ชำแหละมาตรา 6 ผ่านงบกลาง ไม่ตัดเงินฉุกเฉิน 9.6 หมื่นล้าน

ชำแหละมาตรา 6 ผ่านงบกลาง ไม่ตัดเงินฉุกเฉิน 9.6 หมื่นล้าน

ชำแหละมาตรา 6 ผ่านงบกลาง ไม่ตัดเงินฉุกเฉิน 9.6 หมื่นล้าน

รูปข่าว : ชำแหละมาตรา 6 ผ่านงบกลาง ไม่ตัดเงินฉุกเฉิน 9.6 หมื่นล้าน

ฝ่ายค้านยังยืนยันปรับลดงบฯ กลาง ชี้รัฐบาลใช้ผิดประเภท วิธีการ และยังพบการทุจริต ระบุการตัดงบกระทบเงินช่วยเหลือประชาชน และสนับสนุนบุคคลากรการแพทย์

ติงตัดงบฯ แก้ปัญหาปชช.-บุคคลากรการแพทย์

วันนี้ (8 ม.ค.2563) เวลา 15.40 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย กมธ.ที่สงวนความเห็นในมาตรา 6 งบประมาณรายจ่ายกลาง 5.1 แสนล้านบาท ระบุว่า ขอปรับลดลง 20 % เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่าการทำงบฯ รายจ่าย หากใช้แนวคิดลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจให้ประชาชน งบกลางควรมีสัดส่วนลดลงด้วย

นายสิริพงศ์กล่าวว่า ขอปรับลดในส่วน (4) ถึง (11) เพราะตัวเลขหลายส่วนย้อนแย้งกัน เช่น เบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญที่สูงขึ้นกว่าปีที่แล้วเกือบ 4 หมื่นล้านบาท แต่รายการอื่น ๆ เช่น เงินสำรอง เงินสมทบ ควรลดลงแต่กลับสูงขึ้น

การทำงบฯ ปี 63 สำนักงบฯ ตัดเงินอุดหนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการแก้ปัญหาประชาชน, การจัดสรรงบฯ ให้ทบวง กระทรวงต่างๆ ไม่เพียงพอ เช่น ไม่มีการสร้างสนามกีฬาเพิ่ม ไม่มีการสร้างที่พักบุคลากรทางการแพทย์

สำรองงบฯ ฉุกเฉินมากเกินจำเป็น

ต่อมาเวลา 15.49 น. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เสนอขอปรับงบกลางลงไป 3.2 หมื่นล้านบาท เพราะตลอดปี 2549-2563 สัดส่วนสูงขึ้น และรัฐบาลสำรองเงินไว้มากเกินความจำเป็น ซึ่งไม่รู้ว่านำไปจัดสรรให้หน่วยงานไหนบ้าง ขณะที่ยังพบว่า หลายปีมีการใช้เป็นสัดส่วนน้อยมาก

ถ้าเทียบช่วงหลายปีที่ผ่านมา เงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินและจำเป็นที่ไม่สามารถเบิกจ่ายมี 69% ดังนั้นในปีงบฯ 63 มีรายการเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นไว้สูงเกินศักยภาพ 6.62 หมื่นล้านบาท สามารถปรับลดได้อีกเหลือ 6.4 หมื่นล้านบาท

จวกใช้งบกลางซื้อรถถังแทนที่จะเป็นกลาโหม

เวลา 16.15 น. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ขอสงวนความเห็นในมาตรา 6 โดยปรับลดเงินสำรองจ่ายฉุกเฉิน 5 % เพราะรัฐบาลตีความกรณีฉุกเฉินไม่ตรงกับความเป็นจริง

นายชวลิตกล่าวว่า บางโครงการใช้งบกลางทั้งที่ไม่มีความฉุกเฉินหรือจำเป็น เช่น ใช้งบฯ ซื้อรถถังเกือบ 3 พันล้านบาท แทนที่จะของบฯ จากกระทรวงกลาโหม โดยขอให้นำเงินดังกล่าวไปแก้ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม

เครื่องบินทำฝนเทียมตก เพราะเป็นเครื่องเก่า และขอให้รัฐบาลดูแลสวัสดิการนักบิน และนำเงินจากงบกลางไปซื้อเครื่องบินทำฝนเทียม

เปิดรัฐใช้งบกลางเพลิน-ผิดประเภท-มีทุจริต

จากนั้นเวลา16.50 น. นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เสนอแปรญัตติปรับลดงบฯ มาตรา 6 ในส่วนงบกลาง โดยระบุว่า การจัดทำงบฯ รายจ่าย ควรสะท้อนนโยบายรัฐบาล วงเงินงบกลางมีรายการทั้งหมด 11 รายการ แต่ขอปรับลดในส่วนของเงินสำรองใช้จ่ายฉุกเฉินจำเป็น ที่ต้องผ่านความเห็นชอบของสภาฯ แต่งบกลางกลับเป็นการใช้ดุลยพินิจของรัฐบาลเป็นสำคัญ เช่น รถหุ้มเกราะ ชิมช็อปใช้

เดือน พ.ย.2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยอมรับว่าใช้งบกลาง 63 ล้านบาท ในโครงการอุทยานราชภักดิ์ แต่กลับพบว่าโครงการดังกล่าวมีการทุจริต

นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า ปี 62 ได้อนุมัติงบกลางใช้ยางพาราในหน่วยงานภาครัฐ แต่รับผิดชอบโดยกองทัพ พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดให้กองทัพที่รับผิดชอบด้านความมั่นคง มาดูแลเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ในปี 2557 อนุมัติเงินให้กองทัพบกใช้จ่ายช่วยน้ำท่วม

ย้อนหลังถึง 3 ปี การใช้งบกลางมีปัญหาผิดวัตถุประสงค์ เพราะเป็นยาสารพัดนึกที่รัฐบาลนำมาใช้จนถึงขั้นเสพติด ประชาชนสงสัยว่าทำไมเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นในงบกลางถึงมหาศาล 9.6 หมื่นล้านบาท หรือตั้งไว้จ่ายค่าปรับเหมืองอัครา ค่าโง่ของการบริหารที่ผิดพลาดของรัฐบาล

เวลา 17.05 น. นายสันติ กีระนันทน์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า ขอยืนยันตัวเลขเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นตามที่เสนอไว้ 9.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเทียบจากตัวเลขปี 62 ใช้จ่ายงบฉุกเฉิน 9.53 หมื่นล้านบาท และไม่ได้ใช้แค่ครึ่งหนึ่งตามที่ถูก ส.ส.อภิปรายและขอปรับลด โดยปีก่อนใช้งบฯ ช่วยผู้ประสบภัยกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท ถ้าตั้งไม่ถึงก็อาจเกิดปัญหากรณีมีความจำเป็น

ขณะที่ นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ไทยจะประสบภัยแล้งในระดับ 2 และกำลังเข้าสู่ระดับ 1 ที่ประสบภัยแล้งรุนแรงที่สุด ตอนนี้มี 77 จังหวัดที่ขาดแคลนน้ำแล้ว อยากให้นำงบกลางที่ตั้งไว้เตรียมมาใช้บูรณาการในโครงการบริหารจัดการน้ำ โดยควรปรับลดเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเหลือ 4.7 หมื่นล้านบาท จาก 9.6 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ที่ประชุมสภาฯ ลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 มาตรา 6 ว่าด้วยเรื่องงบกลาง ที่เสนอตั้งงบงบประมาณรายจ่ายงบกลาง 518,770 ล้านบาท โดยมี ส.ส.เข้าร่วมประชุม 465 คน เห็นด้วยผ่านงบกลาง จำนวน 239 คน ไม่เห็นด้วย 78 คน งดออกเสียง 148 คน 

 

กลับขึ้นด้านบน