คดีโถม "ปารีณา" จาก "รุกป่า" ถึงครอบครอง "อาวุธสงคราม"

คดีโถม "ปารีณา" จาก "รุกป่า" ถึงครอบครอง "อาวุธสงคราม"

คดีโถม "ปารีณา" จาก "รุกป่า" ถึงครอบครอง "อาวุธสงคราม"

รูปข่าว : คดีโถม "ปารีณา" จาก "รุกป่า" ถึงครอบครอง "อาวุธสงคราม"

ประมวลคดี "ปารีณา" จากคดีรุกป่า-รุกที่ดิน ส.ป.ก. ถึงคดีครอบครองอาวุธสงคราม รวมถึงคดีหมิ่นประมาทฯ ที่พรรคอนาคตใหม่ฟ้อง หลังถูก "ปารีณา" ใช้ถ้อยคำเชื่อมโยงไปยังเหตุระเบิดป่วนกรุงเทพฯ

อัยการสั่งฟ้อง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ และนายสัชญา สถิรพงษะสุทธิ คดีพกอาวุธสงคราม โดยศาลนัดพร้อมคู่ความวันที่ 27 ม.ค.2563 โดยคดีนี้เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.2557 ระหว่างการประกาศกฎอัยการศึกษา ซึ่งตำรวจ สน.ลุมพินี ได้ควบคุมตัวนายสัชญา บริเวณปากซอยสมคิด ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

โดยมีของกลางที่ยึดได้ คือ อาวุธสงครามที่ต้องได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งผู้ต้องหาไม่รับอนุญาต ได้แก่ กล้องส่องเวลากลางคืน เสื้อเกราะกันกระสุน และหมวกเกราะกันกระสุน

อาวุธที่ได้รับอนุญาติตามกฎหมาย ได้แก่ ปืนพกออโตเมติก .38 และกระสุนปืน 31 นัด และปืนพกรีวอลเวอร์ และกระสุนปืน 8 นัด โดยนายสัชญาได้หลบหนีคดีไปแล้ว

"ทวี" แจงลูกถูกโยงอาวุธสงคราม เพราะแค้นส่วนตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 22 ธ.ค.2557 นายทวี ไกรคุปต์ ได้นำ น.ส.ปารีณา เข้ามอบตัวกับตำรวจ สน.ลุมพินี โดยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

นายทวี ชี้แจงว่า ลูกสาวไม่เกี่ยวข้องกับการครอบครองอาวุธสงคราม โดย น.ส.ปารีณา เป็นคนชี้เบาะแสให้กับตำรวจ แต่เมื่อจับกุม นายสัชยา กลับถูกซัดทอดว่าครึ่งหนึ่งเป็นของ น.ส.ปารีณา ซึ่งคาดว่าสาเหตุมาจากความแค้นส่วนตัว เพราะทั้งคู่เคยคบหากันมาก่อน และที่ผ่านมานายสัชญา เคยข่มขู่ว่าจะทำร้าย น.ส.ปารีณา ด้วย ทั้งนี้นายทวีได้วางหลักทรัพย์ 6 ล้านบาทประกันตัวเป็นที่ดิน จ.ราชบุรี

คดีข้างต้นนับเป็นคดีแรกของ น.ส.ปารีณา ที่อยู่ในการพิจารณาของศาล ขณะที่ล่าสุดคดีรุกป่าและที่ดิน ส.ป.ก.อยู่ระหว่างดำเนินคดีในชั้นต้น

กรมป่าไม้แจ้งจับคดีรุกป่า

กรมป่าไม้ได้แจ้งความ น.ส.ปารีณา คดีรุกป่า 46 ไร่ ตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา ในความผิดตามกฎหมายดังนี้

1.ความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 ฐาน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า กระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าเข้ายึดถือและครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษตามมาตรา 72 ตรี

2.ความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถางทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษตามมาตรา 31

3.ความผิดตาม ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 ฐาน เข้าไปยึดครอง ก่อสร้าง เผาป่า ทำด้วยประการใด ให้เป็นการทำลาย หรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ในที่ดินของรัฐโดยไม่มีสิทธิ์ครอบครอง หรือมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

4.การดำเนินคดีทางแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535

การพิจารณาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล ซึ่งโทษสูงสุดคือความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนฯ จำคุกสูงสุด 20 ปี และปรับสูงสุด 2 ล้านบาท

ส.ป.ก.สั่งคืนที่ดินใน 7 วัน ขู่ฟันอาญาหากขัดขวาง

ส่วนการดำเนินการของ ส.ป.ก.ได้สั่งให้ น.ส.ปารีณา คืนที่ดิน 682 ไร่ คืนภายใน 7 วัน หากไม่ยอมคืนที่ดินหรือขัดขวางเจ้าหน้าที่จะมีความผิดตาม มาตรา 23 และมาตรา 27 พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท แต่ขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินคดีทางอาญา เพราะถือว่า น.ส.ปารีณา ได้แสดงเจตนาที่จะเข้าร่วมการปฏิรูปที่ดิน แต่ขาดคุณสมบัติ

อนาคตใหม่ฟ้องหมิ่นฯ ถูกโยงระเบิดป่วนกรุงเทพฯ

นอกจากคดีข้างต้น น.ส.ปารีณา ยังมีคดีความอื่นๆ เช่น คดีหมิ่นประมาท ที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นดำเนินคดีวันที่ 5 ส.ค. 2562 กรณี น.ส.ปารีณา โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา เวลา 09.56 น. โดยเป็นข่าวปลอมที่มีเนื้อความเป็นเท็จ

พร้อมตัดต่อภาพ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ลักษณะที่ทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าพรรคอนาคตใหม่เชื่อมโยงกับเหตุความรุนแรงหลายจุดในกรุงเทพฯ เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คืนที่ดิน 682 ไร่จบ! ส.ป.ก.เอาผิด "ปารีณา" ไม่ได้

ตร.จ่อส่งสำนวน "ทวี" ฮุบที่ดินชาวบ้านให้ บก.ปทส.ทำคดี

 

กลับขึ้นด้านบน