“สมศักดิ์” ระบุโพลหนุน “ธนาธร” นั่งนายกฯ แค่เสียงส่วนหนึ่ง

“สมศักดิ์” ระบุโพลหนุน “ธนาธร” นั่งนายกฯ แค่เสียงส่วนหนึ่ง

“สมศักดิ์” ระบุโพลหนุน “ธนาธร” นั่งนายกฯ แค่เสียงส่วนหนึ่ง

รูปข่าว : “สมศักดิ์” ระบุโพลหนุน “ธนาธร” นั่งนายกฯ แค่เสียงส่วนหนึ่ง

สมศักดิ์ระบุ โพลเชียร์ธนาธรเป็นนายกฯ แค่เสียงส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ความเห็นคนส่วนใหญ่ ชี้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ไร้ประโยชน์ ยังมี ส.ว.ดักคออยู่ - ระบุมีปรับ ครม. หลังศึกซักฟอก และเชื่อว่ายังมีงูเห่า

วันนี้ (30 ธ.ค.2562) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย ระบุว่า มีวายร้ายตัวใหม่ชังชาติน่ากลัว และกำแหงมาก ว่า อยากให้ความเห็นที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการพูดคุยมากกว่าที่จะทำให้เกิดความขัดแย้ง หรือเกิดการปะทะกันของประชาชนนั้น ส่วนตัวไม่เห็นด้วย พร้อมมองว่า ความเห็นต่างของการเมืองภายในประเทศ อย่ามองว่า เป็นความขัดแย้ง หรือจะทำให้เกิดความขัดแย้ง เพราะจะทำให้ประเทศเสียหาย และส่งผลกระทบต่อประชาชน ส่วนการเคลื่อนไหวนอกสภานั้น เป็นความเห็นต่างไม่ใช่ความขัดแย้ง และเคยเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว ประเทศคงจะมีบทเรียน ไม่ให้เกิดความแตกแยกอีก

ส่วนกรณีที่ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนพบว่า ประชาชนสนับสนุนให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เป็นนายกรัฐมนตรี นายสมศักดิ์กล่าวว่า ไม่ควรนำความเห็นของคนเพียงบางกลุ่ม มาตัดสินความเห็นของความส่วนใหญ่ จึงยังไม่สามารถตัดสินคะแนนความนิยมของรัฐบาลที่อยู่ในช่วงขาลงได้

และเชื่อมั่นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะยังสามารถนำพาประเทศไปรอดได้ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจ เพราะมีทีมเศรษฐกิจที่ดีอีกทั้งนายกรัฐมนตรี ยังได้สั่งเก็บรวมรวบข้อมูลและปัญหาต่างๆ เพื่อแก้ไขและบูรณาการงานแต่ละกระทรวง

นายสมศักดิ์กล่าวต่อถึงรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำว่า รัฐบาลและพรรคร่วม อาจจะต้องทำการบ้านและพบปะกันบ่อยขึ้น เพื่อพูดคุยการพิจารณาญัตติต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่พรรคร่วม จะต้องพูดคุยทำความเข้าใจกัน เพื่อให้สามารถผ่านพ้นไปได้ และการเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ จะต้องมีงูเห่าซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา

นายสมศักดิ์ยังกล่าวถึงการทำหน้าที่ของกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ทุกพรรคการเมืองเห็นด้วยให้มีการตั้งกรรมาธิการ แต่ยังต้องรอให้กรรมาธิการศึกษาแนวทางการแก้ไขไปก่อนว่าจะแก้ไขส่วนใด และมาตราใดที่เป็นปัญหา และด้วยความต้องการแก้ไขของรัฐบาลในรายมาตรา และการตั้ง สสร. เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ของฝ่ายค้านนั้น ก็อาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ

นายสมศักดิ์กล่าวว่า นโยบายที่พรรคพลังประชารัฐ เคยหาเสียงมา ทั้งนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ หรือนโยบายด้านการเกษตรอาจไม่สามารถปฏิบัติได้ 100 % เพราะเป็นข้อจำกัดการเป็นรัฐบาลผสม

ส่วนการปรับคณะรัฐมนตรีในปีหน้านั้น นายสมศักดิ์กล่าวว่า จะมีการปรับคณะรัฐมนตรีทุกครั้งหลังมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นเรื่องปกติ แต่ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่า นายกรัฐมนตรีจะคิดเห็นอย่างไร

นายสมศักดิ์ยังกล่าวถึงอายุของรัฐบาลจะอยู่ได้ครบ 4 ปีหรือไม่ว่า ปัจจัยเอื้อก็มีให้อยู่ครบ 4 ปี เพราะจะต้องพิจารณาดูว่า หากยุบสภาแล้ว รัฐบาลจะได้รับการเลือกตั้งอย่างท่วมท้นหรือไม่ แต่มั่นใจว่า รัฐบาลชุดนี้ มีโอกาสอยู่ครบ 4 ปีสูง เพราะถ้าประเทศมีการเลือกตั้งบ่อย ๆ ประเทศก็จะบอบช้ำ และยังมี ส.ว.ที่ยังมีอำนาจโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ทำให้การเลือกตั้งใหม่ อาจไม่มีผลใดๆ และฝ่ายค้าน อาจมาช่วยประคองสถานการณ์ เพื่อแก้รัฐธรรมนูญ หรือทำประโยชน์ให้กับทุกฝ่าย

กลับขึ้นด้านบน