ห่วง! นศ.ปี 1 "เปราะบาง" เครียด-ซึมเศร้า มธ.เปิดศูนย์รับมือ

ห่วง! นศ.ปี 1 "เปราะบาง" เครียด-ซึมเศร้า มธ.เปิดศูนย์รับมือ

ห่วง! นศ.ปี 1 "เปราะบาง" เครียด-ซึมเศร้า มธ.เปิดศูนย์รับมือ

รูปข่าว : ห่วง! นศ.ปี 1 "เปราะบาง" เครียด-ซึมเศร้า มธ.เปิดศูนย์รับมือ

มธ.เปิด “ศูนย์ Viva City” ช่องทางช่วยรับฟังปัญหานักศึกษา เพื่อผ่อนคลายความเครียด หลังพบสถิติมีเด็กที่เครียดในระดับมากถึงระดับรุนแรงเกือบ 1 ใน 3 ของเด็กทั้งหมดถึง 4 ครั้งใน 1 ปี คือ ช่วงสอบมิดเทอมและสอบไฟนอล

วันนี้ (24 พ.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอธิชาติ โรจนะหัสดิน อาจารย์สาขาจิตวิทยาคลินิก คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ใน 1 ปี นักศึกษาจะเครียดจัด 4 ครั้ง ได้แก่ ช่วงสอบมิดเทอม 2 ครั้ง และช่วงสอบไฟนอลอีก 2 ครั้ง ซึ่งจากผลสำรวจภาวะความเครียด-ซึมเศร้าในเด็กมหาวิทยาลัย พบว่า ในช่วงเหล่านี้มีเด็กที่เครียดในระดับมากถึงระดับรุนแรงเกือบ 1 ใน 3 ของเด็กทั้งหมด ในสถานการณ์นี้ผู้ปกครองจำเป็นต้องเข้าใจและช่วยกันเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่ไปเพิ่มแรงกดดันจนเด็กรับไม่ไหว

เมื่อพูดถึงความเครียด แน่นอนว่าย่อมเกิดขึ้นกับเด็กทุกคน แต่หากพูดถึงความเปราะบาง จะพบว่าจำกัดอยู่ในกลุ่มของนักศึกษาชั้นปีที่ 1


นายอธิชาติ  ระบุว่า เป็นเรื่องยากสำหรับนักศึกษาปี 1 ที่จะต้องปรับตัวในหลายๆ เรื่องพร้อมกัน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเด็กไทยมีภาวะพึ่งพิงสูง เมื่อต้องจากบ้านออกมาจะเกิดความเครียดความกังวล บางคนเหงามาก กว่าจะมีเพื่อนที่กินข้าวด้วยได้ก็เข้าสู่ภาคเรียนที่สองไปแล้ว หรือในกลุ่มเด็กที่ต้องมาอยู่ในหอพัก ตรงนี้จะเกี่ยวข้องกับปัญหาเงินทอง กิจกรรมระหว่างรุ่นพี่-รุ่นน้อง ระบบโซตัส ฯลฯ หรือแม้แต่ในกลุ่มเด็กเก่งเอง เป็นช้างเผือกจากต่างจังหวัด เคยเป็นที่หนึ่งของหมู่บ้าน เป็นเด็กเก่งประจำโรงเรียน-ประจำตำบล แต่พอต้องมาเจอกับหัวกะทิในกรุงเทพฯ ก็ทำให้หลายคนไปไม่เป็นเหมือนกัน ดังนั้นเด็กปี 1 จึงมีความเครียดและภาวะซึมเศร้าสูงกว่าอีก 3 ชั้นปีอย่างมีนัยสำคัญอาจารย์

จากสภาพความเป็นจริงข้างต้น มีความเป็นไปได้ที่นักศึกษาจะบอบช้ำและร่วงหล่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงได้จัดตั้ง ศูนย์ชีวิตชีวา (Viva City) ขึ้นในโซนหอพักนักศึกษา ณ ศูนย์รังสิต ทำหน้าที่คล้ายกับคลินิกให้คำปรึกษาทางด้านจิตใจ เปิดบริการตั้งแต่ เวลา 08.30 - 22.00 น.

