กทม.เสี่ยงมีผู้เสียชีวิตมากสุดช่วงเทศกาลปีใหม่

กทม.เสี่ยงมีผู้เสียชีวิตมากสุดช่วงเทศกาลปีใหม่

กทม.เสี่ยงมีผู้เสียชีวิตมากสุดช่วงเทศกาลปีใหม่

รูปข่าว : กทม.เสี่ยงมีผู้เสียชีวิตมากสุดช่วงเทศกาลปีใหม่

กทม.เสี่ยงมีผู้เสียชีวิตมากสุดช่วงเทศกาลปีใหม่ เพราะเพียงแค่ 3 วัน เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตสะสมแล้ว 10 คน ขณะที่ปีที่แล้วใน 7 วันที่มีการรณรงค์ มีเพียง 15 คน เท่านั้น

เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้จะมีการรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 7 วันอันตราย แต่ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 3 วัน (วันที่ 27-29 ธ.ค.2562) เสียชีวิตสะสมแล้ว 159 คน สาเหตุส่วนใหญ่ยังมาจากเมาแล้วขับและขับรถเร็ว โดยกรุงเทพมหานครมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด

นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์  ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน

นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน

นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน ระบุว่า เพียงแค่ 3 วัน มีคนเสียชีวิตแล้ว 10 คน เป็นสถิติสูงที่กรุงเทพมหานครต้องเร่งสร้างความปลอดภัยในช่วงเทศกาลมากขึ้นกว่าเดิม เพราะปัจจัยถนนโล่งและการขับรถเร็วมีผลต่อการเกิดอุบัติเหตุสูงสุดในช่วงเทศกาล โดยช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด คือช่วง 4 โมงเย็น ถึง 2 ทุ่ม และอาจจะยังมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเพราะเริ่มมีการฉลองเกิดขึ้น

นอกจากนี้ ในการประชุมวันนี้ (30 ธ.ค.) ของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ที่ประชุมให้ความสำคัญกับอุบัติเหตุใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ กรณีรถกระบะบรรทุกนักเรียน 15 คน เพื่อจะไปแข่งฟุตบอลที่คลอง 14 เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งบริเวณถนนเลียบคลอง 13 จากรายงานสรุปอุบัติเหตุในที่ประชุม พบว่า ผู้ขับได้ใช้ความเร็วเพื่อพยายามที่จะแซงรถที่อยู่ข้างหน้า แต่มีรถตู้วิ่งสวนมาในเลนตรงข้าม จึงได้เบรคและหักหลบกระทันหัน จนรถเสียหลักไปชนต้นไม้และสะบัดชนกับรถตู้ โดยอุบัติเหตุนี้มีผู้เสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บ 3 คน

 

 

นอกจากนี้ ยังมีกรณีเหตุรถเก๋งพ่อแม่ลูกที่กำลังจะเดินทางจาก จ.สมุทรปราการ เพื่อพาครอบครัวไปพักผ่อนช่วงวันหยุดช่วงเทศกาลปีใหม่ ในรายงานของศูนย์อำนวยการป้องกันฯ คาดว่าผู้ขับใช้ความเร็ว และไม่ชินทางจนเกิดอุบัติเหตุขึ้น โดยในที่เกิดเหตุพบรอยเบรกเป็นทางยาวประมาณ 50 เมตร ทำให้พ่อและแม่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุโดยไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ขณะที่ลูก 2 คน ที่มีอายุ 6 ปี และ 2 ปี บาดเจ็บ

 

ด้าน นพ.พรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ ระบุว่า การใช้ทางลัดเพื่อย่นระยะเวลาการเดินทางไปถึงจุดหมายให้เร็วขึ้น เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ทั้งที่มีการแจ้งให้เลี่ยงไปทางลัด และเห็นว่าปีหน้าจะต้องจัดการความปลอดภัยในเส้นทางนี้ด้วย

 

 

ขณะที่สถิติเมื่อวานนี้(29 ธ.ค.) ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนน 7 วันอันตราย พบว่า เกิดอุบัติเหตุทั้งหมด 531 ครั้ง เสียชีวิต 47 คน บาดเจ็บ 560 คน ส่วนสาเหตุพบว่า ร้อยละ 53.5 เกิดจากพฤติกรรมขับเร็ว เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่พบเพียงร้อยละ 38.2 

 

 

ส่วนสถิติการเกิดอุบัติเหตุสะสม 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 27-29 ธ.ค. พบว่าเกิดอุบัติเหตุรวมแล้ว 1,504 ครั้ง เสียชีวิต 159 คน และบาดเจ็บ 1,549 คน ซึ่งหากเทียบกับปีที่แล้ว พบว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตลดลง 38 คน คิดเป็นร้อยละ 19 ซึ่งอาจเป็นผลจากการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด รวมกับข้อมูลจากกระทรวงคมนาคมระบุว่า ปีนี้มีจำนวนรถที่ออกจากกรุงเทพมหานครน้อยกว่าปีที่แล้ว

ขณะที่สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ เมาสุรา คิดเป็นร้อยละ 31.83 รองลงมาคือ ขับรถเร็วเกินกำหนดร้อยละ 30.89 โดยพบรถจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ร้อยละ 80.55 และส่วนใหญ่เกิดบนถนนทางตรง

 

 

 

จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด คือ ลำปาง เกิดอุบัติเหตุ 48 ครั้ง ส่วนจังหวัดที่พบผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด คือ กรุงเทพมหานคร มีผู้เสียชีวิตมากถึง 10 คนภายใน 3 วัน ขณะที่ปีที่แล้ว 7 วัน มีผู้เสียชีวิต 15 คน ส่วนตัวเลขการบาดเจ็บสะสมสูงสุด คือนครปฐม 56 คน

 

 

นักวิชาการด้านอุบัติเหตุทางถนนย้ำว่า คืนวันที่ 30 ธ.ค. อาจจะเกิดอุบัติเหตุจากคนเมามากกว่าการขับรถเร็วเพราะเริ่มมีการฉลอง ซึ่งด่านชุมชนต้องกำชับเข้าถึงสถานที่จัดงาน และร่วมกันเตือนลูกหลานอย่าเมาแล้วขับ

 

 

กลับขึ้นด้านบน