ไทม์ไลน์ งบฯ 2563 ล่าช้า 4 เดือน

ไทม์ไลน์ งบฯ 2563 ล่าช้า 4 เดือน

ไทม์ไลน์ งบฯ 2563 ล่าช้า 4 เดือน

รูปข่าว : ไทม์ไลน์ งบฯ 2563 ล่าช้า 4 เดือน

เปิดฉากครั้งแรกในรอบ 6 ปี การอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท

ไทยพีบีเอส รวบรวมไทม์ไลน์การพิจารณาร่างงบประมาณถ้าย้อนกลับไปจะเห็นว่า สภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ด้วยคะแนน 251 เสียง ไม่รับหลักการ 0 เสียง งดออกเสียง 234 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง ซึ่งวันนั้น ส.ส.พรรคการเมืองฝ่ายค้าน ไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมาย แต่ย้ำที่จะยึดหลักให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าจึง "งดออกเสียง"

และนับแต่เดือน ต.ค.2562 จนถึงทุกวันนี้ รัฐบาลยังคงเบิกจ่ายงบประมาณคงเหลือของปี 2562 พร้อมกับการเบิกจ่ายงบประมาณของปี 2563 ในแบบพลางก่อน ซึ่งเท่ากับใช้จ่ายงบของปี 2563 ในทางปฏิบัติ แต่ในทางกฎหมายจะมีผลต่อเมื่อร่างกฎหมายมีผลบังคับใช้ ในเดือน ก.พ.นี้ ซึ่งถือว่าล่าช้ากว่ากรอบปฏิทินปกติกว่า 4 เดือน

ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ต้องพิจารณาแล้วเสร็จภายใน 105 วัน ซึ่งเป็นไปตามกรอบการดำเนินการในมาตรา 143 ของรัฐธรรมนูญปี 2560 ระบุไว้ ซึ่งตามไทม์ไลน์ จะหมายถึงวันที่ 17 และ 19 ต.ค.2562 ที่สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการ หรือวาระที่ 1

และจากการอภิปรายพิจารณาและลงมติเรียกว่าผ่านฉลุย ในวันที่ 19 ต.ค. ที่ประชุมสภาฯลงมติ 251 เสียง ไม่รับหลักการ 0 เสียง งดออกเสียง 234 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง โดยมีจำนวนผู้เข้าประชุมรวมทั้งสิ้น 488 เสียง จากนั้นได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างกฎหมาย จำนวน 64 คน ประกอบด้วย คณะรัฐมนตรี 15 คน ฝ่ายค้าน 24 คน และฝ่ายรัฐบาล 24 คน โดยกำหนดทำงานร่วมกัน 60 วัน

เมื่อผ่านจากขั้นกรรมาธิการฯแล้ว วันที่ 8 -10 ม.ค. 2563 นี้ สภาผู้แทนราษฎรกำหนดประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างกฎหมายฉบับนี้ ในวาระที่ 2 และ 3 โดยวาระที่ 2 จะเป็นการอภิปรายร่างกฎหมายเรียงตามมาตรา ตามที่คณะกรรมาธิการฯพิจารณา ลงมติโดยใช้เสียงข้างมาก ส่วนวาระที่ 3 ที่ประชุมจะมีการลงมติว่าเห็นชอบหรือไม่ทั้งฉบับ

ซึ่งหากไม่ได้รับการเห็นชอบ เท่ากับร่างกฎหมายจะตกไป และรัฐบาลต้องรับผิดชอบด้วยการลาออกหรือยุบสภาเช่นกัน หากผ่านการลงมติจากสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่ 3 แล้ว ตามกระบวนการพิจารณา วันที่ 20 ม.ค.นี้ จะเข้าสู่ขั้นตอนวุฒิสภา เพื่อให้ความเห็นชอบร่างกฎหมายฉบับนี้ ตามมาตรา 143 ของรัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดให้ “วุฒิสภาจะต้องให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบภายใน 20 วัน นับแต่วันรับร่างไว้ และจะแก้ไขเพิ่มเติมใดๆ ไม่ได้

ทั้งนี้ หากพ้นกําหนดเวลาให้ถือว่าวุฒิสภาเห็นชอบกับร่างกฎหมายฉบับนี้หากวุฒิสภาไม่เห็นชอบ ให้ส่งกลับไปที่สภาผู้แทนราษฎร หากสภาผู้แทนราษฎรลงมติยืนยัน ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาฯแล้ว ให้ถือว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา แต่ก็คาดการณ์ว่า วันที่ 27 ม.ค.นี้ กระบวนการทั้งหมดจะเสร็จเรียบร้อย สำนักเลขาธิการ ครม. จะนำร่างกฎหมาย ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อประกาศบังคับใช้ได้ ไม่เกินเดือน ก.พ.นี้ 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน