ยังไม่จบ! วิบากกรรม "เปรมชัย" คดีล่าสัตว์ป่า

ยังไม่จบ! วิบากกรรม "เปรมชัย" คดีล่าสัตว์ป่า

ยังไม่จบ! วิบากกรรม "เปรมชัย" คดีล่าสัตว์ป่า

รูปข่าว : ยังไม่จบ! วิบากกรรม "เปรมชัย" คดีล่าสัตว์ป่า

ไทยพีบีเอสออนไลน์รวบรวม คดีนายเปรมชัย กรรณสูต และพวกรวม 4 คน ล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ผ่านมาเกือบ 2 ปี หลายคดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณา แต่ยังไม่จบ

คดีล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก

19 มี.ค.2562 ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก 

คดีนี้ อัยการภาค 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต จำเลยที่ 1, นายยงค์ โดดเครือ (คนขับรถของนายเปรมชัย) จำเลยที่ 2, นางนที เรียมแสน (แม่บ้าน) จำเลยที่ 3 และนายธานี ทุมมาศ (พรานป่า) จำเลยที่ 4 เข้าไปลักลอบล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่พบซากเสือดำ เก้ง ไก่ฟ้าหลังเทา ถูกชำแหละ พร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2561

 

ศาลจังหวัดทองผาภูมิ พิพากษาจำคุกนายเปรมชัย 16 เดือน ใน 3 ข้อหา ได้แก่ 1. ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จำคุก 8 เดือน 2. ข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (ไก่ฟ้าหลังเทา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 เดือน และ 3. พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน

ส่วนข้อหาร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และข้อหาร่วมกันมีซากเสือดำ สัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลยกฟ้อง ส่วนพวกอีก 3 คน ถูกลงโทษข้อหาครอบครองซากเสือดำ

ขณะเมื่อวานนี้ (12 ธ.ค.2562) ศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มโทษนายเปรมชัย จากจำคุก 16 เดือนเป็น 2 ปี 14 เดือน ไม่รอลงอาญาส่วนจำเลยที่ 2 นายยงค์ โดดเครือ จากเดิมจำคุก 13 เดือน เป็น จำคุก 2 ปี 17 เดือน นางนที เรียมแสน แม่ครัว จากเดิม จำคุก 4 เดือน รอลงอาญา 2 ปี ปรับ 10,000 บาท เป็น จำคุก 1 ปี 8 เดือน ปรับ 40,000 บาท รอลงอาญา 2 ปี

ส่วนนายธานี ทุมมาศ นายพราน ซึ่งรับสารภาพว่าเป็นคนยิงเสือดำ จากจำคุก 2 ปี 17 เดือน เป็นจำคุก 2 ปี 21 เดือน และให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช 2 ล้านบาท ตามศาลชั้นต้น

 

หลังจากนี้ ต้องจับตาอัยการจะขอคัดคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 เพื่อนำไปส่งให้อัยการศาลสูงจังหวัดกาญจนบุรี ก่อนส่งให้อธิบดีอัยการภาค 7 พิจารณาว่าจะยื่นฎีกา ในประเด็นใดเพิ่มเติมหรือไม่ โดยมีเวลาพิจารณาภายใน 30 วัน เช่นเดียวกับฝ่ายจำเลยก็มีสิทธิ์ยื่นขอให้ศาลพิจารณาบทลงโทษได้ภายใน 30 วันเช่นกัน

อ่านข่าว : ลุ้นศาลฯ ให้ประกันตัว "เปรมชัย-พวก"

ขณะเดียวกัน เมื่อวานนี้ (12 ธ.ค.) ถือครั้งแรกนับตั้งแต่มีคดีล่าสัตว์ป่าฯ ที่ได้เห็นนายเปรมชัย ต้องนอนในเรือนจำ หลังทนายความได้ขอยื่นประกันตัวนายเปรมชัยและพวก เป็นเงินคนละ 600,000 บาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา โดยเมื่อครบเวลาราชการยังไม่มีคำสั่งจากศาลฎีกาลงมา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงได้ควบคุมตัวนายเปรมชัยกับพวกที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกโดยไม่รอลงอาญาไปควบคุมยังเรือนจำอำเภอทองผาภูมิ ก่อนเบิกตัวจากเรือนจำ มาฟังคำสั่งของศาลฎีกา ในวันนี้อีกครั้ง (13 ธ.ค.)

