เน้นตรวจรอบพื้นที่เฉลิมฉลองปีใหม่ เมาขับ-เอาผิดยันร้านค้า

เน้นตรวจรอบพื้นที่เฉลิมฉลองปีใหม่ เมาขับ-เอาผิดยันร้านค้า

เน้นตรวจรอบพื้นที่เฉลิมฉลองปีใหม่ เมาขับ-เอาผิดยันร้านค้า

รูปข่าว : เน้นตรวจรอบพื้นที่เฉลิมฉลองปีใหม่ เมาขับ-เอาผิดยันร้านค้า

ศปถ.ดูแลความปลอดภัยเข้มข้นต่อเนื่อง คุมดื่มแล้วขับทุกเส้นทาง เน้นรอบพื้นที่จัดงานเฉลิมฉลอง เมาแล้วขับเอาผิด ทั้งผู้ปกครอง-ร้านค้าด้วย

วันนี้ (30 ธ.ค.2562) ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2563 สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 29 ธ.ค.2562

เกิดอุบัติเหตุ 531 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 47 คน ผู้บาดเจ็บ 560 คน สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 3 วันของการรณรงค์ (27 - 29 ธ.ค.2562) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,504 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 159 คน ผู้บาดเจ็บ รวม 1,549 คน

ปรับแผนการจัดตั้งจุดตรวจให้สอดคล้องกับสถานการณ์อุบัติเหตุ ควบคู่กับการใช้กลไกระดับพื้นที่คุมเข้มพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะอุบัติเหตุจากการดื่มแล้วขับในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีอายุไม่ถึง 20 ปี ให้ดำเนินคดีและขยายผลการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง อีกทั้งกวดขันการใช้อุปกรณ์นิรภัยทุกที่นั่งในรถทุกประเภท เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนให้ได้มากที่สุด

พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะประธานแถลงข่าวว่า หน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 29 ธ.ค.2562 ซึ่งเป็นวันที่สามของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 531 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 47 คน ผู้บาดเจ็บ 560 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 31.83 ขับรถเร็ว ร้อยละ 30.89 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 80.55 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง 65.16 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 38.42 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 34.65 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 27.68 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 24.88

ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,046 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 64,599 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 956,570 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 216,804 คน มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 58,550 คน ไม่มีใบขับขี่ 52,434 คน

สำหรับจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ นครปฐม (จังหวัดละ 25 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (5 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครปฐม (31 คน) สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 3 วันของการรณรงค์ (27 - 29 ธ.ค.2562) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,504 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 159 คน ผู้บาดเจ็บ รวม 1,549 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 21 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ ลำปาง (48 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (จังหวัดละ 10 คน) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครปฐม (56 คน)

พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์กล่าวต่อว่า ศปถ.ได้สั่งการจังหวัดป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเข้มข้น กำชับเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจดูแลเส้นทางสายหลัก – สายรองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่มีสถิติอุบัติเหตุสูง เน้นการปรับแผนการจัดตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจให้สอดคล้องกับสถานการณ์อุบัติเหตุ ควบคู่กับการใช้กลไกระดับพื้นที่ อาทิ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำรวจ จิตอาสาพระราชทาน และอาสาสมัคร บูรณาการจัดตั้งด่านชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องปรามผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ

นอกจากนี้ ได้จัดชุดสายตรวจดูแลความปลอดภัยเส้นทาง รอบสถานที่จัดงานรื่นเริง และสถานบันเทิง ในช่วงเวลา 23.00 – 02.00 น. เป็นพิเศษ เน้นกวดขันผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงดื่มแล้วขับ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีอายุไม่ถึง 20 ปี หากเกิดอุบัติเหตุจากการดื่มแล้วขับ ให้ดำเนินคดีและขยายผลการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ปกครองและผู้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างจริงจัง

นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง เปิดเผยว่า เส้นทางสัญจรส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตชุมชนมากถึงร้อยละ 80 ในช่วงของการเฉลิมฉลองจึงมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุบนถนนสายรองมากกว่าปกติ ศปถ.ได้เพิ่มความเข้มข้นการปฏิบัติงานของด่านชุมชน เน้นการเรียกตรวจผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงดื่มแล้วขับ และไม่สวมหมวกนิรภัย นอกจากนี้ ยังคุมเข้มการใช้อุปกรณ์นิรภัยทุกที่นั่งในรถทุกประเภท ทั้งรถเช่า รถโดยสารสาธารณะ และรถยนต์ส่วนบุคคล ทั้งนี้ เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตและบาดเจ็บรุนแรง

ด้าน นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เลขานุการ ศปถ. เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในระยะนี้หลายพื้นที่อาจมีฝนตก ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากสภาพถนนเปียกลื่นและทัศนวิสัยไม่ดี ศปถ.จึงประสานจังหวัดดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกให้กวดขันการใช้ความเร็วเป็นพิเศษ

กลับขึ้นด้านบน