คำต่อคำ "วิเชียร" เปิดใจขอย้ายออกป่าทุ่งใหญ่

คำต่อคำ "วิเชียร" เปิดใจขอย้ายออกป่าทุ่งใหญ่

คำต่อคำ "วิเชียร" เปิดใจขอย้ายออกป่าทุ่งใหญ่

รูปข่าว : คำต่อคำ "วิเชียร" เปิดใจขอย้ายออกป่าทุ่งใหญ่

"วิเชียร" หัวหน้าทีมจับ "เปรมชัย" คดีล่าเสือดำ ตอบทุกคำถามปมขอย้ายออกนอกพื้นที่ ย้ำไม่มีแรงกดดันจากผู้มีอิทธิพล ด้านโฆษกกรมอุทยานฯ ย้ำ "เสือต้องอยู่ป่า" รอวันหายดี เตรียมส่ง "วิเชียร" คืนสนาม

ถอดบทสัมภาษณ์แบบคำต่อคำ กรณีนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี ชุดจับกุม นายเปรมชัย กรรณสูต และพวก คดีลักลอบยิงเสือดำ หลังขอย้ายออกนอกพื้นที่ ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกี่ยวข้องกับแรงกัดดันหรือปัจจัยอื่นหรือไม่

นายวิเชียร เปิดการแถลงข่าวว่า เรื่องการย้ายเป็นวิถีข้าราชการ ไม่ว่ายังไงถึงที่สุดก็ต้องโยกย้ายเป็นเรื่องปกติ ขอเรียนว่าผมได้แจ้งอธิบดีระยะหนึ่งแล้วว่าประสงค์จะย้าย แต่ที่ผ่านมางานยังไม่ลงตัว และผมมีคดีความเรื่องเสือดำ จึงไม่มีโอกาสได้บอกกับสื่อมวลชน แต่กรมอุทยานฯ ทราบมาตลอดว่าผมขอย้าย และเมื่อคดีเสือดำผ่านขั้นอุทธรณ์เข้าสู่ฎีกา ผมจึงคิดว่าถึงเวลาแล้ว

ผมไม่ได้รับแรงกดดันอะไรทั้งสิ้น คดีที่เกิดขึ้นถ้าหากจะมีแรงกดดัน ผมเชื่อว่าจะเผชิญแรงกดดันได้ ผู้บังคับบัญชาไม่เคยทอดทิ้ง

กลัวว่าหลายคนอาจจะจินตนาการไปถึงประเด็นอื่น แต่ข้อเท็จจริงในการปฏิบัติงานมีการจับกุมผู้กระทำผิดที่เป็นเศรษฐี คนจึงกังวลว่าจะมีแรงกดดันเรื่องนี้หรือไม่ ผมจึงขอให้ทุกท่านสบายใจ เพราะผมขอย้ายเพราะผมสุขภาพไม่ค่อยดี ซึ่งที่ทุ่งใหญ่การเดินทางเป็นปัญหาต่อสุขภาพของผม ทางยากลำบากเวลาเข้าป่า

 

ขณะที่การรักษาตัวต้องเอาตัวเองออกมาจากพื้นที่ เพราะในระยะเวลาอันใกล้ต้องผ่าตัด ดังนั้นผมคิดว่าเอาสุขภาพเป็นหลัก ถ้าผมแย่ ผมคงดูแลป่าไม่ได้ ขออนุญาตพักฟื้นตัวเองก่อน

ที่สำคัญผมห่วงครอบครัว ครอบครัวเป็นกองหลัง และมีมีอิทธิพลต่อกองหน้า ถ้ากองหน้าทำงานแล้วกองหลังไม่แข็งแรง คงห่วงหน้าพะวงหลัง

ผมมีลูกชายใกล้เต็มขวบแล้ว แต่เดินทางจากทุ่งใหญ่ไปบ้านผมกว่า 1 พัน กม. ซึ่ง 3 เดือนผมจะกลับครั้งหนึ่ง อยู่ได้อย่างมาก 3 วัน บางทีผมคิดว่าผมเอาเปรียบภรรยาหรือไม่ ที่ต้องลำบากเลี้ยงลูกคนเดียว แต่ถ้าได้ทำงานในพื้นที่ที่เบาลง และการเดินทางไม่ลำบากมาก ผมดูแลครอบครัวได้เรียกว่า "แฮปปี้" ส่วนการทำงานคิดว่าอยู่ที่ไหนก็ทำงานได้เหมือนกัน แม้อยู่ในระดับภูมิภาคก็ทำงานได้เหมือนกัน ผมทำงานเต็มที่

