สัญญาณเตือน ปวดท้องน้อยบ่อย-มีไข้ เสี่ยงเป็นฝีหนองในรังไข่

สัญญาณเตือน ปวดท้องน้อยบ่อย-มีไข้ เสี่ยงเป็นฝีหนองในรังไข่

สัญญาณเตือน ปวดท้องน้อยบ่อย-มีไข้ เสี่ยงเป็นฝีหนองในรังไข่

รูปข่าว : สัญญาณเตือน ปวดท้องน้อยบ่อย-มีไข้ เสี่ยงเป็นฝีหนองในรังไข่

นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผอ.โรงพยาบาลสิชล จ.นครศรีธรรมราช เตือนผู้หญิงสังเกตอาการปวดท้องน้อย มีไข้ มีตกขาวประมาณ 3 เดือน เสี่ยงป่วยโรคฝีหนองที่รังไข่ และภาวะอักเสบติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน หากซื้อยากินเป็นประจำอาจเสี่ยงเกิดภาวะเชื้อดื้อยาร่วมด้วย

วันนี้ (13 ธ.ค.2562)  นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผอ.โรงพยาบาลสิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้เผยแพร่รูปภาพ พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Arak Wongworachat โดยระบุว่า #โรคฝีหนองที่รังไข่ #ภาวะอักเสบติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน #ภาวะเชื้อดื้อยา #โรคเนื้องอกมดลูก ผู้ป่วยหญิงอายุ 41 ปี เมื่อ 10 เดือนก่อน ถูกส่งตัวมาจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ด้วยประวัติ มีอาการปวดท้องน้อย มีไข้ มีตกขาว มาประมาณ 3 เดือน ซื้อยากินเอง หาหมอบ้างบางครั้ง ได้ยาฆ่าเชื้อมากิน กินบ้างหยุดบ้างเมื่ออาการดีขึ้น จนวันหนึ่งต้องเข้าโรงพยาบาลใกล้บ้าน แพทย์ตรวจแล้วกดเจ็บหน้าท้องมาก สงสัยติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน จึงส่งมาโรงพยาบาลสิชล แพทย์ที่ตรวจผู้ป่วยครั้งแรกได้ปรึกษาสูติแพทย์ ให้รับผู้ป่วยไว้ในโรงพยาบาล และให้การวินิจฉัยว่าผู้ป่วยมีการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน ได้ให้ยาฆ่าเชื้อทางหลอดเลือดดำ

หลังให้ยา 7 วัน คนไข้ยังมีอาการทรงตัว ไข้ต่ำๆ อัลตราซาวด์เหมือนมีน้ำในอุ้งเชิงกราน จึงตัดสินใจนำคนไข้ไปผ่าตัดเปิดช่องท้อง ผ่าตัดครั้งแรก พบมีหนองเต็มท้องน้อย และมีเนื้อเยื่อรอบๆ เปื่อยยุ้ย ไม่สามารถแยกแยะอวัยวะภายในอุ้งเชิงกรานได้ จะตัดรังไข่ หรือมดลูกออก ก็ทำไม่ได้ จึงได้แต่ทำความสะอาดระบายหนองออกให้มากที่สุด แล้วต่อท่อระบายหนองเอาไว้

หลังผ่าตัดให้ยาฆ่าเชื้อต่ออีก 14 วัน ผู้ป่วยอาการดีขึ้นตามลำดับ ต่อมาพบว่าท่อที่ระบายหนองออกตอนผ่าตัดครั้งแรกไม่ยอมปิด มีหนองซึมออกมาตลอดเวลา บางวันออกมากจนกางเกงที่สวมใส่เปียกชุ่มไปด้วยหนอง น้ำเหลือง สูติแพทย์จึงได้ปรึกษาศัลยแพทย์ในการวางแผนการรักษาและทบทวนปัญหาทั้งหมดอีกครั้ง

อีก 20 วันต่อมา จึงมีการผ่าตัดครั้งที่ 2 เมื่อเปิดท้องเข้าไป ก็พบหนองเต็มท้องอีก ทำได้เพียงทำความสะอาด ระบายหนองออกให้เต็มที่ เอาหนองไปเพาะเชื้อทั้งเชื้อแบคทีเรียทั่วไป วัณโรค ย้อมเชื้อรา พบว่าเป็นเชื้อดื้อยา จึงปรับยากันใหม่ใช้ยาสำหรับเชื้อดื้อยา ที่พบได้น้อยและยามีราคาแพงมาก ฉีดยาไประยะหนึ่งคนไข้ดีขึ้นตามลำดับ จึงให้ยาไปกินต่อที่บ้าน ติดตามผลการรักษาต่อมา ท่อที่ระบายหนองออกลดลงแต่ยังออกมาต่อเนื่องไม่ยอมปิดรู คนไข้แม้อาการจะดีขึ้นแต่ยังรู้สึกไม่สบายในท้องน้อย มีไข้ต่ำๆ ตอนกลางคืน ปวดถ่วงท้องน้อยตลอดเวลา

ศัลยแพทย์และสูติแพทย์จึงตัดสินใจผ่าตัดครั้งที่ 3 การผ่าตัดครั้งนี้ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี สามารถเลาะและตัดเอารังไข่ ปีกมดลูก เนื้อเยื่อ ข้างที่มีการอักเสบรอบๆ ที่เป็นหนองออกมาได้ พร้อมทั้งตัดเอามดลูกออกทั้งหมด คงเหลือรังไข่อีกข้างที่ยังปกติดีอยู่ การผ่าตัดแพทย์ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมากเพื่อไม่ให้ไปตัดโดนอวัยวะอื่นที่สำคัญเช่นลำใส้ ท่อไต กะเพาะปัสสาวะ เป็นต้น

หลังจากตัดก้อนออกมาแล้ว ผ่าก้อนรังไข่ออกเป็นซีก จะเห็นว่ามีหนองขาวข้นคล้ายนมข้นหวานไหลย้อยออกมาก ฝังอยู่ในเนื้อรังไข่เต็มไปหมด

รังไข่ปกติขนาด 2 ซม.แต่ในผู้ป่วยคนนี้โตถึง 10 ซม. ตัวมดลูกที่ตัดออกมาก็มีขนาดโตขึ้นกว่าปกติเท่าตัว 15 ซม. มีเนื้องอกในตัวมดลูกร่วมด้วย ทั้งนี้ ทีมแพทย์ พยาบาล สหวิชาชีพ ที่ทำการรักษา คาดหวังผลการรักษาต่อจากนี้ไปคุณภาพชีวิตผู้ป่วยคงจะดีขึ้นตามลำดับ ผู้ป่วยใช้สิทธิ์บัตรทอง หากคิดค่ารักษากว่า 500,000 บาท แต่ไม่ต้องจ่ายใดๆ

 

กลับขึ้นด้านบน