จองตั๋วเครื่องบินอย่างไร ถึงจะได้ราคาถูกและคุ้มค่าที่สุด ?

จองตั๋วเครื่องบินอย่างไร ถึงจะได้ราคาถูกและคุ้มค่าที่สุด ?

จองตั๋วเครื่องบินอย่างไร ถึงจะได้ราคาถูกและคุ้มค่าที่สุด ?

ใกล้ถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ หลายท่านอาจกำลังมองหาตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวหรือกลับภูมิลำเนา แต่เมื่อเปิดไปแล้วก็อาจตกใจกับราคาที่แพงกว่าช่วงปกติหลายเท่าตัว โดยเฉพาะสายการบินต้นทุนต่ำ ที่ราคามักจะไม่ต่ำอีกต่อไป

รูปข่าว : จองตั๋วเครื่องบินอย่างไร ถึงจะได้ราคาถูกและคุ้มค่าที่สุด ?

ปัญหานี้อาจหมดไป หากคุณวางแผนการจองตั๋วด้วยความเข้าใจหลักการกำหนดราคาตั๋วของสายการบินและวางแผนการจองอย่างเข้าใจระบบกำหนดราคาตั๋ว

รู้จักหลักการกำหนดราคาตั๋วเบื้องต้น

ปัจจุบันราคาตั๋วเครื่องบิน โดยเฉพาะสายการบินต้นทุนต่ำถูกประมวลผลด้วยอัลกอริทึมหรือระบบการประมวลผลที่ซับซ้อน พิจารณาทั้งจากปัจจัยต้นทุนไปจนถึงภาวะการแข่งขันในเส้นทางนั้นๆ แต่ปัจจัยหลักในการกำหนดราคา ยังคงแปรผันตามตามความต้องการในการโดยสาร หรือ “ดีมานด์”ในเที่ยวบินนั้นๆ ซึ่งนั่นคือเหตุผลหลัก ว่าทำไมตั๋วเครื่องบินจึงมักมีราคาสูงในช่วงที่มีการเดินทางหนาแน่น เช่นวันหยุดยาว หรือช่วงที่มีเทศกาลสำคัญๆ

รู้ได้อย่างไรว่าควรจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้ากี่วัน ?

มีงานวิจัยจาก Cheapair.com ที่พบว่าตั๋วเครื่องบินจะเปลี่ยนแปลงก่อนถึงวันเดินทางมากถึง 61 ครั้ง ! ดังนั้นในระหว่างที่คุณกำลังลังเลใจว่าจะจองหรือยังไม่จองดี ราคาอาจเปลี่ยนไปแล้วก็ได้ และแน่นอน ว่าราคาที่เปลี่ยนนั้นอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลดได้เสมอ

กลับมาที่คำถามเดิม จะรู้ได้อย่างไรว่าเราควรจะจองตั๋วช่วงไหนดี.....?

งานวิจัยจาก Cheapair.com ยังได้ทดลองเก็บสถิติราคาตั๋วเครื่องบินย้อนหลัง เกือบ 1 ปี เพื่อดูลักษณะการเปลี่ยนแปลงของราคาตั๋วเครื่องบินกว่า 917 ล้านรูปแบบ จากแหล่งจำหน่ายกว่า 8,000 แห่ง โดยได้สรุปเป็นกราฟที่เห็นช่วงการขึ้น-ลงของราคาตั๋วเครื่องบินในเส้นทางที่ทำการวิจัยเส้นทางหนึ่ง

จากข้อมูล ทำให้สามารถแบ่งช่วงราคาตั๋วเครื่องบินในเส้นทางตัวอย่างที่ทำการศึกษาได้ถึง 6 ช่วง ดังนี้

1. “First Dips” (10 เดือน-6 เดือนครึ่งก่อนวันเดินทาง)

ราคาตั๋วเครื่องบินในช่วงนี้จะแพงกว่าตั๋วในช่วงราคาต่ำสุดประมาณ 50 ดอลลาร์สหรัฐ(1,550 บาท) และจะมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยต่อเนื่อง

2. “Peace of Mind” (6 เดือนครึ่ง-4 เดือนก่อนวันเดินทาง)

เป็นช่วงที่หลายคนมักตัดสินใจจองตั๋ว เนื่องจากเกิดความกังวลว่าราคาจะเริ่มปรับตัวสูงขึ้น โดยยังอาจมีความกังวลเรื่องการจองที่พัก หรือทัวร์อื่นๆ ซึ่งการจองในช่วงนี้ก็ยังไม่ใช่ช่วงที่ตั๋วมีราคาถูกที่สุด

3. “Prime Booking Window” (4 เดือน-3 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง)

