"สมุทรสาคร" ระดมฉีดน้ำแก้ฝุ่นพิษถนนพระราม 2

"สมุทรสาคร" ระดมฉีดน้ำแก้ฝุ่นพิษถนนพระราม 2

"สมุทรสาคร" ระดมฉีดน้ำแก้ฝุ่นพิษถนนพระราม 2

รูปข่าว : "สมุทรสาคร" ระดมฉีดน้ำแก้ฝุ่นพิษถนนพระราม 2

ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร จับมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชน ช่วยกันแก้ปัญหาฝุ่นพิษถนนพระราม 2 โดยนำเครื่องพ่นละอองน้ำระยะไกลฉีดพ่น 4 จุดเป้าหมายในช่วงเช้าและช่วงเย็น จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย พร้อมควบคุมการเผาและเข้มงวดกวดขันรถควันดำ

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 12 ธ.ค.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นาย​วี​ระ​ศักดิ์​ วิจิต​ร์​แสง​ศรี​ ผู้​ว่าราชการ​จังหวัดสมุทรสาคร​ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การดำเนินมาตรการเชิงรุกระยะเร่งด่วน เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหามลภาวะฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 ซึ่งเป็นคืนแรกที่ จ.สมุทรสาคร เริ่มต้นแก้ปัญหาฝุ่นพิษ หลังมีการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์และรายงานผลกระทบจุดเสี่ยงที่เกิดฝุ่นจำนวนมากบริเวณถนนพระราม 2 และ จ.สมุทรสาคร

 

การร่วมแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนเครื่องพ่นละอองน้ำระยะไกลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จำนวน 4 เครื่อง เพื่อดักฝุ่น PM2.5 บูรณาการร่วมกับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคประชาชน รวมถึงนำรถบรรทุกน้ำของ อปท.มาช่วยฉีดพ่นและทำความสะอาดบริเวณจุดเป้าหมายสำคัญเพื่อลดมลภาวะ โดยดำเนินการ 4 จุด ได้แก่

  • ถนนริมคลองทหารเรือ หน้าศูนย์ราชการ จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นใจกลางย่านชุมชน เทศบาลนครสมุทรสาคร อ.เมืองสมุทรสาคร
  • ไซด์งานหมวดการทางฯ ถนนพระราม 2 เขตพื้นที่ อบต.ท่าทราย อ.เมืองสมุทรสาคร
  • ริมถนนเพชรเกษม เขตเทศบาลนครอ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน
  • บริเวณลาน 49 ไร่ ถนนพระราม 2 เขต อบต.ท่าจีน อ.เมืองสมุทรสาคร

 

นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า จังหวัดได้ออกมาตรการแก้ไขปัญหาเชิงรุก บูรณาการความร่วมมือกับส่วนกลาง ภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมโดยมีมาตรการสำคัญ ดังนี้

1. ออกประกาศจังหวัดกำหนดมาตรการควบคุมการเผา การเข้มงวดกวดขันควันดำและมลภาวะทางการจราจรทั้งจากรถยนต์ รถบรรทุก และภาคอุตสาหกรรม โดยเริ่มจากการใช้มาตรการขอความร่วมมือ จนถึงมาตรการขั้นเด็ดขาดทางกฏหมายหากพบการฝ่าฝืน

2. บูรณาการความร่วมมือกับ ปภ., จังหวัด และ อปท. จะดำเนินการฉีดเครื่องพ่นละอองน้ำระยะไกล เพื่อดักจับฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่เสี่ยงทุกวัน ช่วงเช้าเวลา 06.00 -​ 08.00 น. และช่วงเย็นเวลา 17.00 -​19.00 น. จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

3. ประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดผ่านระบบข้อมูลข่าวสารกลุ่มไลน์ สั่งการหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องประกอบกับระบบตรวจวัดค่ามาตรฐานฯ ตลอด 24 ชั่วโมง และการประชุมคณะทำงานเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

4. บูรณาการความร่วมมือกับสื่อมวลชนในการกระจายข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่

 

นายวีระศักดิ์ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ต้องเฝ้าติดตามแนวโน้มสถานการณ์ฝุ่นในพื้นที่ เนื่องจากเส้นทางพระราม 2 เป็นเส้นทางหลักที่มีจำนวนรถยนต์วิ่งเฉลี่ยนับแสนคันในแต่ละวัน รวมถึงการก่อสร้างที่ยังมีส่วนต้องดำเนินการ แต่จะวางแผนงานและปรับแนวทางการแก้ปัญหาร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังให้ผลกระทบจากปัญหาฝุ่นพิษเบาบางลง

 

กลับขึ้นด้านบน