"จุรินทร์" ชี้ "พีระพันธุ์" ลาออกเรื่องส่วนตัว ลั่นพร้อมตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งหากนายกฯจะปรับ ครม.

"จุรินทร์" ชี้ "พีระพันธุ์" ลาออกเรื่องส่วนตัว ลั่นพร้อมตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งหากนายกฯจะปรับ ครม.

"จุรินทร์" ชี้ "พีระพันธุ์" ลาออกเรื่องส่วนตัว ลั่นพร้อมตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งหากนายกฯจะปรับ ครม.

รูปข่าว : "จุรินทร์" ชี้ "พีระพันธุ์" ลาออกเรื่องส่วนตัว ลั่นพร้อมตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งหากนายกฯจะปรับ ครม.

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ชี้แจงนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ลาออก ส.ส.เป็นเหตุผลส่วนตัว วอนอย่าโทษพรรคยืนยันทุกคนทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว พร้อมตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งหากนายกฯจะปรับ ครม.

วันนี้ ( 10 ธ.ค. 2562 ) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุถึงกรณีที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์  การลาออกว่าเป็นเรื่องส่วนตัว และย้ำว่าไม่ได้มีปัญหากับห้วหน้าพรรค ยังให้ความเคารพนับถือเหมือนเดิมส่วนที่เสียงวิจารณ์ว่าการลาออกนั้นเพราะมีปัญหาภายในพรรคนั้นจะด่วนสรุปไม่ได้ เพราะที่ผ่านมามีสมาชิกหลายคนลาออกและสมัครเข้าพรรคเป็นปกติทุกยุคสมัย ไม่เกี่ยวว่าเป็นกรรมการบริหารพรรคชุดนี้

ถ้าถามก็ไม่อยากให้มีใครลาออก อยากให้ทำงานร่วมกับพรรคไปตลอด แต่เมื่อเกิดจากการตัดสินใจของแต่ละคน ก็ต้องเคารพ บางครั้งเค้าอาจมีเหตุผลส่วนตัว ส่วนพรรคอื่นเป็นอย่างไรไม่รู้แต่พรรคประชาธิปัตย์เป็นแบบนี้มาทุกยุคสมัย ส่วนนายพีระพันธ์ลาออกเพราะจะไปนั่งตำแหน่งรัฐบาลที่อาจถูกริบไปจากพรรคประชาธิปัตย์ ให้อนาคตเป็นคำตอบเพราะไม่ได้อยู่ในฐานะที่ตอบเรื่องนี้ได้

พร้อมกันนี้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขออย่าสรุปที่คนเก่าคนแก่ของพรรคเดินออกจากพรรคในยุคที่ตนเองเป็นหัวหน้าพรรค เพราะกรรมการบริหารพรรคชุดนี้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ ที่เข้ามาแล้วพยายามปรับเปลี่ยนพรรคประชาธิปัตย์เพื่อเดินหน้าไปสู่ความทันสมัยโดยไม่ทิ้งอุดมการณ์เดิม เรื่องนี้ให้คนที่ลาออกเป็นผู้ชี้แจงเหตุผลจะดีที่สุด โดยไม่ต้องการให้นำกรณีที่มีบุคคลลาออกจากพรรคมาโทษพรรคอย่างเดียวก็ไม่ยุติธรรมกับพรรคและคนที่ทำงาน และในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่ายังมั่นคง พร้อมที่จะนำพาพรรคเดินไปข้างหน้า ไม่ว่าจะทำหน้าที่อะไร โดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลก็ทำอย่างเต็มที่

นายจุรินทร์ยังระบุถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการปรับพรรคประชาธิปัตย์ออกจากพรรคร่วมรัฐบาล และลดบทบาท ว่าไม่ขอชี้แจงเรื่องนี้เพราะข่าวไม่ได้ออกมาจากพรรคประชาธิปัตย ส่วนจะมาจากไหนก็ไม่ทราบ แต่ยืนยันว่าประสบการณ์การเมืองเป็นรัฐมนตรีตั้งแต่อายุ 36 อยู่ร่วมรัฐบาลหลายสมัยเข้าใจกระบวนการการเมืองดี.  โดยการปรับ ครม.หากจะมีก็มีได้ ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีเป็นคนตัดสินใจ

เพราะหากปรับจริงขอแจ้งมาพรรคประชาธิปัตย์ก็พร้อม ยินดีที่ตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง. ซึ่งการปล่อยข่าวรายวันสุดท้ายไม่ได้มีประโยชน์กับเสถียรภาพของรัฐบาลนี้ และจะทำให้พรรคแกนนำต้องเหนื่อยหนักเข้าไปอีก เพราะสุดท้ายพรรคแกนนำที่เป็นผู้ตั้งรัฐบาล ต้องรับผิดชอบมากกว่าพรรคอื่นๆที่มาร่วมรัฐบาล พรรคอื่นๆก็เป็นพรรคลำดับสองที่มาร่วมรัฐบาลก็เท่านั้นเอง

พร้อมยืนยันจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเหมือนเดิม ที่เป็นเงื่อนไขของพรรคประชาธิปัตย์ในการร่วมรัฐบาลอีกทั้งยังเป็นนโยบายของรัฐบาลด้วย

กลับขึ้นด้านบน