เป็นช่วงที่ราคาตั๋วเครื่องบินถูกที่สุด โดยราคาอาจต่ำกว่าช่วงที่สูงที่สุดเท่าตัว ช่วงเวลาทองคือ 120 วันก่อนเดินทาง ราคาจะลงมาเรื่อยๆจนถึงประมาณ 80-70 วันก่อนเดินทาง จากนั้นจะค่อยๆปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยไปจนถึงช่วงก่อน 3 สัปดาห์ก่อนเดินทาง

4. “Push your luck” (3-2 สัปดาห์ก่อนเดินทาง)

เป็นช่วงที่ราคาตั๋วจะเริ่มปรับขึ้นอีกครั้ง แต่คุณอาจจะดวงดีถ้าหากเส้นทางที่กำลังจะจองมีความต้องการเดินทางไม่มากนัก สายการบินหรือเว็บไซต์รับจองตั๋วเครื่องบิน ก็อาจยังคงราคาตั๋วไว้ เพื่อทำยอดและจำนวนผู้โดยสาร

5. “Playing with Fire” (2-1 สัปดาห์ก่อนเดินทาง)

คงไม่ต้องแปลความอะไรมากนักกับวลีที่ว่า “เล่นกับไฟ” ช่วงนี้ราคาตั๋วเครื่องบินจะเริ่มสูงขึ้นกว่า 30% หรือมากกว่านั้น หากมีความต้องการในการเดินทางสูงขึ้น

โดยในเส้นทางที่ได้สำรวจพบว่า ราคาปรับขึ้นกว่า 135 ดอลลาร์สหรัฐ(4,185 บาท) มาอยู่ที่ 400 ดอลลาร์สหรัฐ(12,400 บาท)จากสองสัปดาห์ก่อนที่ราคาตั๋วอยู่ 320 ดอลลาร์สหรัฐ(9,920บาท)เท่านั้น

6. “Hail Mary” (6 วัน-วันเดินทาง)

“ทำอะไรไม่ได้แล้วนอกจาก....สวดมนต์!” อาจเป็นการเรียกชื่อช่วงเวลาในการจองตั๋วเครื่องบินเวลานี้ได้ดีที่สุด ราคาของตั๋วจะปรับขึ้นไปอยู่ในเพดานสูงสุด หรือกว่า 18,600 บาท จากเมื่อสัปดาห์ก่อนที่ 12,400 บาท ส่วนใหญ่การจองที่เกิดขึ้นในระยะเวลานี้ คือกลุ่มผู้ที่ต้องเดินทางเร่งด่วน มีธุระสำคัญ ที่วางแผนล่วงหน้าไม่ได้ หรือกลุ่มนักธุรกิจ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวคงเป็นช่วงที่ไม่เหมาะอย่างยิ่ง เพราะนอกจากคุณจะได้ตั๋วเครื่องบินที่มีราคาแพงแล้ว ยังอาจพบกับความเสี่ยงหากเที่ยวบินในเวลาที่ต้องการเดินทางเต็ม

เว็บไซต์รับจองตั๋วเครื่องบินรายใหญ่เผยผลสำรวจที่สองคล้องกัน

จากการสำรวจเมื่อต้นปี 2562ที่ผ่านมา ของ Skyscanner หนึ่งในเว็บไซต์ค้นหาตั๋วเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ยังพบข้อมูลที่สอดคล้องกับอีกหลายแหล่งว่า การจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าประมาณ 4 เดือนสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ มักจะได้ราคาถูกที่สุด ส่วนเที่ยวบินภายในประเทศ ราคาถูกสุดจะอยู่ที่ 30 วันก่อนเดินทาง

วันที่จองตั๋วก็มีผลต่อราคาตั๋วเครื่องบินเช่นกัน

ใครจะเชื่อว่า “ฤกษ์” จองตั๋วเครื่องบินก็มีกับเค้าเหมือนกัน แต่ฤกษ์ที่ว่านี้มิได้อิงกับหลักโหราศาสตร์แต่อย่างใด หากแต่อ้างอิงตามหลักการตลาดของสายการบินเท่านั้น

Farecompare สำรวจพบว่าการจองตั๋วเครื่องบินวันอังคารตอน 15.00น. มักจะมีราคาถูกกว่าวันอื่นๆ ซึ่งนั่นมาจากการตลาดของสายการบินที่มักออกโปรโมชั่นในช่วงเย็นวันจันทร์เพื่อกระตุ้นยอดขาย พอถึงเช้าวันอังคาร เมื่อสายการบินอื่นๆเห็นคู่แข่งออกโปรโมชั่น ก็จะหาวิธีดึงดูดให้ลูกค้าหันมาซื้อกับสายการบินตัวเอง

