ค่านิยมผิด ส่งผลให้เยาวชนใน จ.ลำพูน ติดเชื้อ HIV มากขึ้น

ค่านิยมผิด ส่งผลให้เยาวชนใน จ.ลำพูน ติดเชื้อ HIV มากขึ้น

ค่านิยมผิด ส่งผลให้เยาวชนใน จ.ลำพูน ติดเชื้อ HIV มากขึ้น

รูปข่าว : ค่านิยมผิด ส่งผลให้เยาวชนใน จ.ลำพูน ติดเชื้อ HIV มากขึ้น

จ.ลำพูน ประสบปัญหาโรคเอดส์ไม่ต่างจากเมืองใหญ่ ล่าสุด ภาคเอกชนยังทำงานเชิงรุกให้กลุ่มชายรักชาย และกลุ่มเสี่ยงเข้ามารับการตรวจ ขณะเดียวกัน กลับพบว่ากลุ่มเยาวชนติดเชื้อ HIV มากขึ้น เพราะเชื่อแบบผิดๆ ว่าใช้ถุงยางอนามัย เท่ากับไม่เชื่อใจกัน

วันนี้ (28 พ.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มอาสาสมัครเพื่อการพัฒนาชุมชน และการคุ้มครองสิทธิ หรือ วีแคป ใช้การไลฟ์สดการจับหมายเลขสาวงาม ราชินีแห่งความงามลำพูนผ่านทางเฟซบุ๊ก เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดประกวดสาวประเภทสองที่จะมีขึ้นในงานสักการะพระนางจามเทวี และฤดูหนาวจังหวัดลำพูน ประจำปี 2562

กิจกรรมนี้ ไม่ใช่แค่การส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ แต่คณะผู้จัด ยังเตรียมใช้เป็นเวทีเผยแพร่ความรู้ในการป้องกันโรคเอดส์ เนื่องในวันเอดส์โลก 1 ธ.ค.นี้ ด้วย

วีแคป เป็นหนึ่งในองค์กรพัฒนาเอกชนที่มีบทบาทส่งเสริมการเข้าถึงระบบบริการป้องกันการติดเชื้อ HIV บ้านเล็กๆ ในหมู่บ้านเอื้ออาทร ต.เหมืองง่า อ.เมืองลำพูน เป็นศูนย์ให้คำปรึกษา และบริการเจาะเลือดตรวจเชื้อ HIV แก่ประชาชน และกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ

 

นายวุธสิทธิกร จันตรี หรือ ท๊อป ผู้จัดการ วีแคป เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา สังคมมองว่ากลุ่มเกย์ กระเทย เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อ HIV แต่จากการทำงานในพื้นที่กลับพบว่าทุกคนมีความเสี่ยงเหมือนกันหมด และน่าจะมีความเชื่อมโยงกับช่วงอายุมากกว่า โดย ปัจจุบัน กลุ่มผู้ที่มีการติดเชื้อมากขึ้น กลับเป็นกลุ่มเยาวชน ต่ำสุดมีอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น ซึ่งสะท้อนว่าสถานการณ์โรคเอดส์ไม่ได้อยู่จำกัดแค่กลุ่มคนทำงาน กลุ่มครอบครัว หรือกลุ่มคนที่รักเที่ยวแล้ว แต่กลุ่มเด็กเยาวชนที่อยู่ในโรงเรียนก็มีความเสี่ยงเหมือนกัน ไม่ว่าเพศหญิง หรือเพศชาย

ผู้จัดการ วีแคป บอกว่า ปัจจุบัน เด็ก เยาวชน เข้าถึงสื่อออนไลน์มากขึ้น คลิปวิดีโอในเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ยูทูป นำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ไวขึ้น ประกอบกับเด็กเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็วกว่าอดีต อยากลอง อยากรู้ เปลี่ยนคู่นอนได้ง่ายขึ้น แต่กลับไม่มีภูมิคุ้มกันทางสังคม ขาดความรู้ในการป้องกันตัวเอง ทำให้กลุ่มเยาวชนติดเชื้อ HIV มากขึ้น

ขณะที่กลุ่มคนทำงานในนิคมอุตสาหกรรมลำพูน ที่ผ่านมามีสถิติลดลง เพราะคนทำงานเหล่านี้ได้รับการตรวจเลือด หลายคนเริ่มรับทราบถึงความเสี่ยง และให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพ รวมทั้งดูแลตนเองมากขึ้น

 

สำหรับสิ่งที่จะช่วยให้ปัญหาการติดเชื้อ HIV ลดลงได้ วีแคป มองว่าประชาชนทุกคนต้องรักตัวเองให้มากขึ้น ง่ายๆ คือหันมาตรวจสุขภาพให้ครอบคลุมถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งภาครัฐให้สิทธิ์ในการตรวจปีละ 2 ครั้ง

นพ.วิทยา พลสีลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน กล่าวว่า สถานการณ์การติดเชื้อ HIV ที่ จ.ลำพูน ถือว่าอยู่ในเกณท์ดี โดยข้อมูลจากการบริจาคโลหิตประชาชนทั่วไป พบผู้ติดเชื้อ HIV เพียงร้อยละ 0.3 และที่น่าพอใจ คือหญิงตั้งครรถ์ที่มาฝากครรถ์ และได้รับการตรวจเลือด พบว่าทุกรายไม่ติดเชื้อ HIV

แต่กลุ่มที่น่าเป็นห่วง คือกลุ่มวัยรุ่น และวัยทำงาน เพราะมีความเชื่อผิดๆ โดยเฉพาะวัยรุ่นที่ไม่นิยมใช้ถุงยางอนามัย เพราะถูกมองว่าเป็นการไม่ไว้เนื้อเชื้อใจ ซึ่งต้องมีการปรับแก้ทัศนคติ ให้ความสำคัญการป้องกันโรค โดยเฉพาะการใช้ถุงยางกับคนรัก ไม่ใช่เป็นการแสดงออกว่าไม่ไว้วางใจ แต่เป็นการป้องกันโรคที่สำคัญ ไม่เฉพาะโรค HIV แต่ยังรวมถึง โรคทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ที่มีผลในระยะยาวได้

การเฝ้าระวังพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อ HIV ในกลุ่มนักเรียน ปี 2557-2560 พบผู้เคยมีเพศสัมพันธ์ในกลุ่มนักเรียนชาย ระหว่างร้อยละ 20 ถึงร้อยละ 2 ในกลุ่มนักเรียนหญิง ระหว่างร้อยละ 12 ถึงร้อยละ 15 โดยอัตราการใช้ถุงยางอนามัยในกลุ่มนักเรียนหญิงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ในนักเรียนชาย ยังอยู่ระหว่างร้อยละ 80 ถึงร้อยละ 88 ปัจจุบัน จ.ลำพูน มีผู้ติดเชื้อ HIV และผู้ป่วยโรคเอดส์อยู่ในระบบการดูแลรักษารวม 2,605 คน เป็นผู้ป่วยรายใหม่ในปีนี้ 114 คน

ขณะที่ข้อมูลของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ ระบุว่า 8 จังหวัดภาคเหนือ มีผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีชีวิตอยู่ 55,086 คน เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,283 คน ส่วนสถิติทั้งประเทศ มีผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีชีวิตประมาณ 460,000 คน ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในปีนี้ 5,500 คน หรือเฉลี่ยวันละ 15 คน

 

กลับขึ้นด้านบน