ชี้งบฯ พม.ไม่ลดเหลื่อมล้ำ สงเคราะห์รายคน ไม่ตอบโจทย์ระยะยาว

ชี้งบฯ พม.ไม่ลดเหลื่อมล้ำ สงเคราะห์รายคน ไม่ตอบโจทย์ระยะยาว

ชี้งบฯ พม.ไม่ลดเหลื่อมล้ำ สงเคราะห์รายคน ไม่ตอบโจทย์ระยะยาว

รูปข่าว : ชี้งบฯ พม.ไม่ลดเหลื่อมล้ำ สงเคราะห์รายคน ไม่ตอบโจทย์ระยะยาว

ชี้งบฯ พม.ไม่ลดเหลื่อมล้ำ สงเคราะห์แบบรายคน ไม่ตอบโจทย์ระยะยาว หลายปัญหายังไม่แก้ไข ทั้งงบผู้สูงอายุ เด็กแรกเกิด ไม่อน่ใจได้ทั่วถึงหรือเปล่า

วันนี้ (9 ม.ค.2563) เวลา 14.05 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกรัฐสภาเริ่มอภิปราย มาตรา 12 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และหน่วยงานในกำกับ ตั้งงบฯ ไว้ 17,898,200,500 บาท

น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ลุกขึ้นอภิปรายเป็นคนแรก ขอเสนอปรับลดงบฯ พม. และหน่วยงานในกำกับ 15 % ระบุว่า กระทรวงนี้มีความสำคัญ แต่ภารกิจในขณะนี้เน้นสังคมสงเคราะห์แบบรายคน ให้แบบนี้เงื่อนไขไม่ตอบโจทย์ระยะยาว และไม่มีงานเชิงพัฒนา

รมว.พม. ให้นโยบายไว้ดีมาก ลดเหลื่อมล้ำ กระจายโอกาส และลดภาระ แต่ยังมีข้อกังขา เช่น การทุ่มงบฯ ประชานิยมที่ไม่ลดเหลื่อมล้ำและไม่เข้าถึงทุกคน อย่างโครงการอุดหนุนเด็กแรกเกิด ที่แม่ต้องพิสูจน์ความจน ถือว่าไม่ลดเหลื่อมล้ำ และการพิสูจน์สิทธิเป็นการสิ้นเปลืองงบฯ

น.ส.ณธีภัสร์กล่าวต่อว่า เห็นด้วยกับการเพิ่มเบี้ยคนพิการ จาก 800 บาท เป็น 1,000 บาท แต่พบว่าคนพิการจำนวนมาก ไม่ทราบว่าสามารถลงทะเบียนรับเงินได้ และผู้ป่วยติดเตียงจำนวนมากที่ไม่ได้ลงทะเบียน นอกจากนี้มีการใช้งบฯ ของหน่วยงานไม่มีประสิทธิภาพ เช่น สำนักปลัดฯ เบิดจ่ายต่ำกว่าเป้าหมาย

ไม่แน่ใจเด็กแรกเกิดได้เงินอุดหนุนหรือเปล่า

จากนั้น นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายเสนอปรับลดงบฯ พม. และหน่วยงานในกำกับ 3 % เนื่องจากจัดงบฯ ยังไม่ครอบคลุมประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งประเทศ โดยยังไม่แน่ใจว่ากรมกิจการเด็กและเยาวชน จัดสรรเงินอุดหนุนเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดให้ตามนโยบายหรือไม่

ผู้สูงอายุควรปรับฐานเบี้ยยังชีพเป็น 1,000 บาท แต่ยังไม่เห็นว่ามีการปรับอย่างเป็นรูปธรรม และยังมีคนพิการหลายคนในชุมชนเข้าไม่ถึงสิทธิรับเบี้ยคนพิการ ขอให้จัด one stop service

ถาม พม.หลายปัญหาไม่เห็นทางแก้ไข

ด้านนายอิสสระ สมชัย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ขอปรับลดงบฯ พม. 10 % เห็นว่า กรมกิจการเด็กและเยาวชน ยังตั้งสภาเด็กและเยาวชนไม่ครบทุกตำบล แม้ไม่เขียนไว้ในกฎหมาย เพื่อให้แก้ปัญหาได้ตรงจุดและฟังเสียงจากเด็กเอง ส่วนกรมกิจการผู้สูงอายุ ต้องมีการจ่ายเงินสงเคราะห์ค่าจัดการศพ ศพละ 2,000 บาท แต่หลังๆ ไม่ได้จ่ายตามนั้น แต่ระบุเพียงว่าให้จ่ายตามที่จำเป็น

ได้ยินข่าวปลอมใบรับรองแพทย์ จ.อุบลราชธานี เพื่อขึ้นทะเบียนคนพิการ ขอให้ตรวจสอบและกวนขันในจังหวัดอื่นๆ ด้วย นอกจากนี้ พอช.มีหน่วยงานที่ทำงานเป็นหน้าเป็นตา คือ บ้านมั่นคง โดยที่ลาดพร้าวทำได้อย่างต่อเนื่อง และกำลังดำเนินการที่คลองเปรมประชากร หวังว่าการจัดสรรงบฯ จะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.พรรคเพื่อไทย ขอปรับลดงบฯ พม. โดยถามว่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญหรือไม่ ผมอยากเห็น พม.จัดสรรที่อยู่อาศัยเพื่อให้เกิดความเสมอภาคกัน ป้องกันปัญหาสังคม เช่น การข่มขืน

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ประชาธิปัตย์ ขอท้วงติงการตัดงบฯ พม. เพราะเป็นกระทรวงที่มีความสำคัญ ทั้งเด็ก สตรี คนพิการ ผู้สูงอายุ

ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่ จ.ราชบุรี เช่น แม่ลูกไม่มีบัตรประชาชน ทำให้เด็กไม่ได้รับสิทธิพื้นฐานด้านสาธารณสุข ไม่ได้ฉีดวัคซีน กว่าจะประสานพ่อของเด็กเพื่อจัดทำบัตรประชาชน ใช้เงินมากกว่าที่ได้รับเพียง 2,000 บาท ขอให้แก้หลักเกณฑ์เบิกจ่ายเงินผู้ด้อยโอกาส

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทั่งเวลา 15.35 น. ที่ประชุมมีมติโหวตมาตรา 12 ซึ่งเป็นงบประมาณรายจ่าย ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และหน่วยงานในกำกับ มีผู้เข้าร่วมประชุม 469 คน เห็นด้วย 246 คน ไม่เห็นด้วย 4 คน งดออกเสียง 219 คน

กลับขึ้นด้านบน