สสส.ประกาศ “ปักหมุด หยุดสูบ” ผลักดันลด ละ เลิกสูบบุหรี่

สสส.ประกาศ “ปักหมุด หยุดสูบ” ผลักดันลด ละ เลิกสูบบุหรี่

สสส.ประกาศ “ปักหมุด หยุดสูบ” ผลักดันลด ละ เลิกสูบบุหรี่

รูปข่าว : สสส.ประกาศ “ปักหมุด หยุดสูบ” ผลักดันลด ละ เลิกสูบบุหรี่

หลังพบคนป่วยจากบุหรี่รักษาที่ รพ.มากกว่า 5 แสนครั้ง ค่ารักษาพุ่งกว่า 2 หมื่นล้านบาท ทำให้ สสส.ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดทำมาตรการเชิงรุก ชวนชุมชนเลิกบุหรี่

วันนี้ ( 9 ธ.ค.2562) โครงการจัดความรู้และสื่อสารการขับเคลื่อนงานตามพันธกิจชวนและช่วยเลิกบุหรี่” สสส. จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “ชวน ช่วย เลิกบุหรี่” เพื่อให้เกิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านแนวคิดและกระบวนการทำงานระหว่างภาคีเครือข่ายที่มีส่วนในการขับเคลื่อนงานชวน ช่วย เลิกบุหรี่ พร้อมประกาศเจตนารมณ์ “ปักหมุด หยุดสูบ” ร่วมสร้างสังคมปลอดบุหรี่ และสร้างการมีส่วนร่วมในการสร้างปัจจัยเอื้อต่อการลด ละ เลิกสูบบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะ

 


นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ประธานคณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ข้อมูลจากระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประกันสังคมและสวัสดิการข้าราชการปี 2560 มีผู้ป่วยนอนรักษาตัวใน รพ.ด้วยโรคจากบุหรี่ถึง 553,611 ครั้ง คิดเป็นค่ารักษาพยาบาลรวม 21,389 ล้านบาท แต่ละครั้งนอนรักษาตัวนานเฉลี่ย 7 วัน มีค่าใช้จ่ายแต่ละครั้งเฉลี่ย 38,638บาท หรือ 6,806 บาทต่อวัน

ดังนั้นการช่วยเลิกบุหรี่จึงมีความจำเป็น สสส.จึงสนับสนุนโครงการจัดความรู้และสื่อสารการขับเคลื่อนงานตามพันธกิจชวนและช่วยเลิกบุหรี่ ในพื้นที่ 12 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงราย ลพบุรี นครนายก นครปฐม ปทุมธานี กาญจนบุรี ราชบุรี บุรีรัมย์ สกลนคร กรุงเทพฯ ตรัง นราธิวาส และสถานประกอบการ 3 แห่ง(สมุทรปราการ และ ตรัง) ทำงานผ่านอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ซึ่งกระจายทุกหมู่บ้าน และใกล้ชิดประชาชนในพื้นที่มากที่สุด โดยมีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เป็นแกนกลางสนับสนุนให้เครือข่ายและ อสม. ทำหน้าที่ชวนและช่วยคนในชุมชนให้เลิกสูบบุหรี่ตามบริบท วิถีชีวิต สภาพสังคม และวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่

 

 

น.ส.นิรดา แสนรัตน์ ผู้รับผิดชอบโครงการจัดความรู้และสื่อสารการขับเคลื่อนงานตามพันธกิจชวนและช่วยเลิกบุหรี่ สสส. กล่าวว่า การช่วยให้คนเลิกสูบยังดำเนินการได้น้อยกว่ามาตรการอื่น แม้ว่าจะจัดระบบบริการเลิกบุหรี่ใน รพ.แต่พบว่าการเข้าถึงบริการในคลินิกเลิกบุหรี่ยังมีค่อนข้างน้อย ดังนั้น การช่วยให้คนเลิกสูบบุหรี่จึงต้องทำทั้งเชิงรับและเชิงรุก เพื่อให้ผู้สูบบุหรี่ทั้งในและนอกระบบโรงพยาบาลเข้าถึงระบบบริการ รวมทั้งส่งเสริมให้คนในชุมชนมีบทบาทในการแก้ปัญหาหรือลดอัตราการสูบบุหรี่ในพื้นที่หรือชุมชนของตนเอง

นางขนิษฐา ตั้งกิตติวัฒน์ ผอ.รพ.สต.โพรงมะเดื่อ จ.นครปฐม กล่าวว่า จากการดำเนินงานชวน ช่วย เลิกบุหรี่ที่ผ่านมา สามารถเชิญชวนผู้ติดบุหรี่ในพื้นที่เข้าโครงการ 300 – 400 คน เลิกได้ 61 คน ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการติดตาม พูดคุยเพื่อให้เลิกบุหรี่ให้ได้ โดยให้ อสม. ในพื้นที่ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการชวน ช่วยเลิกบุหรี่ ด้วยการติดอาวุธให้ อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการเลิกบุหรี่ รวมทั้งแนะนำสมุนไพรและตัวช่วยต่าง ๆ และวิธีนวดกดจุดเลิกบุหรี่ ฯลฯ

ร้อยโทนพนนท์ ศรีอิ่ม บุคคลต้นแบบเลิกบุหรี่ จ.ราชบุรี กล่าวถึงแรงจูงใจในการเลิกบุหรี่ หลังจากสูบมานานกว่า 40 ปี ว่า มีปัญหาเรื่องสุขภาพและต้องการลดค่าใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย จากการที่ต้องซื้อบุหรี่วันละ 200 บาท ตนใช้ระยะเวลาถึง 4 เดือนก็สามารถเลิกได้ หลังเลิกสูบร่างกายแข็งแรงขึ้น อาการเจ็บหน้าอกหายไป หน้าตาสดใส ไม่หมองคล้ำ

ขณะนี้ได้ขยายผลการชวน ช่วยเลิกบุหรี่ ไปยังกลุ่มเด็กและเยาวชน เพื่อเป็นการป้องกันนักสูบหน้าใหม่ ด้วยการเข้าไปให้ความรู้ บรรยายถึงพิษภัยของบุหรี่ในวิทยาลัยเทคนิค โดยเน้นย้ำว่า บุหรี่เป็นที่มาของปัญหายาเสพติดทั้งหมด เป็นขั้นแรกของการเข้าสู่วังวนการติดยาเสพติด ดังนั้นถ้ายุติการสูบบุหรี่ได้ ลูกหลานเราก็จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
กลับขึ้นด้านบน