ล่าสุด เวลา 16.00 น. วันนี้ 13 ธ.ค. ศาลฎีกาให้ประกันตัวนายเปรมชัย กรรณสูต และพวกรวม 3 คน จำเลยในคดีล่าเสือดำ หลังได้ยื่นขอปล่อยชั่วคราวตั้งแต่เมื่อวานนี้ (12 ธ.ค.) โดยศาลฯให้ตีวงเงินประกันคนละ 1 ล้านบาท ติดกำไลอีเอ็มและเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ

อ่านข่าว : ศาลฎีกาให้ประกัน "เปรมชัย-พวก" คนละ 1 ล้านบาท-ติดกำไลอีเอ็ม

 

คดีติดสินบนเจ้าพนักงาน


11 มิ.ย.2562 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 นัดฟังคำพิพากษานายเปรมชัย และนายยงค์ โดดเครือ คดีติดสินบนเจ้าพนักงาน

พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 7 ได้ยื่นฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต จำเลยที่ 1 และนายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 ในข้อหาร่วมกันให้ ขอให้หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือประวิงการกระทําอันมิชอบด้วยหน้าที่ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 ประกอบมาตรา 83 นั้น โดยศาลมีพิพากษา ดังนี้

นายเปรมชัย จำเลยที่ 1 รวมโทษจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา โดยให้นับโทษต่อจากคดีล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกด้วย โดยในคดีล่าสัตว์ป่า ศาลพิพากษาให้นายเปรมชัย กรรณสูตร จำคุกรวม 16 เดือน ไม่รอลงอาญา แต่ศาลไม่สามารถนับโทษต่อในคดีครอบครองงาช้าง และคดีครอบครองอาวุธปืนไรเฟิล ได้ เนื่องจากทั้ง 2 คดี ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น

 

อ่านข่าว : ไทม์ไลน์ "เปรมชัย-ยงค์" ติดสินบนเจ้าพนักงาน

ต่อมาศาลได้อนุญาตให้ประกันตัวนายเปรมชัย วงเงิน 200,000 บาท เนื่องจากเห็นว่าจำเลยไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และมารายงานตัวต่อศาลตามกำหนดนัดทุกครั้ง

ส่วนนายยงค์ ศาลพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าคลิปเสียงสนทนาความยาว 20 นาที ไม่มีความเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของนายเปรมชัย เนื่องจากว่าเป็นการพูดคุยคนละช่วงเวลา และเป็นลักษณะพูดคุยทั่วไป คดีนี้ อยู่ในระหว่างกระบวนพิจารณาชั้นอุทธรณ์ 

คดีปืนในบ้าน

20 ส.ค.2562 ศาลนัดฟังคำพิพากษา พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเปรมชัย ในความผิดฐานมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต (ภายในบ้านพัก) ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนฯ พ.ศ.2490 

คดีนี้ ศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี นายเปรมชัย แต่จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา คงจำคุก 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา มีรายละเอียดดังนี้

- อัยการโจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลย เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2561 ว่า จำเลยได้กระทำผิดกฎหมายด้วยการมีอาวุธปืนยาวไรเฟิล 3 กระบอก และปืนแก๊บ 1 กระบอกไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตที่บ้านพัก

- จำเลยได้รับการประกันตัวชั้นพิจารณา 200,000 บาท โดยไม่มีการกำหนดเงื่อนไข คดีนี้ในชั้นสอบคำให้การจำเลย เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2561 จำเลยเคยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่เมื่อ 9 ก.ค.2562 วันสืบพยานโจทก์นัดแรก จำเลยได้แถลงคำให้การรับสารภาพ พร้อมยื่นคำร้องประกอบต่อศาลเพื่อพิจารณา ศาลจึงมีคำสั่งให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะและพินิจประวัติครอบครัว การศึกษา การทำงาน และอื่นๆ ของจำเลย และรายงานให้ศาลทราบภายใน 30 วัน เพื่อประกอบการพิจารณา

