เฝ้าระวังน้ำเค็มรุกหนักจากปัญหาภัยแล้ง

เฝ้าระวังน้ำเค็มรุกหนักจากปัญหาภัยแล้ง

เฝ้าระวังน้ำเค็มรุกหนักจากปัญหาภัยแล้ง

รูปข่าว : เฝ้าระวังน้ำเค็มรุกหนักจากปัญหาภัยแล้ง

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เฝ้าระวังปัญหาน้ำเค็มรุกหนักจากปัญหาภัยแล้ง

เมื่อปี 2558 คนกรุงเทพฯ และปริมณฑลบางส่วนอาจเคยมีโอกาสได้ลิ้มรสน้ำประปากร่อยเพราะปัญหาน้ำเค็มในลุ่มเจ้าพระยารุกสูงมาถึงสถานีสูบน้ำดิบเพื่อผลิตประปาบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะที่ปีนี้ดูเหมือนจะมีทีท่าไม่แตกต่างเพราะสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ประเมินว่า หากระดับน้ำจืดในแม่น้ำเจ้าพระยาลดลงมากกว่าเดิมแม้จะมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนเพื่อดันน้ำเค็มแล้ว แต่ก็คาดว่ามีสถานกาณ์อาจมีความคล้ายสถานการณ์ภัยแล้งน้ำน้อยเมื่อ ปี2558 หรืออาจรุนแรงกว่า

ในช่วงปี 62 ต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี น้ำในเขื่อนทั่วประเทศมีน้ำใช้การได้ทั้งประเทศประมาณ 260,000 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 45 แนวโน้มลดลงอีก สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติแจ้งว่า ปีนี้ปัญหาภัยแล้งจะใกล้เคียงปี 2558 ซึ่งอัตราการระเหยของน้ำมากกว่าปีก่อน ที่สอดคล้องกับนาซ่าระบุว่า โลกอยู่ในช่วงครึ่งทศวรรษร้อนที่สุดในรอบ 120 ปี ในหลายประเทศ แต่ที่น่าจับตาก็คือ ขณะนี้ชาวกรุงเทพฯและปริมณฑลเสี่ยงจากปัญหาภัยแล้ง เพราะวันนี้น้ำใน 4 เขื่อนหลักที่เป็นแหล่งอุปโภคบริโภคแหล่งให้ มีน้ำน้อยเพราะฝนแล้ง อย่างเขื่อนภูมิพล มีน้ำใช้การได้ 1,803 ล้าน ลบ.ม. ,เขื่อนสิริกิติ์ น้ำใช้การได้ 2,023ล้าน ลบ.ม.,เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน น้ำใช้การได้400 ล้าน ลบ.ม., และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ น้ำใช้การได้235 ล้าน ลบ.ม. รวมแล้ว มีน้ำใช้การได้ 4,461 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจำเป็นต้องมีปริมาณน้ำ 5,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ในการรักษาระบบนิเวศและอุปโภคบริโภค ทั่วลุ่มทั้งเจ้าพระยา

 

ในปัจจุบันแม้กรมชลประทานจะมีการรณรงค์งดทำนาต่อเนื่องในฤดูแล้ง ปี 2562/2563 ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพราะน้ำไม่มีเหลือทำการเกษตร แต่ปัจจุบันพบการเพาะปลูกแล้วกว่า 1.5 ล้านไร่ แต่ถ้ามีการดึงน้ำมาใช้เพื่อการเกษตร น้ำอุปโภคบริโภค ซึ่งทำให้น้ำหายจากลุ่มเจ้าพระยาแน่นอน เนื่องจากตอนล่างต้องใช้น้ำผลิตน้ำประปา โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่ต้องสูบน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อผลิตน้ำประปาให้กรุงเทพฯและปริมณฑล

แม้วันนี้การผลิตน้ำประปานครหลวงที่สถานีสูบน้ำดิบประปาสำแล ในเขตปทุมธานีที่ส่งน้ำมาให้คนกรุงเทพฯและปริมณฑลผลิตประปา จะยังมีค่าความเค็มของน้ำไม่เกินมาตรฐาน วันนี้มีค่าความเค็มเพียง 0.21 กรัม/ลิตร เพราะยังมีน้ำดันน้ำทะเลได้อยู่ก็ยังไม่เจอปัญหาน้ำประปาเค็ม ซึ่งฝั่งประปาสำแลที่ใช้น้ำเจ้าพระยาเป็นน้ำต้นทุน ถูกนำบางส่วนมาใช้เพื่อการเกษตรต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบแต่ในอนาคตอาจส่งผลกระทบ เพราะหากน้ำเค็มขึ้นมาถึงจุดสูบที่สถานีสูบน้ำดิบประปาสำแล ในเขตจังหวัดปทุมธานี แล้วหากน้ำดิบจากแม่น้ำเจ้าพระยาเกิน 0.5 กรัม/ลิตร จะมีผลทำให้มีค่าคลอไรด์สูงมากกว่า 250 มิลิกรัมต่อลิตร ซึ่งจุดนี้จะเกิดน้ำประปากร่อยได้

 

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติระบุว่าช่วงนี้ได้เฝ้าระวังน้ำเค็มรุกต่อเนื่องเพราะน้ำใน 4 เขื่อนหลัก มีน้อยและได้ร่วมหาทางแก้ปัญหาทั้งกับกรมชลประทานกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยมีการปรับแผนการระบายน้ำเพิ่มขึ้นอีกประมาณ วันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวันไปจนถึงวันที่ 5 ม.ค.เพื่อผลักดันน้ำเค็มแต่อาจจะไม่พอ โดยมีสิ่งบอกเหตุว่าเดือน ม.ค. และเดือน ก.พ.นี้ น้ำเค็มจะรุกมากกว่าเดิมปีน้ำน้ำในเขื่อนแห้งเร็วและมีไม่มาก ยอมรับอาจมีผลกระทบต่อการผลักดันน้ำเค็มได้

 

นายสมศักดิ์ ปัสนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม การประปานครหลวง กล่าวว่า การประปานครหลวงจะมีการผันน้ำบางส่วนจากฝั่งตะวันตกโดยใช้น้ำจากเขื่อนแม่กลองมาช่วยเสริม เพื่อแก้ปัญหาบางช่วง แต่สำหรับลุ่มเจ้าพระยาจะบริหารจัดการด้วยพยายามสูบน้ำเข้ามาพักไว้ในช่วงน้ำทะเลลง ขณะเดียวกันมีการจัดรถน้ำเพื่อช่วยเหลือในจุดที่ประชาชนได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยปี 2563 ที่จะถึงนี้ คาดการณ์ฤดูฝนจะมาล่าช้าคล้ายปี 2562 ฝนจะมาประมาณ เดือน มิ.ย. หรือ ก.ค. ซึ่งอาจส่งผลให้ น้ำที่เหลือน้อยในลุ่มเจ้าพระยามีปัญหามากขึ้น

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน