ไฟป่าออสเตรเลีย คลื่นความร้อน และปรากฏการณ์ Positive IOD

ไฟป่าออสเตรเลีย คลื่นความร้อน และปรากฏการณ์ Positive IOD

ไฟป่าออสเตรเลีย คลื่นความร้อน และปรากฏการณ์ Positive IOD

รูปข่าว : ไฟป่าออสเตรเลีย คลื่นความร้อน และปรากฏการณ์ Positive IOD

สถานการณ์ไฟป่ารุนแรงในออสเตรเลียที่ขณะนี้กำลังโหมลุกไหม้เผาผลาญพื้นที่รัฐนิวเซาท์เวลส์ และรัฐวิคตอเรีย สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากสภาพอากาศร้อนจัดจากคลื่นความร้อน ซึ่งเป็นผลมาจากปรากฏการณ์ “Positive IOD” ที่ซ้ำเติมวิกฤตไฟป่าให้เลวร้ายขึ้น

ความรุนแรงจากไฟป่าทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 23 คน และสูญหายอีก 6 คน (ตัวเลข ณ วันที่ 5 ม.ค.2563) ขณะที่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ รัฐนิวเซาท์เวลส์ และรัฐวิคตอเรีย ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ไฟป่าเผาผลาญพื้นที่ไปแล้วไม่ต่ำกว่า 30 ล้านไร่ ส่งผลให้เกิดฟ้าผ่าในขณะที่ไม่มีฝนตก (Dry Lightning) หรือ ฟ้าผ่าแห้ง ยิ่งเติมเชื้อไฟจนทำให้สถานการณ์เลวร้ายมากขึ้น

ความรุนแรงของไฟป่าสร้างความเสียหายให้อาคารบ้านเรือนในรัฐนิวเซาท์เวลส์ 1,365 หลัง และจำนวนบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายน่าจะเพิ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยซิดนีย์ คาดการณ์ว่า ไฟป่าในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ตั้งแต่เดือน ก.ย.ปีที่แล้ว คร่าชีวิตสัตว์ป่ากว่า 480 ล้านตัว สาเหตุการตายมีทั้งไฟคลอกไปจนถึงขาดแคลนอาหาร

“IOD” สาเหตุคลื่นความร้อนซ้ำเติมวิกฤตไฟป่า

ปรากฏการณ์ Indian Ocean Dipole (IOD) หรือ Indian Niño เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลของฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก บริเวณแถบเส้นศูนย์สูตรของมหาสมุทรอินเดีย ตามปกติปรากฏการณ์นี้จะมี 3 แบบ คือ

1. Neutral
2. Positive
3. Negative

สภาพอากาศร้อนจัดในออสเตรเลีย เป็นผลมาจากปรากฏการณ์ “Positive IOD” เมื่อลมตะวันตกอ่อนกำลังและลมตะวันออกพัดน้ำอุ่นไปฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรอินเดียมากขึ้น ทำให้ผิวน้ำมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ ขณะที่น้ำเย็นจากชั้นน้ำลึกใต้มหาสมุทรจะไหลขึ้นมาบนผิวน้ำ บริเวณฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรอินเดียมากขึ้นแทนน้ำอุ่นที่ถูกพัดไปทางฝั่งตะวันตก ทำให้ผิวน้ำมีอุณหภูมิต่ำกว่าปกติ

 

ผลจากความผิดปกติของการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิผิวน้ำในลักษณะนี้ คือ น้ำอุ่นฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรอินเดียระเหยเป็นไอน้ำมาก ความชื้นในอากาศสูง ปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายประเทศทางตะวันออกของแอฟริกา ขณะที่น้ำเย็นฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรอินเดียระเหยเป็นไอน้ำน้อย ความชื้นในอากาศต่ำ ปริมาณน้ำฝนลดลง ทำให้เกิดภัยแล้งในออสเตรเลียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ปรากฏการณ์นี้ทำให้หลายพื้นที่ของออสเตรเลียเผชิญคลื่นความร้อนช่วงสัปดาห์สิ้นปี จนบางพื้นที่อุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ยิ่งซ้ำเติมวิกฤตไฟป่าให้เลวร้ายขึ้น

สำนักข่าวบีบีซี ระบุว่าปี 2562 เป็นปีที่ปรากฏการณ์ Positive IOD มีความรุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี

ตามปกติ ปรากฏการณ์ Positive (หรือ Negative) IOD จะเกิดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (มี.ค.-พ.ค.) หรือฤดูหนาว (มิ.ย.-ส.ค.) และจะกลับเข้าสู่ Neutral IOD ในช่วงสิ้นสุดฤดูใบไม้ผลิ (ประมาณเดือน พ.ย.)

แต่หัวหน้าฝ่ายการพยากรณ์ระยะยาวของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลีย ระบุว่า สาเหตุของสภาพอากาศร้อนจัดและภัยแล้งเป็นผลมาจากปรากฏการณ์ Positive IOD ที่อ่อนกำลังล่าช้ากว่าปกติ

ไฟป่าออสเตรเลียสะท้อนปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ?

ประเด็นนี้ยังเป็นข้อถกเถียงในสังคมออสเตรเลีย แต่มติส่วนใหญ่ของนักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มมากขึ้นจะทำให้โลกร้อนขึ้นและอุณหภูมิในออสเตรเลียเองก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้น

นักวิทยาศาสตร์เคยเตือนว่า สภาพอากาศร้อนและแห้งขึ้นจะทำให้เกิดไฟป่าถี่และรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วและครอบคลุมพื้นที่เป็นวงกว้างมากขึ้นด้วย


พงศธัช สุขพงษ์ ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส

 

ข้อมูลอ้างอิง
[1] Australia’s Wildfire Crisis: Key Numbers Behind the Disaster

[2] Indian Ocean Dipole: What is it and why is it linked to floods and bushfires?

[3] Indian Ocean influences on Australian climate

[4] Oceans play role in Australian bushfires drama, say experts

[5] Is climate change to blame for Australia's bushfires?

 

กลับขึ้นด้านบน