ภาพ : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ภาพ : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


สำหรับศูนย์ Viva City ยังอยู่ในช่วงโครงการนำร่อง แต่ก็ได้เปิดให้บริการแล้วใน 2 ส่วนใหญ่ ๆ ประกอบด้วย 1.คลินิกให้คำปรึกษา ซึ่งจะบุคลากรผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ Student Advisor ซึ่งผ่านการคัดเลือกและฝึกอบรมให้เป็นผู้ให้คำปรึกษาเบื้องต้น ทำงานร่วมกับนักจิตวิทยา-จิตแพทย์ จากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ 2. Call Center ที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านเลขหมาย 02-028-2222

ศักยภาพของ Viva City ในช่วงแรกยังไม่ถึงขั้นรักษา ในเคสที่รุนแรงฉุกเฉินก็จะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ฉะนั้นหน้าที่ของเราจริงๆ ก็คือการเข้าถึงเคสให้เร็ว จากนั้นก็ช่วยแปะพลาสเตอร์ คือ ทำให้นักศึกษา cool down ลงมาก่อน

อย่างไรก็ดี แม้ว่าศูนย์ Viva City จะเพิ่งเปิดได้ไม่ถึง2 เดือน แต่จากข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 - 31 ต.ค.ผ่านมา พบว่ามีนักศึกษาเข้ามาใช้บริการแล้วถึง 155 ครั้ง โดยพบปัญหาความเครียดเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือการเรียน ความวิตกกังวล และการปรับตัว

แม้ว่าอาจยังเร็วไปที่จะชี้ว่าการตั้งศูนย์ประสบผลสำเร็จ แต่จากอัตราการฆ่าตัวตายของนักศึกษาที่เคยมีราว 2 - 3 คนต่อปี ปัจจุบันสถิติยังคงอยู่ที่ 0 คน และภายในเดือนเดียวศูนย์ Viva City สามารถช่วยเคสที่มีแนวโน้มฆ่าตัวตายไปได้ถึง 4 เคส นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี

นายอธิชาติ บอกว่า จุดแข็งของศูนย์ให้คำปรึกษาในมหาวิทยาลัย คือ ความเข้าใจสภาพปัญหาและบริบทของนักศึกษา มากไปกว่านั้นก็คือเรารู้ว่านักศึกษาอยู่ที่ไหนจึงเข้าถึงได้อย่างทันท่วงที มีการจัดรถและหน่วยเคลื่อนที่เร็วครอบคลุมการดูแลทั้งหอในและหอนอก เนื่องจากนักศึกษาจะมีอาการขึ้นๆ ลงๆ ในช่วงใกล้สอบ แต่โรงพยาบาลซึ่งต้องบริการทั้งนักศึกษาและประชาชนทั่วไปจะมีคิวแน่นเป็นคอขวด อาจไม่สามารถรองรับความต้องการได้


ศูนย์ Viva City มีจิตแพทย์ Part time มาช่วยรองรับความต้องการของนักศึกษาที่ล้นจากโรงพยาบาลในช่วงใกล้สอบได้ หรือในกรณีที่นักศึกษาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจนอาการดีขึ้นแล้ว แพทย์อนุญาตให้กลับบ้าน แต่นักศึกษาเลือกจะกลับมาอยู่หอพัก ศูนย์ Viva City ก็จะเข้ามาช่วยติดตามอาการอย่างใกล้ชิด โดยหลังจากเปิดศูนย์ Viva City อย่างเป็นทางการช่วงปลายเดือน พ.ย.นี้ ก็จะเริ่มประชาสัมพันธ์ให้เข้มข้น เพิ่มบุคลากร พัฒนาระบบ Call Center ให้ใช้ได้ทั้ง 4 วิทยาเขต และในอนาคตอันใกล้ จะมีการจับมือกับบริษัท Ooca เพื่อขยายบริการให้คำปรึกษาผ่านวิดีโอคอลด้วย

 

กลับขึ้นด้านบน