เรียนสื่อมวลชนทุกท่าน (อีกครั้ง) "ที่มีข่าวโดนปลด ไม่มีนะครับ"

ย้ายออกป่าเพราะปัญหา "สุขภาพ"

Q ที่บอกว่าปัญหาสุขภาพคืออะไรถึงต้องผ่าตัด

A โรคนี้ผมอายมากที่ต้องไปหาหมอ แต่เมื่ออาการหนักขึ้น เจ็บ ปวด จำเป็นต้องเก็บความอายไว้ จริงๆ ผมเป็นโรคริดสีดวงทวาร แล้วอาการหนักถึงข้นเลือดตกยางออกและต้องผ่าตัด

Q ความยากลำบากของป่าทุ่งใหญ่มีผลหรือไม่

A ทางในพื้นที่ทุ่งใหญ่เป็นป่า ต้องรับแรงกระแทก ยอมรับว่าปวดครับ บางทีทรมาน เลยต้องไปรักษาก่อน
เคยไปหาหมอแล้ว หมอแนะนำให้ผ่าตัดแต่ผมยังไม่พร้อม เพราะถ้าผ่าตัดต้องใช้เวลาหนึ่งในการพักฟื้น ผมกลัวว่าถ้าพักฟื้นนานงานไม่ต่อเนื่องเลยอดทนไว้ก่อน และคิดว่าถ้าได้ทำงานในอีกพื้นที่หนึ่งที่การเดินทางไม่ลำบากมาก และเนื้องานไม่หนักเท่าทุ่งใหญ่ก็จะสะดวกในการพบหมอ

หมอแนะนำให้ผ่าตัดแต่ผมยังไม่พร้อม เพราะถ้าผ่าตัดต้องใช้เวลาหนึ่งในการพักฟื้น ผมกลัวว่าถ้าพักฟื้นนานงานไม่ต่อเนื่องเลยอดทนไว้ก่อน

Q วันนี้มีอาการหรือไม่

(โฆษกกรมอุทยานฯ พูดแทรกขึ้นมาว่า "โชว์ไหม" ส่วนผู้สื่อข่าวและผู้ร่วมแถลงข่าวคนอื่นหัวเราะ)

A นายวิเชียร ตอบว่า "วันนี้ดีครับดี ยังไม่กำเริบ ยังไม่ส่งสัญญาณ"

 

Q ยื่นหนังสือออกจากพื้นที่อย่างเป็นทางการตั้งแต่เมื่อไหร่

ผมแจ้งความประสงค์มาระยะหนึ่งแล้ว และทำหนังสือถึงอธิบดีฯ ว่าจะขอย้าย แต่ก็กลัวสื่อมวลชนจะเข้าใจผิด ว่าผมรับแรงกดดันรึเปล่า ยืนยันอีกครั้งว่าผมประสงค์จะย้าย แม้มีหนังสืออย่างเป็นทางการแล้ว แต่หนักแน่นน้อยกว่าคำพูดผม ผมจึงขอมาเรียนสื่อด้วยตนเอง ซึ่งผมคิดมาประมาณปีกว่า ตั้งแต่อาการป่วยสำแดงอาการ

จริงๆ ผมไม่คิดหรอกครับ แต่ด้วยร่างกายฝืนไม่ไหว เวลากำเริบมันทรมาน สุขภาพสำคัญ ถ้าไม่แข็งแรง ทำอะไรก็ทำได้ยาก

Q ขอย้ายไปอยู่ที่ไหน

A เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชา (ไม่ระบุใช่หรือไม่ ?) ไม่เชิงครับ ผมขอย้ายไปอีสาน แต่ท้ายที่สุดต้องเคารพอธิบดีกรมอุทยานฯ

Q หายดีแล้วจะขอกลับไปป่าทุ่งใหญ่ไหม

A เรื่องอนาคตครับ ขออนุญาตดูก่อน

ยากกว่าคดีเสือดำ คือรักษา "คน ป่า สัตว์ป่า"

