เจาะเส้นทาง "ช้างศึก ยู-23" ชิงแชมป์เอเชีย

เจาะเส้นทาง "ช้างศึก ยู-23" ชิงแชมป์เอเชีย

เจาะเส้นทาง "ช้างศึก ยู-23" ชิงแชมป์เอเชีย

วันพรุ่งนี้ (8 ม.ค.) ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เตรียมลงแข่งขันรายการฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย ที่มีตั๋วโอลิมปิกเกมส์เป็นเดิมพัน โดยไทยเจ้าภาพ อยู่ร่วมกลุ่มเอ กับ บาห์เรน ออสเตรเลีย และอิรัก ซึ่งเมื่อดูจากเส้นทางถือว่ากลุ่มนี้ไม่ง่าย แต่ไม่ยากจนเกินไป

รูปข่าว : เจาะเส้นทาง "ช้างศึก ยู-23" ชิงแชมป์เอเชีย

วันนี้ (7 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 8-26 ม.ค.นี้ ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้มีตั๋วโอลิมปิกเกมส์ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเดิมพัน ทีมช้างศึก ยู-23 อยู่กลุ่มเอ กับ บาห์เรน ออสเตรเลีย และอิรัก ลองไปดูเส้นทางและโอกาสว่าจะมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด

ด่านแรก "บาห์เรน" ประมาทไม่ได้

ภาพ : สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ

ภาพ : สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ

เริ่มกันที่ บาห์เรน ด่านแรกที่ทีมชาติไทยจะต้องเจอในวันที่ 8 ม.ค. ที่เข้ารอบสุดท้ายมาในฐานะแชมป์ของกลุ่มบี ภายใต้การคุมทีมของ ซาเมอร์ ชัมมัม โค้ชชาวตูนีเซีย ที่สร้างทีมชุดนี้ต่อยอดมาจากชุด 19 ปี โดยมีผู้เล่นถึง 9 คนที่ติดทีมชาติชุดใหญ่ไปแล้ว

แม้หลายฝ่ายจะมองว่าบาห์เรนเป็นทีมที่ไทยมีโอกาสเก็บชัยชนะมากที่สุด แต่บาห์เรนชุดนี้มีการเตรียมความพร้อมที่ดี มีประสบการณ์และความต่อเนื่องมากพอสมควร ทำให้ไทยไม่สามารถประมาทบาห์เรนได้ แต่มีสิทธิ์ที่ไทยจะเก็บชัยชนะได้สูง

ด่าน 2 "ออสซี่" วัดโอกาสเข้ารอบ

ภาพ : สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ

ภาพ : สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ

ต่อกันที่ ออสเตรเลีย ทีมเต็งแชมป์กลุ่ม และทีมเต็งของรายการนี้ ที่ไทยจะเจอในวันที่ 11 ม.ค. เคยไปเล่นโอลิมปิกเกมส์ รอบสุดท้าย มาแล้วถึง 7 สมัย เข้ารอบสุดท้ายมาในฐานะ อันดับ 2 ที่ดีที่สุด 1ใน 4 ทีม ภายใต้การคุมทีมของ เกรแฮม อาร์โนลด์ โค้ชจากทีมชาติชุดใหญ่ ที่มีการเตรียมทีมมาต่อเนื่อง 

แม้ว่าก่อนหน้านี้ สมาพันธ์ฟุตบอลออสเตรเลีย สั่งแบน 4 นักเตะตัวหลัก คือ ไรลี แม็คกรี, ทาธาเนียล แอทกินสัน, ลาคแลนด์ เวลส์ และแบรนดน วิลสัน จากการประพฤติตัวไม่เหมาะสมในช่วงรอบคัดเลือก

แต่ทีมออสเตรเลียชุดนี้ยังอุดมไปด้วยนักเตะฝีเท้าดีที่เล่นอยู่ในลีกยุโรปถึง 13 คน และล่าสุดพึ่งคว้าแชมป์ดาซู ร็อค คาร์วิง ที่ประเทศจีนมาครอง จากผลงาน ชนะ 3 นัดรวด นัดที่ 2 จึงอาจหมายถึงโอกาสเข้ารอบต่อไปของทั้ง 2 ทีม เชื่อว่าออสเตรเลียจะเดินหน้าบุกไทยเต็มรูปแบบ ซึ่งน่าจะเป็นนัดที่ยากที่สุดของไทย แต่ถ้าสามารถแบ่งแต้มได้ ไทยก็มีโอกาสเข้ารอบต่อไปสูง

ด่าน 3 "อิรัก" นัดชี้ชะตาแท้จริง

ภาพ : สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ

ภาพ : สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ

นัดสุดท้ายของกลุ่มเอ วันที่ 14 ม.ค. พบกับอิรักที่เคยคว้าอันดับ 3 เมื่อ 4 ปีที่แล้ว และไปโอลิมปิกเกมส์มาแล้วถึง 5 ครั้ง ซึ่งเมื่อมาถึงนัดนี้ ถ้า 2 นัดแรกเป็นอย่างที่ไทยต้องการ นัดนี้จะเป็นการชี้ชะตาเข้ารอบของไทยอย่างแท้จริง อิรักชุดนี้ นักเตะไทยหลายคนคุ้นเคยดี เพราะถูกดันขึ้นมาจากชุด 19 ปี ที่เสมอกับไทย 3-3 ในศึกยู-19 ชิงแชมป์เอเชีย เมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่นักเตะชุดนี้มีถึง 9 คนที่ถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่ไปแล้ว และ 3 คนเล่นในลีกยุโรป

การพบกับอิรักในแต่ละครั้ง ไม่ใช่งานง่าย ด้วยสไตล์การเล่นที่เต็มไปด้วยความสามารถเฉพาะตัวตามแบบตะวันออกกลาง แต่อากิระ นิชิโนะ ก็พิสูจน์ ให้เห็นมาแล้วในทีมชุดใหญ่ว่า สามารถเอาชนะทีมจากตะวันออกกลางได้ ถ้าเกมรับไทยไม่เสียประตูง่าย ก็มีสิทธิ์เอาชนะได้เช่นกัน

รอบต่อไป เจอของแข็งรออยู่

ทั้งนี้ หากในรอบแรก ทีมชาติไทยสามารถผ่านเข้ารอบด้วยการเป็นอันดับ 1 หรืออันดับ 2 ของกลุ่มเอ รอบต่อไปไทย จะต้องพบกับทีมในกลุ่มบี อย่าง ญี่ปุ่น แชมป์ปี 2016, กาตาร์ อันดับ 3 ปี 2018, ซาอุดิอาระเบีย รองแชมป์ปี 2013 และซีเรีย

 

กลับขึ้นด้านบน