ระบุ "ปารีณา" รุกที่ป่า 46 ไร่ เตรียมแจ้งเอาผิดที่ดินฟาร์มไก่

ระบุ "ปารีณา" รุกที่ป่า 46 ไร่ เตรียมแจ้งเอาผิดที่ดินฟาร์มไก่

ระบุ "ปารีณา" รุกที่ป่า 46 ไร่ เตรียมแจ้งเอาผิดที่ดินฟาร์มไก่

รูปข่าว : ระบุ "ปารีณา" รุกที่ป่า 46 ไร่ เตรียมแจ้งเอาผิดที่ดินฟาร์มไก่

คณะทำงานตรวจสอบที่ดินเขาสนฟาร์ม ลงพื้นที่ตรวจสอบหลังขอหมายยค้นศาลจังหวัดราชบุรี พบ ที่ดินอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี จำนวนประมาณ 30 ไร่ และอยู่ในเขตป่าไม้ ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 จำนวนประมาณ 16 ไร่

วันนี้ (24 พ.ย.2562) เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ และ ส.ป.ก. ซึ่งเป็นคณะทำงานตรวจสอบที่ดินเขาสนฟาร์ม ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ พื้นที่ 1,700 ไร่ อ.จอมทอง จ.ราชบุรี นำหมายศาลเตรียมยื่นเข้าตรวจสอบพื้นที่ทั้งหมด แต่ปรากฎว่า ในพื้นที่เขาสนฟาร์มไม่มีเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลใดที่จะรับหมายศาลจากเจ้าหน้าที่ นำชี้แนวเขตได้ คณะทำงานจึงได้มอบหมายให้ผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน และกำนัน เป็นผู้รับมอบหมายศาล นำเข้าชี้แนวเขตในจุดต่างๆทั้งพื้นที่ของกรมป่าไม้ และ ส.ป.ก.


หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ใช้เครื่องตรวจพิกัดดาวเทียมรังวัดแนวเขตโดยรอบ และบริเวณพื้นที่ฟาร์มไก่ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนนำมาเทียบกับแผนที่แนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ส่วนคณะทำงาน ส.ป.ก. ก็ได้ตรวจสอบพื้นที่ที่คาดว่าอยู่ในแนวเขต ส.ป.ก. โดยจะนำข้อมูลเทียบเคียงกับแนวแผนที่ที่ใช้ในกระบวนการตรวจสอบ ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกันตามที่คณะทำงานได้หารือกันไว้ ซึ่งจะได้ความชัดเจน แม่นยำ

จากการตรวจสอบรายการแสดงบัญชีแสดงทรัพย์สินที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ยื่นแสดงต่อ ป.ป.ช.และบัญชีแสดงการจดทะเบียนครอบครองฟาร์มไก่เนื้อ จากกรมปศุสัตว์ พบว่า น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ เป็นผู้ครอบครองฟาร์มไก่ "เขาสน 1 และเขาสน 2" ตั้งอยู่ ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เป็นพิกัดเดียวกับพื้นที่เป้าหมายที่คณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบแต่ตรวจสอบไม่พบเอกสาร ที่ทางราชการออกให้เพื่อเข้าทำประโยชน์ในเขตพื้นที่ป่าไม้ตามระเบียบและกฎหมาย

ทั้งนี้ คณะทำงานร่วมกันหารือและเตรียมแจ้งความดำเนินคดีต่อ น.ส.ปารีณา เนื่องจากพบพื้นที่ฟาร์มเขาสนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี จำนวนประมาณ 30 ไร่ และอยู่ในเขตป่าไม้ ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 จำนวนประมาณ 16 ไร่  ซึ่งเป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 ห้ามมิให้ผู้ใด แผ้วถางหรือเผาป่า หรือกระทำการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น

นอกจากนี้ยังมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ห้ามมิให้บุคคลใด ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้เก็บหาของป่าหรือกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยในส่วนนี้คณะเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษกับผู้ยึดถือครอบครองต่อไป

 

สำหรับพื้นที่ซ้อนทับในเขตปฎิรูปที่ดิน ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้2484 และซ้อนทับเขตป่าสงวนแห่งชาติ ทางกรมป่าไม้ จะรอข้อมูลรูปแปลงจากการตรวจสอบของสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรี เพื่อนำส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางเพื่ออ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศ ว่ามีการยึดถือครอบครองที่ดินมาก่อนที่จะมีการประกาศให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดินหรือไม่ โดยหากพบว่ามีการครอบครองมาก่อนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ก็จะเป็นความรับผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 คณะทำงานก็จะดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายต่อไป 

 

กลับขึ้นด้านบน