Q ห่วงคดีเสือดำในชั้นฎีกาหรือไม่

A เจ้าหน้าที่ต้องไปขึ้นศาล ยื่นหลักฐานต่างๆ ต่อศาล ได้ทำหมดแล้วในศาลชั้นต้น ส่วนชั้นอุทธรณ์เป็นการทบทวนคำพิพากษา คู่กรณีไม่ได้ขึ้น (เบิกความ) แล้ว ซึ่งศาลฎีกาก็เช่นกัน แม้ผมจะอยู่หรือไม่อยู่ ก็ไม่มีผลต่อการพิจารณาคดีของศาล

Q ถ้าย้ายออกพื้นที่มีงานค้างไหม

A เยอะเลยครับในเชิงจัดการ ป่าทุ่งใหญ่เป็นมรดกโลก คนจึงคาดหวังและอาจจะใช้เป็นต้นแบบ โดยเฉพาะจำนวนสัตว์ป่า เพราะที่นี่มีเสือโคร่ง บ่งชี้ถึงความสำเร็จในการทำงาน ปีที่ผ่านมามีสัญญาณดีขึ้น เสือโคร่งเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีเรื่องจัดการคนอยู่กับป่ายั่งยืน มีคน 7 หมู่บ้าน ยอมรับว่ามีคนอยู่แล้ว ดังนั้นสัตว์ป่าที่อยู่ต้องอยู่ในป่าอุดมสมบูรณ์ไม่ได้รับผลกระทบ คือโจทย์ที่ท้าทาย

Q คิดว่าความท้าทายของป่าทุ่งใหญ่คืออะไร นอกจากคดีเปรมชัย

A เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ต้องมีป่าที่อุดมสมบูรณ์ โจทย์คือจะหยุดยั้งสิ่งต่างๆ ที่จะกระทำต่อป่าผืนนี้ได้อย่างไร เพื่อให้ป่ามีความสมบูรณ์อยู่ รวมทั้งเป็นผืนป่ามรดกโลกที่มีชุมชนดั้งเดิมอยู่ด้วย

คนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้ สัตว์ป่าก็ต้องอยู่ได้ ผมว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายมากสำหรับผม

Q ป่าทุ่งใหญ่เจ้าหน้าที่น้อยเทียบกับผืนป่าขนาดใหญ่

A การจัดการคิดว่ามาถูกทาง แม้จะมีน้อยแต่ต้องหมั่นเพียรรักษา ผมเชื่อว่าปัญหามีทุกที่ กรมอุทยานฯ มีบุคลากรน้อย ทุกหน่วยงานต้องการคนเพิ่มเป็นธรรมดา แต่เมื่อมีปัญหาขึ้นอยู่กับการจัดการอย่างไร

"เสือ" ยังไงก็ต้องอยู่ป่า

ขณะที่นายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานฯ ร่วมแถลงข่าวเพื่อตอบคำถามสังคมในประเด็นที่นายวิเชียรขอย้ายออกนอกพื้นที่

นายสมโภชน์ กล่าวว่า กรมอุทยานฯ ดูแลพื้นที่กว่า 70 ล้านไร่ จำเป็นต้องเข้มงวดเรื่องการคัดสรรผู้บังคับบัญชาลงไปในพื้นที่ กรมอุทยานฯ อยากให้นายวิเชียรทำงานในป่าต่อ แต่เขาเสียสละมากแล้ว ตัวเองป่วย อยากดูแลครอบครัว ดังนั้นจึงช่วยหาทางออกที่ดีที่สุดให้

สำคัญสุดคือรักษาสุขภาพคนของเรา สิ่งนี้คือสาเหตุหลักที่ให้วิเชียรออกจากพื้นที่ รักษาตัวให้ดีก่อนแล้วค่อยออกรบอีกครั้ง ไม่ต้องเป็นห่วงว่าเขาจะถูกกดดัน กรมอุทยานฯ เข้มแข็งพอที่จะต่อสู้กับทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นคดีของคุณเปรมชัยหรือปัญหาอื่น เราพร้อมสู้หมด แต่ตอนนี้อยากให้วิเชียรรักษาตัวก่อน ส่วนจะไปอยู่ที่ไหนค่อยว่ากันอีกที

 

Q กรมอุทยานฯ อนุญาตให้ย้ายหรือไม่

A ผมเรียนว่าเราทราบสถานการณ์นี้มาก่อน วิเชียรทำหนังสือมาแล้ว แม้การพิจารณายังไม่ลงตัวทั้งหมด แต่คำสั่งไม่มีปัญหา ส่วนเรื่องสถานที่จะไปที่ไหนเป็นลำดับต่อไป

1.วิเชียรรักษาสุขภาพได้ก่อน 2.พื้นที่อีสานใกล้บ้าน 3.ส่วนจะอยู่ตรงไหนค่อยว่า สถานที่ต้องไปโรงพยาบาลได้ง่ายก่อน เพราะอีกไม่นานวิเชียรต้องได้รับการผ่าตัด

อนาคตกรมอุทยานฯ ต้องส่งเขาลงสนามแน่ ยังไงเสือก็ต้องเข้าป่า ตอนนี้ขอให้เรารักษาเสือตัวนี้ให้ดีก่อน

ส่วนสถานที่เราไม่บอกว่า สถานที่ ก หรือ ข บอกได้แค่ใกล้บ้านและโรงพยาบาล ถ้าบอกสถานที่จะเป็นการชี้เป้า หาว่าเตะคนนั้นคนนี้

Q ขั้นตอนเป็นอย่างไร

A ปกติกรมอุทยานฯ มีขั้นตอนภายในตามเหตุผล สมมติว่าอยู่ในกรมอุทยานฯ ดูว่าจะต้องโยกย้ายไหม เพราะผลการโยกย้ายจะมีผลกระทบเป็นลูกโซ่ และต้องคิดว่าใครไปแทนวิเชียรด้วย แต่อีกไม่นานครับ ตอนนี้ให้วิเชียรรักษาสุขภาพก่อน และอธิบดีฯ ให้น้ำหนักเรื่องนี้ก่อน

Q คนที่จะมาแทนคุณวิเชียร มีรายงานว่าเป็นมือขวาคุณสมโภชน์

A ผมต้องบอกก่อนว่าผมไม่มีมือซ้าย-มือขวา ไม่มีหรอกครับ (หัวเราะ) ผมอีกไม่กี่ปีก็เกษียณแล้ว แต่เรียนตามตรงว่าต้องสร้างคนรุ่นใหม่ซึ่งต้องสร้างขึ้นมาให้มีประสบการณ์ในระดับแอเรียพาส จากหัวหน้าพื้นที่เล็กๆ ไปเขตใหญ่ มีหลายคนที่อยู่ในระดับนี้

อุทยานฯ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ขนาดใหญ่ มีบุคลากรไม่มากนะครับ การขึ้นเป็นหัวหน้าต้องดูความตั้งใจและสมรรถนะ ซึ่งเป็นการปฏิรูปของกรมอุทยานฯ แบบหนึ่ง แก้ปัญหาการวิ่งเต้น แต่หาคนมาแทนตรงนี้ค่อนข้างยาก

ปัญหาคือ 1. พื้นที่ใหญ่และคนต้องมีประสบการณ์ และ 2. คนที่มาแทนเป็นมือดีขนาดนั้น ถ้าออกจากพื้นที่แล้วจะเอาใครแทน แต่เราจะเลือกคนที่ดีสุดแน่นอน

Q มาจากห้วยขาแข้งใช่ไหม

A ถ้าพูดถึงหัวหน้าอุทยานแห่งชาติห้วยขาแข้ง ไม่มาทุ่งใหญ่หรอกครับ ขณะที่ระดับผู้ช่วย ถ้าเป็นในพื้นที่คงไม่ใช่ แต่น่าจะเป็นหัวหน้าที่ไต่เต้าจากระดับแอเรียพาสและมีประสบการณ์ระดับหนึ่ง

Q มอนิเตอร์คนของกรมอุทยานฯ อย่างไรยิ่งมีเจ้าหน้าที่ป่วย

A อธิบดีฯ ให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพเจ้าหน้าที่ มีหน่วยงานลงสนามต้องมีสุขภาพที่ดี การเจ็บไข้ได้ป่วยผู้ใหญ่ในกรมฯ ทราบข้อมูลไม่มาก การติดตามและส่งข้อมูลจากระดับล่างจึงสำคัญ

การป้องกันเขาให้ดี ดีกว่าปล่อยให้ป่วยแล้วรักษา แม้กระทั่งกรณีวิเชียร เหมือนเป็นเรื่องเศร้า เขาป่วยเป็นปีต้องทนทำงาน วันนี้ไม่ไหวแล้ว ความเสียสละไม่ใช่แค่วิเชียรคนเดียวเพราะมีหลายคนหนักหนาสากรรจ์

กลับขึ้นด้านบน