หยุดปีใหม่ 5 วัน เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 256 คน

หยุดปีใหม่ 5 วัน เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 256 คน

หยุดปีใหม่ 5 วัน เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 256 คน

รูปข่าว : หยุดปีใหม่ 5 วัน เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 256 คน

สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมช่วง 5 วันของการรณรงค์ในเทศกาลปีใหม่ เกิดอุบัติเหตุรวม 2,529 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตรวม 256 คน บาดเจ็บรวม 2,588 คน จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร

วันนี้ (1 ม.ค.2563) ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2563 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2562 เกิดอุบัติเหตุ 542 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 42 คน มีผู้บาดเจ็บ 567 คน ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร”

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 32.29 ขับรถเร็ว ร้อยละ 29.52 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 80.97 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง 63.10 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 37.82 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 35.42

ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 27.49 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 24.96

จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (18 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ระนอง ยโสธร และสกลนคร (จังหวัดละ 3 คน) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (21 คน)

สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 5 วันของการรณรงค์ (27 - 31 ธ.ค.62) เกิดอุบัติเหตุรวม 2,529 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 256 คน ผู้บาดเจ็บรวม 2,588 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 11 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (76 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (12 คน) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (77 คน)

 

นายวีระ แข็งกสิการ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานสรุปผลการดำเนินงานศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 กล่าวว่า วันนี้เป็นวันหยุดสุดท้ายของเทศกาลปีใหม่ คาดว่าประชาชนส่วนใหญ่จะเริ่มเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานครและภูมิลำเนา ทำให้เส้นทางสายหลักและเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดมีปริมาณรถหนาแน่น ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน จึงได้ประสานพื้นที่ปรับแผนการตั้งจุดตรวจและจุดบริการประชาชนให้เหมาะสมกับสถานการณ์และสภาพพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้เกิดความคล่องตัว โดยให้เพิ่มความถี่ในการเรียกตรวจเพื่อชะลอความเร็วรถและประเมินความพร้อมผู้ขับขี่ เน้นการเฝ้าระวัง ตักเตือน พูดคุย ซักถาม หากเห็นว่าผู้ขับขี่มีสภาพอ่อนล้า ควรแนะนำให้หยุดพักให้ร่างกายพร้อมสำหรับเดินทาง เพื่อป้องกันการหลับใน

นอกจากนี้ ให้คุมเข้มความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถ กวดขันการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดและการใช้ยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทของพนักงานขับรถก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงกำชับให้ปฏิบัติตามระเบียบ กฎหมายอย่างเคร่งครัด ตลอดจนจัดเตรียมรถโดยสารให้เพียงพอรองรับการเดินทางกลับของประชาชน

ทั้งนี้ ประสานพื้นที่เข้มข้นจุดตรวจบนเส้นทางสายหลัก ทางเลี่ยง ทางลัด กำชับให้เจ้าหน้าที่เข้มข้นการเรียกตรวจความพร้อมของผู้ขับขี่ ป้องกันอุบัติเหตุง่วงหลับใน และกวดขันพฤติกรรมเสี่ยงขับรถเร็วและไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย พร้อมคุมเข้มความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถ รวมถึงประชาสัมพันธ์ข้อมูลการเตรียมพร้อมก่อนเดินทาง สภาพการจราจร และเส้นทาง เพื่อให้ประชาชนวางแผนก่อนออกเดินทาง

 

 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

วันแรกเกิดอุบัติเหตุ 464 ครั้ง 30% เมาแล้วขับ

กทม.เสี่ยงมีผู้เสียชีวิตมากสุดช่วงเทศกาลปีใหม่

 

 

กลับขึ้นด้านบน