หลายภาคส่วนร่วมหารือแก้ปัญหาฝุ่นควัน จ.เชียงใหม่

หลายภาคส่วนร่วมหารือแก้ปัญหาฝุ่นควัน จ.เชียงใหม่

หลายภาคส่วนร่วมหารือแก้ปัญหาฝุ่นควัน จ.เชียงใหม่

รูปข่าว : หลายภาคส่วนร่วมหารือแก้ปัญหาฝุ่นควัน จ.เชียงใหม่

จ.เชียงใหม่จัดเวทีสาธารณะ "ต่อลมหายใจเชียงใหม่" อีกครั้ง เพื่อเตรียมความพร้อมเมือง-ชนบท รับมือแก้ปัญหาฝุ่นควัน ซึ่งคาดว่าอาจเผชิญปัญหาเหมือนปีที่ผ่านมา โดยมีตัวแทนจากหลายภาคส่วนร่วมเสวนา

วันนี้(4ธ.ค.2562)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนา นวลปลอด ตัวแทน ปภ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่าภาพรวมปีนี้จากการคาดหมาย กรมอุตุฯ คาดว่าสภาพอากาศจะคล้ายปีที่ผ่านมาในช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค. คาดว่าความกดอากาศจะยังคงแรง หากเกิดการเผาประกอบกับเชียงใหม่ เป็นแอ่งกระทะ อาจเผชิญปัญหาฝุ่นควันเหมือนปีที่ผ่านมา

 

 

จ.เชียงใหม่ การเตรียมรับมือปีนี้ เริ่มจากการใช้ศาสตร์พระราชา เช่นการทำป่าเปียก สร้างฝาย เริ่มตั้งแต่ พ.ค.-พ.ย.และประชาสัมพันธ์ต่อเนื่องผลกระทบที่เกิดขึ้นสร้างจิตสำนึกประชาชนโดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงที่มีการเผา

ส่วนยุทธศาตร์เตรียมการยังใช้ยุทธศาสตร์เหมือนเดิมปีที่ผ่านมา แต่เพิ่มความเข้มข้น 4 พื้นที่ คือพื้นที่เกษตร ชุมชนเมือง พื้นที่ริมทาง และพื้นที่ป่าไม้ โดยมีผู้รับผิดชอบชัดเจน ใช้ดาวเทียมตรวจจับความร้อน หากพบต้องเร่งแก้ไขในส่วนที่รับผิดชอบเข้าไปดำเนินการได้ทันที

ยุทธศาตร์จัดการ ยึดผู้บัญชาการเหตุการณ์ใช้ระบบ single command ผู้ว่าราชการจังหวัด จะเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ แต่ก่อนจะถึงผู้ว่าฯ ต้องอยู่ในการดูแลขององค์การปกครองท้องถิ่น และนายอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน กำนันก่อน เพราะนโยบายให้ส่วนท้องถิ่นดำเนินการกันเองก่อนเพราะมีงบประมาณ และใกล้ชิดกับประชาชน

 

 

ขณะที่ปีนี้ยังมีภาคประชาชนเข้าร่วม เช่น สภาลมหายใจ ถือว่าเป็นการบูรณาการแก้ปัญหาร่วมกัน ซึ่งมีการตั้งศูนย์แก้ไขปัญหาฝุ่นควันตั้งแต่เดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ด้านการบังคับใช้กฎหมายจะเข้มข้นขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงห้ามเผา ซึ่งปีนี้จะซ้อมใหญ่ เเก้ปัญหาฝุ่นควัน โดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในช่วงประมาณเดือน ม.ค.หรือ ก.พ.


ด้านนายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ระบุว่า เตรียมรับมือปัญหาฝุ่นควันในเมืองเน้นย้ำ มี 3 ประเด็น โดยประเด็นแรก คือ เรื่องสุขภาพ เตรียมพื้นที่ตั้งพื้นที่ปลอดภัย หรือ เซฟตี้โซน 14 จุด ในเทศบาลนครเชียงใหม่ และให้ความรู้เรื่องฝุ่นละออง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น ศูนย์เด็กเล็ก ผู้ป่วยติดเตียง ฯลฯ

 

 

ประเด็นที่ 2 ลดปัจจัยฝุ่นควัน คือลดแหล่งกำเนิด เช่น การก่อสร้างตึกต้องมีอุปกรณ์ป้องกัน ผ้าคลุม เตรียมส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ ส่วนปัญหาการเผาเทศบาลนครเชียงใหม่ ได้นัดหมายการเก็บขยะ เช่น ใบไม้ จะนัดเก็บทุกวันศุกร์ เพื่อนำไปทำปุ๋ยหมัก ส่วนรถยนต์ในเมืองเน้นมาตรการตรวจควันดำ และเน้นให้ประชาชนใช้บริการขนส่งสาธารณะแทนการใช้รถส่วนตัว

ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาว ประเด็นที่ 3 เทศบาลนครเชียงใหม่ เตรียมหารือตึกสูงในเทศบาลนครเชียงใหม่ เพิ่มฉีดละอองน้ำตามตึก เมื่อปีที่ผ่านมาได้ขอความมือได้ประมาณ 40 ตึก เตรียมขยายเพิ่มเติม ขณะเดียวกันเตรียมเพิ่มพื้นที่สีเขียว เช่น สวนสาธารณะให้มากขึ้น


ดร.สมพร จันทระ คณะทำงานแก้ปัญหาหมอกควันมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่า มหาวิทยาลัยรวบรวมนักวิจัยสาขาต่างๆ มารวมอยู่ในหน่วยงานเดียวกัน เพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหา โดยตั้งคณะทำงานเมื่อเดือน มิ.ย.15 คน เช่น เครื่องตรวจวัดข้อมูลคุณภาพอากาศ เตรียมติดตั้งเพิ่มให้ครอบคลุมพื้นที่ให้มากที่สุด เพื่อให้แต่ละพื้นที่เตรียมป้องกันรับมือดูแลสุขภาพ และจัดทำเว็บไซต์ให้เห็นภาพรวมปัญหาหมอกควัน

 

 

ปริศนา พรหมมา ตัวแทนจากสภาลมหายใจเชียงใหม่ ระบุว่า การแก้ปัญหาฝุ่นควันมีปัญหามาตั้งแต่ปี 2550 แต่แก้ปัญหาไม่ได้ สภาลมหายใจ จึงรวมตัวจากกลุ่มคนที่จะมาแก้ปัญหานี้ มีการหารือแนวทางการทำงานภาคเมือง ภาคชนบท และส่วนราชการ มีการจัดการพื้นที่ 2 ส่วน ภาคเมือง เพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อให้ปัญหาสิ่งแวดล้อมดีขึ้น แก้ปัญหาระยะยาว และเตรียมจัดมหกรรมพลังเชียงใหม่ ลมหายใจ เดียวกัน จัดวันที่ 15 ธ.ค.เพื่อประกาศเจตนารมณ์แก้ปัญหาฝุ่นควัน ส่วนชนบท มี 32 ชุมชน จัดการฝุ่นควันประสบความสำเร็จ เครือข่ายฯ เตรียมลงพื้นที่ฟังสถานการณ์ ต้นทุนการจัดการ และสนับสนุน เตรียมขยายไปยังชุมชนอื่นๆ ส่วนการจัดการเชื้อเพลิงโดยวิธีการชิงเผาเตรียมการทำวิจัย เพื่อศึกษาเปรียบเทียบ เพื่อลดปัญหาข้อขัดแย้งในชุมชน

 

กลับขึ้นด้านบน