ตื่นแต่เช้าเพื่อจองตั๋วอาจได้ราคาถูกกว่า

ช่วงเวลาต่างๆในหนึ่งวัน ก็มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาเที่ยวบินเช่นกัน โดย Skyscanner พบว่าเที่ยวบินหนึ่งๆ มักมีราคาถูกสุดในช่วง 6.00น. และจะค่อยๆปรับขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญหลัง 17.00น. เป็นต้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่มีผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก


กราฟด้านบนแสดงให้เห็นถึงราคาตั๋วเครื่องบินที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงเวลาของวันตั้งแต่ 6.00น.ถึง 1.00น.ของอีกวัน ซึ่งกราฟราคานี้ สอดคล้องกับข้อมูลของนักเดินทางรายหนึ่งที่ให้ข้อมูลว่า

เรามักพบราคาตั๋วเครื่องบินถูกในช่วงเช้ามากกกว่าในช่วงบ่ายๆ

เข้าไปค้นหาตั๋วเครื่องบินบ่อยๆ อาจได้ราคาตั๋วแพงขึ้น ?

แม้เรื่องนี้อาจยังไม่มีผลสำรวจที่ไปในทิศทางเดียวกันหรือยืนยันที่ชัดเจน แต่ก็มีหลายงานศึกษาที่พบว่า เว็บไซต์ของสายการบินบางแห่งมีการเก็บข้อมูลการค้นหาเที่ยวบินของเราผ่าน Cookies ใน Browser เล่นอินเตอร์เน็ต

สำหรับ Cookies คือ ข้อมูลขนาดเล็ก เช่น ข้อมูลการเข้าถึงเว็บไซต์ หรือข้อมูลส่วนตัวของเราที่ได้มีการลงทะเบียนกับเว็บไซต์ ข้อดีคือจะทำให้เราสามารถเข้าถึงเว็บได้ทันที และจดจำการใช้งานของเรา แต่สายการบินก้อาจนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ในทางการตลาด เช่นเมื่อพบว่ามีความพยายามค้นหาเที่ยวบินในเส้นทางเดิมๆหลายครั้ง อาจปรับราคาเพิ่มเล้กน้อยเพื่อกระตุ้นให้จองก่อนราคาจะปรับสูงขึ้นไปอีก

จากการศึกษาโดย ConsumerReports.org มูลนิธิเพื่อคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในสหรัฐฯ เมื่อปี 2559 ในการทดลองค้นหาเที่ยวบินในเส้นทางหนึ่งจำนวน 372 ครั้ง โดยทำการค้นหาผ่านเว็บบราวเซอร์ที่แตกต่างกันพร้อมๆกัน

ปรากฎว่ามีผลการค้นหา 42 ครั้งที่ราคาตั๋วเครื่องบินเปลี่ยนแปลง บางครั้งพบว่าเปลี่ยนแปลงถึง 138 ดอลลาร์สหรัฐ(4,278 บาท)

นอกจากนี้ยังพบว่า ราคาตั๋วเครื่องบิน 17 การค้นหา ปรับลดลงเมื่อค้นหาจากเว็บบราวเซอร์ที่ปิดการใช้งาน Cookies เอาไว้

สรุป

แม้อาจไม่มีสูตรที่ตายตัวว่า ต้องจองตั๋วเครื่องบินวันไหนจึงจะได้ราคาถูกที่สุด แต่จากข้อมูลที่ผ่านการศึกษาและสำรวจที่ได้รวบรวม ก็พอทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้นว่า

ควรจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้า 120-21 วันก่อนการเดินทาง โดยเปรียบเทียบราคาจากหลายแหล่งทั้งสายการบินและตัวแทนจำหน่าย เป็นไปได้ควรเลือกทำรายการจองตั๋วในวันอังคาร และหาก

เป็นช่วงเช้าตั้งแต่ 06.00 -15.00น.จะมีโอกาสได้ราคาถูกกว่าจองช่วงหลังเลิกงาน และควรใช้หลายเว็บบราวเวอร์ในการค้นหา ปิดการใช้งาน Cookies ในการเปรียบเทียบราคาตั๋วหลายครั้ง

นอกจากนี้ ถ้าเป็นการท่องเที่ยวสุดสัปดาห์ควรเลือกกลับเที่ยวบินช่วงดึกวันเสาร์แทนวันอาทิตย์ เพราะมักจะได้ราคาถูกลง 30-40 %

อ้างอิงข้อมูล :
Skyscanner.com Cheapair.com Farecompare.com consumerreports.org

เรียบเรียงโดย :เฌอศานต์ ศรีสัจจัง

กลับขึ้นด้านบน