ทนายยืนยัน "อาม่าฮวย" เซ็นเบิกจ่ายเงินได้

ทนายยืนยัน "อาม่าฮวย" เซ็นเบิกจ่ายเงินได้

ทนายยืนยัน "อาม่าฮวย" เซ็นเบิกจ่ายเงินได้

รูปข่าว : ทนายยืนยัน "อาม่าฮวย" เซ็นเบิกจ่ายเงินได้

ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก อาม่าฮวย นำหลักฐานการลงนามในเอกสารการทำธุรกรรมทางการเงิน มาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน พร้อมยืนยัน อาม่าฮวย มีความสามารถเซ็นชื่อ เบิกจ่ายเงินได้เอง หลังพบมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขให้ใช้การปั้มลายนิ้วมือ เพื่อเบิกถอนเงิน

วันนี้ (9 ธ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางฮวย ศรีวิรัตน์ หรือ อาม่าฮวย พร้อมครอบครัว และนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ ร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงหลักฐานสำคัญในคดีที่มีการฟ้องร้อง นางมาวดี ศรีวิรัตน์ บุตรสาวคนที่ 2 กรณีเปลี่ยนแปลงสิทธิ์การเบิกถอนเงินในบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต ระหว่างที่นอนป่วยรักษาตัวในโรงพยาบาล สูญเงินในบัญชีไปกว่า 250 ล้านบาท

ลูกสาว "อาม่าฮวย" แก้ไขวิธีเบิกถอนเงิน

นายอนันต์ชัย เปิดเผยว่า การที่นางมาวดีและทนายความอ้างว่าลูกสะใภ้และหลานเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด ข้อเท็จจริงมีหลักฐานชัดเจนว่านางมาวดีเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยมีเอกสารการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข การเบิกถอนเงิน โดยมีการเปลี่ยนเงื่อนไขจากการลงลายมือชื่อ เป็นการปั้มลายนิ้วมือ และมีการใช้หลักฐานเอกสารใบรับรองแพทย์ เพื่อเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการลงนามเบิกจ่ายเงินแบบผิดปกติ โดยมีหลักฐานตรงนี้ชัดเจนและประเด็นนี้ขัดแย้งกับความจริงที่ว่านางฮวยสามารถเขียนชื่อตัวเองได้ จึงไม่จำเป็นต้องใช้การปั้มลายนิ้วมือ เพื่อการเบิกถอนเงิน

พบเส้นทางโอนเงินกว่า 100 ล้านบาท

 

 

นอกจากนี้ ยังพบหลักฐานบัญชีธนาคารและการซื้อกองทุน จำนวนหลายบัญชีในชื่อของนางมาวดี โดยในจำนวนเหล่านี้พบมีเส้นทางการโอนเงินมากถึงหลัก 100 กว่าล้านบาท ซึ่งประเด็นนี้ขัดแย้งกับรายรับของนางมาวดีที่มีเงินเดือนแค่ 20,000 บาท แต่มีการเงินเข้าบัญชี และมีมูลค่ากองทุนรวม มากถึงประมาณ 300 ล้านบาท

ลูกชาย "อาม่าฮวย" รับเคยได้รับโอนเงิน

ขณะที่นายมานพ ศรีวิรัตน์ ลูกชายนางฮวย ยืนยันว่าไม่เคยทราบจำนวนเงินและจำนวนบัญชีของแม่ แต่ยอมรับว่าเคยได้รับเงิน 30 ล้านบาทจริง โดยเป็นเงินที่แม่รับรู้และโอนเงินให้ เพื่อใช้ทำธุรกิจส่วนตัว ส่วนภรรยานายมานพ ลูกสะใภ้ของนางฮวยที่ถูกพาดพิงว่าอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ปฏิเสธว่าตัวเองไม่เคยเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินมรดก หรือยุยงครอบครัวนางฮวย เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องของครอบครัวสามี

สำหรับในการแถลงข่าว วันนี้ นางฮวยยังแสดงอาการตอบรับ หรือปฏิเสธคำถามที่ว่าเป็นความประสงค์ของนางฮวยเองใช่หรือไม่ ในการฟ้องร้องนางมาวดี ซึ่งนางฮวยยกมือขึ้น แสดงว่าต้องการฟ้องร้องลูกสาวตัวเอง

 

กลับขึ้นด้านบน