ลงทุนซื้อหุ้น VITAXEL เสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท

ลงทุนซื้อหุ้น VITAXEL เสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท

ลงทุนซื้อหุ้น VITAXEL เสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท

รูปข่าว : ลงทุนซื้อหุ้น VITAXEL เสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท

กลุ่มนักทุนที่ซื้อหุ้น VITAXEL ตั้งแต่ปี 2559 ไม่สามารถปันผลกำไรและถอนหุ้นได้ บริษัทอ้างหุ้นยังไม่เข้าตลาดหลักทรัพย์อเมริกา รวมความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท

วันนี้(22 พ.ย.2562) ผู้เสียหายที่เป็นนักทุนซื้อหุ้น VITAXEL ของบริษัทไวตาเซล ประเทศไทย จำกัด กว่า 15 คน รวมตัวกันมาร้องทุกข์กับทีมข่าวรายการสถานีประชาชน หลังลงทุนซื้อหุ้น ตั้งแต่ปี 2559 ผ่านมานาน 4 ปี บริษัทอ้างหุ้นยังไม่เข้าตลาดหลักทรัพย์อเมริกา จึงไม่สามารถปันผลกำไร และถอนหุ้นได้ เบื้องต้นรวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท

 


นายศุภกิจ อังคณาภิวัฒน์ หนึ่งในผู้ลงทุน บอกว่า ก่อนตัดสินใจลงทุนซื้อหุ้น มีเพื่อนได้แนะนำ และชักชวน รวมถึงได้มีโอกาสไปร่วมสัมนากับบริษัทในการให้ข้อมูล บริหารจัดการเงินออม และมีที่ตั้งของบริษัท รวมถึงมีใบจดแจ้งตลาดหุ้นในอเมริกา จึงทำให้มั่นใจและเขื่อมั่นว่าหากลงทุนไปแล้วจะได้ผลกำไรสูง จึงตัดสินใจซื้อหุ้น ไปกว่า 5 ล้าน และได้มีการชักชวนเพื่อน และญาติพี่น้องร่วมลงทุนด้วย

 


ซึ่งขั้นตอนในการซื้อหุ้น ทางบริษัทจะมีการเสนอขายแบบแพคเกจ โดยผู้ลงทุนสามารถตัดสินใจซื้อได้ เช่น 1.ซื้อในราคา 150 เหรียญ แต่ไม่สามารถซื้อหุ้นได้ 2.ซื้อในราคา 1,000 เหรียญ แถมหุ้นฟรี 2,400 หุ้น
3.ซื้อในราคา 2,500 เหรียญ แถมหุ้นฟรี 6,500 หุ้น
4.ซื้อในราคา 3,000 เหรียญ แถมหุ้นฟรี 9,600 หุ้น
5.ซื้อในราคา 7,500 เหรียญ แถมหุ้นฟรี 24,000 หุ้น

 


จากแพคเกจของหุ้น จึงทำให้ผู้ลงทุนตัดสินใจซื้อหุ้นในแพคเกจตั้งแต่ 2,500 เหรียญ เพราะจะสามารถซื้อหุ้นเพิ่มข้างนอกได้อีก ทั้งนี้การซื้อหุ้นในชีวงแรกๆ ยังเป็นการซื้อในราคาต้นน้ำ ที่มีราคาหุ้นละ 0.0003 ซึ่งเป็นหุ้นในราคาต่ำมาก และหากเข้าตลาดอเมริกาไปแล้ว ราคาหุ้นจะเพิ่มมูลค่าเป็น 3-5 เหรียญ  โดยคิดง่ายๆว่า หากลงทุนซื้อหุ้น 100,000 บาท หากเข้าตลาดหุ้นอเมริกา ราคาหุ้นจะได้กำไรทั้งหมดประมาณ 5 ล้านบาท จึงทำให้นักลงทุนตัดสินใจซื้อหุ้นของบริษัทไวตาเซลไว้


แต่ด้วยระยะเวลาที่ผ่านมานาน 4 ปี จึงทำให้ผู้ลงทุนมั่นใจว่า ถูกหลอก เนื่องจากติดต่อไปยังผู้บริหารของบริษัทไวตาเซล ประเทศไทยจำกัด แต่ไม่สามารถติดต่อได้ และตรวจสอบพบ ว่า ที่ตั้งบริษัทได้ปิดไปแล้ว เบื้องต้นพบมีนักลงทุนกว่า 100 คนได้รับความเดือดร้อน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท  ล่าสุดกลุ่มผู้เสียหายได้เดินทางไปร้องทุกข์กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เรียบร้อยแล้ว 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน