“ปิยบุตร” เตรียมฟ้อง กกต.อีกคดีกรณีเร่งรัดคดี อนค.กู้เงิน 191ล้าน

“ปิยบุตร” เตรียมฟ้อง กกต.อีกคดีกรณีเร่งรัดคดี อนค.กู้เงิน 191ล้าน

“ปิยบุตร” เตรียมฟ้อง กกต.อีกคดีกรณีเร่งรัดคดี อนค.กู้เงิน 191ล้าน

รูปข่าว : “ปิยบุตร” เตรียมฟ้อง กกต.อีกคดีกรณีเร่งรัดคดี อนค.กู้เงิน 191ล้าน

เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เตรียมฟ้อง กกต.อีกคดี ทั้งแพ่งและอาญา กรณีเร่งรัดวินิจฉัยสรุปในเรื่องพรรคอนาคตใหม่กู้เงิน 191 ล้านจากหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

 วันนี้ ( 6 ธ.ค.2562) หลังส่งเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับเงินกู้ของพรรคอนาคตใหม่ 191 ล้านบาทให้ กกต. ไม่ทันกรอบกำหนดวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมานั้น รองศาสตราจารย์ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงชี้แจงไทม์ไลน์กระบวนการสอบสวนคดีกู้ยืมเงินของพรรคอนาคตใหม่ที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค รวมถึงเหรัญญิกพรรคและเลขาธิการพรรค เข้าให้ข้อมูลต่อ กกต.แล้ว

ซึ่งเอกสารที่เกี่ยวข้องการกู้พรรคได้ยื่นส่งต่อ กกต.ไปบางส่วนแล้ว เว้นแต่เอกสารบางอย่างที่ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดทำ เนื่องจากมีจำนวนมากราว 100 แฟ้มที่รวมแล้วสูงเกือบ 3 เมตรและต้องเซ็นรับรองสำเนาทุกหน้า  แต่แม้จะขอขยายเวลาจาก กกต.แล้วแต่กกต.ไม่ขยายเวลาให้ ซึ่งเมื่อนับแล้วให้เวลาเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น

โดยยืนยันในคดีนี้ไม่มีปัญหาและพร้อมสู้คดี และเอกสารที่ยังไม่ได้จัดส่งพรรคจะนำส่งสู้คดีในชั้นศาลหากท้ายที่สุด กกต.มีมติยื่นเรื่องต่อศาล. ทั้งนี้พรรคสงวนสิทธิที่จะยื่นฟ้องแพ่งและอาญาต่อ กกต.ที่อาจมีเจตนาเร่งรีบสอบสวนคดีเกินวิสัยพรรคจ้อฟ้องดำเนินคดีกับ กกต. หากเห็นว่ากระบวนการนี้พรรคถูกกลั่นแกล้งและไม่เป็นไปโดยสุจริต ใช้อำนาจมิชอบ ก่อนจะชี้ในคดียุบพรรคนี้จะจบไม่เหมือนหนังม้วนเก่าที่เคยมีคดียุบพรรค

 


รองศาสตราจารย์ปิยบุตร ระบุว่าเอกสารที่ กกต.เรียกขอจากพรรคนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการกู้เงิน ประกอบด้วย บัญชีรายวันและแสดงรายได้หรือรายรับรายจ่าย และแสดงค่าใช่จ่ายหรือรายจ่าย , บัญชีแสดงรายรับจากการบริจาค ,บัญชีแยกประเภท และบัญชีแสดงสิทนทรัพย์และหนี้สิน ช่วงเวลาตั้งแต่ 1 มกราคม - 30 กันยายน 2562 รวมระยะเวลา 9 เดือน ทั้งนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่า กกต.พยายามทำกลวิธีที่ทำให้คดีการเมืองไปอยู่ในมือสื่อและใช้เทคนิกการสื่อสารชี้นำ โดยเฉพาะเรื่องคดีเงินกู้ให้ไปอยู่ในการนำเสนอของสื่อมวลชนโดยผ่านเอกสารข่าวของ กกต. และมีการปั่นกระแสให้ประชาชนรับทราบข่าว

เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า กรณีที่ ส.ส.ของพรรคโหวตสวนมติพรรค พรรคจะไม่ส่งลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งต่อไป ย้ำว่าตัวผู้โหวตสวนมติพรรคควรทบทวนลาออกจากสมาชิกพรรค และจะพิจารณาขับออกจากพรรคหรือไม่ และแม้สภาฯจะล้มญัตติการตั้งกรรมาธิการศึกษาผลกระทบการใช้คำสั่ง คสช.ตามมาตรา44 นั้น  ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับการจัดการมรดก คสช. เพราะพรรคฝ่ายค้านยังมีกลไกของกรรมาธิการกฎหมายฯ ที่รองศาสตราจารย์ปิยบุตรเป็นประธานอยู่ และการรณรงค์นอกสภาฯหลังจากนี้ กับประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนจาก ม.44

นอกจากนี้เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ยังย้ำว่า คำร้องที่พรรคยื่นฟ้องญามาตรา 157 กับ 7 กกต. ยังอยู่ในกระบวนการรอรับคำร้องของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ว่าศาลจะรับคำร้องไว้พิจารณาหรือไม่  ด้วยมีหลักฐานยืนยันที่ชี้ว่าในระหว่างที่ กกต.ยื่นต่อศาลพิจารณาเรื่องคดีถือหุ้นสื่อของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่นั้น ในชั้นสืบสวนไต่สวนของ กกต.ยังคงมีการไต่สวนดคีนี้อยู่ ไม่ใช่การไต่สวนคดีอื่นอย่างที่ กกต.กล่าวอ้าง โดยพรรคอ้างอิงถึงหนังสือเรียกเข้าให้ข้อมูลว่าเป็นการเรียกเกี่ยวกับคดีโอนหุ้นสื่อฯ

ทั้งนี้พรรคอนาคตใหม่พร้อมสู้ทุกคดี รวมถึงรอกระบวนการพิจารณาของคำร้องนายณฐพร โตประยูร ที่ยื่นยุบพรรคอนาคตใหม่ข้อกล่าวหาล้มล้างการปกครอง ว่าศาลจะเรียกเข้าสู่กระบวนการไต่สวนหรือไม่  หากไต่สวนพร้อมไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วยตัวเอง ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาอีกระยะหนึ่ง หากศาลไม่เรียกไต่สวนจะจะไปสู่การนัดวันวินิจฉัย

กลับขึ้นด้านบน