รพ.บำรุงราษฎร์ ยอมรับผู้ป่วยเมอร์สเข้ารักษาตัวจริง สังเกตอาการแพทย์-จนท. 58 คน

รพ.บำรุงราษฎร์ ยอมรับผู้ป่วยเมอร์สเข้ารักษาตัวจริง สังเกตอาการแพทย์-จนท. 58 คน

รพ.บำรุงราษฎร์ ยอมรับผู้ป่วยเมอร์สเข้ารักษาตัวจริง สังเกตอาการแพทย์-จนท. 58 คน

รูปข่าว : รพ.บำรุงราษฎร์ ยอมรับผู้ป่วยเมอร์สเข้ารักษาตัวจริง สังเกตอาการแพทย์-จนท. 58 คน

รพ.บำรุงราษฎร์ ยอมรับผู้ป่วยเมอร์สเข้ารักษาตัวจริง สังเกตอาการแพทย์-จนท. 58 คน โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ชี้เเจงว่าผู้ติดเชื้อไวรัสเมอร์สรายเเรกในประเทศไทยเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลจริง เเต่ยืนยันว่าไม่มีการเเพร่ระบาดของเชื้อ ขณะนี้ได้คัดแยกแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในกระบวนการรักษาผู้ป่วยชาวโอมานให้สังเกตอาการทั้งหมด 58 คน ด้าน "สธ." เผยอาการญาติของผู้ป่วยโรคเมอร์สมีอาการเสี่ยงติดเชื้อเช่นเดียวกัน เบื้องต้นส่งเชื้อไปตรวจห้องปฏิบัติการ คาดทราบผลภายในวันนี้

รพ.บำรุงราษฎร์ ยอมรับผู้ป่วยเมอร์สเข้ารักษาตัวจริง สั่งสังเกตอาการแพทย์-จนท. 58 คน
วันนี้ (19 มิ.ย.2558) ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสรายงานเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.ว่าผู้บริหารโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้เปิดเผยว่าผู้ป่วยเชื้อไวรัสเมอร์สรายแรกของไทย เดินทางเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลเองโดยที่ไม่ได้มีการนัดหมายล่วงหน้า เมื่อมาถึงผู้ป่วยมีอาการอ่อนเพลีย คล้ายปอดติดเชื้อ มีอาการทางหัวใจร่วมด้วย ทางแพทย์จึงส่งไปยังห้องฉุกเฉิน ทางโรงพยาบาลยืนยันว่าเมื่อผู้ป่วยมารักษาตัวได้มีการแยกช่องทางและการรักษาออกจากผู้ป่วยทั่วไป รวมทั้งญาติผู้ป่วยด้วย

ในตอนแรกแพทย์สงสัยว่าผู้ป่วยน่าจะติดเชื้อไวรัสเมอร์ส เนื่องจากเดินทางมาจากประเทศโอมาน ซึ่งเป็นประเทศกลุ่มเสี่ยงการระบาดของไวรัสเมอร์ส  จึงขอให้ผู้ป่วยเข้าไปรักษาตัวในห้องป้องกันการติดเชื้อที่มีความดันเป็นลบเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส แต่ว่าญาติและผู้ป่วยไม่ยินยอมในตอนแรก นายแพทย์ยืนยันว่าตลอดเวลาการรักษาและเจรจาเพื่อรักษา ทีมแพทย์และพยาบาลได้ใส่หน้ากากป้องกันการติดเชื้อตลอด หลังเจรจาสำเร็จในที่สุดผู้ปวยและญาติก็ยินยอมที่จะเข้าไปรักษาตัวในห้องคัดแยก

ส่วนทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่ดูแลผู้ป่วยที่มีการสัมผัสกับผู้ป่วยในหลายระดับด้วยกัน ทางโรงพยาบาลระบุว่าได้คัดแยกออกไปให้หยุดงานชั่วคราวทั้งหมด 58 คน และได้รับการตรวจร่างกายทุกวัน ขณะนี้ขอยืนยันว่ายังไม่มีแพทย์และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลติดเชื้อแต่อย่างใด

สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้น ขณะนี้ยังไม่มีผู้ป่วยรายใดของโรงพยาบาลขอย้ายออกจากโรงพยาบาล เพราะว่ายังมั่นใจในกระบวนการคัดกรอง แม้ว่าจะยังไม่มีใครติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่ว่าโรงพยาบาลบอกว่ายังคงมีมาตรการคัดกรองผู้ป่วยอย่างเข้มงวดอย่างที่เคยปฏิบัติมาตั้งแต่ปี 2555

สธ.แถลงอีกญาติผู้ป่วยเมอร์ส 3 คน เริ่มมีอาการไอ เป็นไข้ ส่งเชื้อตรวจแล็บรู้ผลวันนี้
นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงวันนี้ภายหลังการประชุมวอร์รูม ติดตามสถานการณ์โรคเมอร์สว่า ขณะนี้อาการของญาติผู้ป่วยโรคเมอร์ส ทั้ง 3 คน คือ ลูกชายคนไข้ น้องชายคนไข้ และลูกชายของน้องชายคนไข้ ซึ่งถูกกักตัวที่ห้องแยกโรคของสถาบันบำราศนราดูรมีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อ โดยน้องชายเริ่มมีอาการเป็นไข้ ส่วนลูกชายเริ่มมีอาการไอ เจ้าหน้าที่จึงได้นำเชื้อจากโพรงจมูกไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คาดว่าจะทราบผลการตรวจภายในวันนี้

ส่วนอาการของผู้ป่วยชายวัย 75 ปี ชาวโอมาน ที่ถูกกักตัวอยู่ในห้องแยกโรคของสถาบันบำราศนราดูร ยืนยันขณะนี้อาการยังคงทรงตัว มีอาการปอดอักเสบเล็กน้อยต้องให้อ๊อกซิเจนทางสาย แต่คนไข้ยังสามารถหายใจเองได้ ไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุขเพิ่มมาตรการติดตามผู้ที่เดินทางมาเที่ยวบินเดียวกันกับผู้ป่วยชาวโอมานจำนวน 106 คน ในจำนวนนี้ 6 คน ได้เดินทางออกจากประเทศไทยแล้ว ส่วนที่เหลือ 100 คน ทราบชื่อและเบอร์โทรศัพท์เรียบร้อย ในจำนวนนี้มี 21 คน นั่งใกล้กับผู้ป่วย และมี 1 คนเป็นชาว จ.บุรีรัมย์ ขณะนี้กำลังเร่งติดตามตัว ขณะที่การติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยหลังลงจากเครื่องบินมีจำนวน 57 คน ล่าสุดทราบรายชื่อแล้วทั้งหมด 55 คน ในจำนวนนี้เป็นคนขับรถแท็กซี่ 2 คน ติดตามได้แล้ว 1 คน เหลืออีก 1 คน คือ คนขับรถแท็กซี่ที่พาผู้ป่วยเดินทางจากโรงแรมไปยังโรงพยาบาลเอกชน เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเอกชน 20 คน ลูกเรือ 12 คน ซึ่งขณะนี้ได้เดินทางออกจากประเทศไปแล้ว และสุดท้าย 22 คน เป็นบุคคลทั่วไป

เกาหลีใต้ยืนยันการระบาดไวรัสเมอร์สเริ่มอยู่ในวงจำกัด
 นายควอน ด็อก โชล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการเกาหลีใต้ ระบุว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสเมอร์สในขณะนี้อยู่ในวงจำกัดแล้ว ล่าสุด มีผู้เสียชีวิตไวรัสเมอร์สเพิ่มอีก 1 คน และมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอีก 1 คนในวันนี้ ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 166 คน ซึ่งในจำนวนนี้ 112 คนกำลังเข้ารับการรักษาตัว 30 คนสามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้วและเสียชีวิต 24 คน


กลับขึ้นด้านบน