 

วันที่ 20 ส.ค.62 ก่อนฟังคำพิพากษานายเปรมชัยได้มอบอำนาจให้ทนายความยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ลงโทษสถานเบา หรือรอลงอาญา โดยระบุว่าจำเลยจะขออุปสมบท ที่วัดบวรนิเวศ หรือวัดอื่นเป็นเวลา 15 วัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล อีกทั้งจำเลยจะบริจาคเงินส่วนตัว 3 ล้านบาท เพื่อเป็นการสาธารณประโยชน์และจำเลยจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับอาวุธปืนอีกตลอดชีวิต

อ่านข่าว : จำคุก "เปรมชัย" 6 เดือนไม่รอลงอาญา คดีครอบครองปืนไรเฟิล 

ศาลพิเคราะห์รายงานสืบเสาะประวัติ ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยแล้ว เห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำคุก 1 ปีตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน แต่เนื่องจากจำเลย ยังมีโทษคดีอาญาจำคุกอีก 2 คดี ในศาลจังหวัดทองผาภูมิ และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 พฤติการณ์จึงไม่รอการลงโทษ

 

คดีครอบครองงาช้าง

1 ต.ค.2562 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก อ่านคำพิพากษาคดีครอบครองงาช้าง ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนางคณิตดา กรรณสูตร ภรรยานายเปรมชัย, นายเปรมชัย กรรณสูตร และ น.ส.วันดี สมภูมิ คนใกล้ชิดภรรยานายเปรมชัย เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันนำหรือพาของที่ยังไม่ได้เสียภาษี ของต้องห้าม ต้องกำกับ เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้โดยประการใดๆ ซึ่งรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากรฯ ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ.2535 มาตรา 19, 47 และ พ.ร.บ.ศุลกากรพ.ศ.2469 มาตรา 27, 27 ทวิ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 

อ่านข่าว : ลุ้น คำพิพากษา"เปรมชัย-ภรรยา" คดีครอบครองงาช้างแอฟริกา

 

ในชั้นสอบสวนจำเลยทั้ง 3 ให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่า เมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2558 นางคณิตดา และ น.ส.วันดี ได้ร่วมกันแจ้งต่อนักวิชาการป่าไม้ ชำนาญการพิเศษ กรมอุทยานฯ ว่า ได้ครอบครองงาช้าง (งช.1) ทั้ง 4 กิ่ง ถูกต้องตามกฎหมาย พ.ร.บ.งาช้าง พ.ศ.2558 อันเป็นทรัพย์มรดกของนางคณิตดาที่ได้มาตั้งแต่ปี 2530 โดยถูกต้อง ซึ่งมี น.ส.วันดี เป็นพยานถูกต้องทุกประการ

ในที่สุด ศาลพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 3 คน ให้เหตุผลเนื่องจากการพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่าจำเลย เคยมีการยื่นขอขึ้นทะเบียนงาช้างไปแล้ว ในช่วงที่มีการเรียกให้ผู้ครอบครองงาช้างขอขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง ซึ่งในส่วนวาช้างแอฟริกานั้น น่าเชื่อว่านานเปรมชัยไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ด้วยสายตาว่า เป็นงาช้างแอฟริกาจึงไม่มีเจตนาปกปิด

ส่วนกรณีที่ ที่อ้างว่าเป็นมรดก ที่รับสืบทอดมาจาก มารดา เมื่อปี 2530 มีการนำสืบน่าเชื่อว่า ได้รับเป็นมรดกสืบทอดมาจริง เรื่องการมีการพิสูจน์ จาก ผู้เชี่ยวชาญถึงฐานราก วางงาช้าง เป็นศิลปะในยุคปี 2530 จริง

 

กลับขึ้นด้านบน