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรไปยกร่างคำประกาศกฎกระทรวงว่าด้วยบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พร้อมรับฟังความคิดเห็นแล้วส่งกลับมาให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาอีกครั้ง พร้อมทั้งให้ไปพิจารณาว่าจะจัดการ 3 สารเคมีเกษตรที่เหลืออยู่ หรือสต็อกที่ค้างอยู่อย่างไร โดยให้คำนึงถึงผลกระทบ

กรมวิชาการเกษตรออกคำสั่งแจ้งสต็อกสารเคมี

ที่ผ่านมา กรมวิชาการเกษตร ส่งร่างประกาศกฎกระทรวงฯ พร้อมรายงานการจัดการรับฟังความเห็นมาให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายแล้ว แต่ยังไม่ครบ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จึงให้อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมประสานกลับไปที่กรมวิชาการเกษตร ส่งเอกสารมาเพิ่มเติมให้ครบ และพร้อมจะเรียกคณะกรรมการวัตถุอันตรายชุดใหม่ประชุมได้ทันที

ส่วนสต็อกสารเคมี ล่าสุด กรมวิชาการเกษตรออกเป็นคำสั่งที่ 1511/2562 เรื่องการแจ้งปริมาณการครอบครองและส่งคืน ซึ่งมีผลบังคับใช้ วันที่ 1 ธ.ค.2562 ตามมติคณะกรรมการวัตถุอันตราย โดยให้เวลาในการแจ้งปริมาณที่ครอบครองภายใน 15 วัน หากนับจากวันที่ 1 ธ.ค. ไปสิ้นสุดวันที่ 15 ธ.ค. และการให้ส่งคืนให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ หลังจากการแจ้งภายใน 15 วัน หากเกษตรกรหรือร้านค้าแจ้งในวันที่ 15 ธ.ค. ก็จะสิ้นสุดวันที่ 30 ธ.ค.

จับตา "มนัญญา" หารือผู้นำเข้า-ขายเคมีเกษตร

แต่เมื่อส่งข้อมูลกลับมาแล้ว หน่วยงานใดจะเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการ คงต้องจับตาไปที่การประชุมระหว่าง น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับตัวแทนภาคเอกชน ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเคมีเกษตร ซึ่งในวันนี้ (21 พ.ย.) เวลา 13.00 น. จะมีการหารือถึงแนวทางจัดการสต็อกสารเคมีที่เหลือที่อยู่ในความครอบครองของเกษตรกร ร้านขายเคมีภัณฑ์ และเอกชนว่าจะมีแนวทางอย่างไร

ล่าสุด คณะกรรมการวัตถุอันตราย จะนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 27 พ.ย. หากร่างประกาศกฎกระทรวงและรายงานรับฟังความเห็นที่ทางกระทรวงอุตสาหกรรม ขอให้กรมวิชาการเกษตรทำเพิ่มเติมเสร็จทันและถูกบรรจุในวาระการประชุม จะส่งผลให้ในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ การยกเลิกสารเคมีเกษตรทั้ง 3 ชนิด จะมีผลในทางกฎหมาย แต่ถ้าไม่ทัน วันที่ 27 พ.ย. ซึ่งเหลืออีกแค่ 2 วันทำการ คงไม่ใช่เรื่องง่าย ที่การแบนจะมีผลในทางกฎหมายได้อย่างสมบูรณ์ทันวันที่ 1 ธ.ค.นี้

 

กลับขึ้นด้านบน